UN เผย โควิด-19 กระทบความมั่นคงอาหาร หารือทุกฝ่าย ถกสถานการณ์ แก้ปัญหาโภชนาการโลก

นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยการประชุมแถลงรายงานสถานการณ์ความมั่นคงอาหารและโภชนาการโลก (The State of Food Security and Nutrition in the World: SOFI) ประจำปี 2563 ซึ่ง สศก. ได้ร่วมประชุมออนไลน์เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย ประธานสภามนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ประธานคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (CFS) ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงโรม (FAO/IFAD/WFP) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประธานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) ผู้อำนวยการใหญ่โครงการอาหารโลก (WFP) ผู้อำนวยการใหญ่ UN ICEF และผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ WHO ได้ร่วมกันกล่าวถ้อยแถลง “รายงานสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการโลก ประจำปี 2563” ผ่านระบบออนไลน์

จากรายงานของ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือ FAO พบว่าปัจจุบันโลกผลิตอาหารได้เพียงพอกับจำนวนประชากรโลก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงอาหารได้ โดยตั้งแต่ปี 2557 มีผู้หิวโหยมีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ล้านคน/ปี นอกจากนี้วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 อาจส่งผลให้เพิ่มปริมาณคนขาดสารอาหารมากถึง 83 – 132 ล้านคน ในปี 2563 และประชากรมากกว่า 3 พันล้านคนในโลก ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ เนื่องจากมีราคาแพงมากกว่าอาหารปกติถึง 5 เท่า จึงอาจส่งผลให้โลกมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย SDGs เพื่อยุติความหิวโหยได้ภายในปี 2573

ดังนั้น นายแม็กซิโม โตเรโร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ FAO รายงานว่า จำเป็นต้องมี การกำหนดนโยบายที่ปรับเปลี่ยนระบบของอาหาร ด้วยการลดต้นทุนของอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และเพิ่มการเข้าถึงอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ (healthy diets) หาซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม อาทิ นโยบายหลักประกันโภชนาการที่ดี การสร้างแรงจูงใจในการลงทุนด้านการโภชนาการที่ดี นโยบายส่งเสริมประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต นโยบายที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค การส่งเสริมรูปแบบการบริโภคที่ทำให้สุขภาพดีและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ เพราะการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะสามารถช่วยลดต้นทุนแฝงทางสังคมได้โดยเฉพาะต้นทุนด้านสุขภาพ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ “ระบบอาหารที่ยั่งยืนและที่สามารถปรับตัวได้” (Sustainable and Resilient Food Systems) สู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2573 ตามที่กำหนดไว้ อ่านเพิ่มเติม