หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์ตามภูมิภาค คาดหวังศก.ฟื้น

หุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์ตามภูมิภาค คาดหวังศก.ฟื้นหลังโควิดในตปท.ชะลอ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาด หุ้นไทย เช้านี้คาดว่าจะรีบาวด์ขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกกันราว 0.5% แต่ก็มีบางตลาดได้ปิดทำการอย่างจีน, ไต้หวัน และคืนนี้ตลาดสหรัฐฯก็จะปิดทำการด้วย โดยตลาดบ้านเราคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และเช้านี้ราคาน้ำมันฟิวเจอร์สก็พุ่งอีกเกือบ 2% ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทย

ทั้งนี้ เป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในต่างประเทศได้มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯก็ได้จัดหาวัคซีนโควิด-19 ได้เพิ่มอีก 200 ล้านโดส ซึ่งครอบคลุมประชากรของสหรัฐฯ ส่งผลให้คาดหวังว่าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวได้ดี ส่งผลให้หุ้นวัฎจักรในสหรัฐฯต่างปรับตัวข้นได้ดีเมื่อวันศุกร์ทีผ่านมา และคาดว่าหุ้นวัฎจักรในตลาดบ้านเราที่มีมากจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

อย่างไรก็ดี การรีบาวด์ของตลาดอาจจำกัด จากการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน หลังจากที่หุ้น OR จะเข้า SET50 มีผล 17 ก.พ. และเข้า MSCI มีผล 26 ก.พ.นี้ ทำให้ต้องเผชิญแรงขายทำกำไรบ้าง นอกจากนี้ปัจจัยการเมืองก็ยังต้องติดตามในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้

พร้อมให้แนวรับ 1,500 จุด ส่วนแนวต้าน 1,520-1,530 จุด ufabet

  • วิสัยทัศน์

พัฒนาตลาดทุน เพื่อทุกคน

ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในองค์รวม
ไม่ได้ตอบสนองความต้องการเฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ให้ตลาดทุนเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนของสังคม
เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างมีคุณภาพของธุรกิจ จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศ
และผลของมันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชาติ
นี่คือ….สิ่งที่เรามุ่งหวัง และยึดมั่นในการดำเนินงาน

  • พันธกิจ

1. มุ่งมั่นพัฒนากลไกการทำงานที่เป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งลงทุนและระดมทุนที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ ทั้งในประเทศ ภูมิภาค และทั่วโลก
2. สร้างสรรค์สินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของลูกค้า และยังรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตด้วย
3. บ่มเพาะบุคลากรให้เปี่ยมด้วยศักยภาพ พร้อมปลูกฝังการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน
4. ปลูกฝังแนวคิดการดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นประโยชน์ของทุกภาคส่วน เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีที่สุดพร้อมทำหน้าที่ดูแลสังคม
5. มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ที่มีคุณค่าภายในองค์กร ทั้งการสร้างความรู้ใหม่ การแบ่งปันแลกเปลี่ยน และแปลงองค์ความรู้ให้เป็นสินทรัพย์ที่ยั่งยืน

ประวัติความเป็นมาของตลาดหลักทรัพย์ฯ

ตลาดทุนไทยยุคใหม่มีจุดเริ่มต้นจากการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504 – 2509) เพื่อรองรับการเติบโตและส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ต่อมา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510 – 2514) ได้เสนอให้มีการจัดตั้ง ตลาดหลักทรัพย์ที่มีระบบระเบียบขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเน้นให้มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งระดมเงินทุน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ

พัฒนาการของตลาดทุนของไทยในยุคใหม่นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ยุค เริ่มจาก “ตลาดหุ้นกรุงเทพ”
(Bangkok Stock Exchange) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน และต่อมาเป็น “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ภายใต้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “The Securities Exchange of Thailand”

การจัดตั้งตลาดหุ้นกรุงเทพ

การจัดตั้งตลาดหุ้นของไทยเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2505 ในรูปห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยในปีต่อมาได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดและเปลี่ยนชื่อเป็น “ตลาดหุ้นกรุงเทพ” (Bangkok Stock Exchange)

ถึงแม้ว่าจะมีพื้นฐานในการจัดตั้งที่ดีการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นกรุงเทพ ก็ไม่ได้รับความสนใจมากนัก มูลค่าการซื้อขายมีเพียง 160 ล้านบาทใน

ปีพ.ศ. 2511 และ 114 ล้านบาทในปีพ.ศ. 2512 การซื้อขายมีปริมาณลดลงเป็น 46 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2513 และลดลงเหลือ 28 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2514 การซื้อขายหุ้นกู้มีมูลค่าถึง 87 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2515 แต่การซื้อขายหุ้นก็ยังคงไม่เป็นที่สนใจ โดยมูลค่าการซื้อขายหุ้นที่ต่ำสุดมีเพียง 26 ล้านบาทเท่านั้น และในที่สุดตลาดหุ้นกรุงเทพก็ต้องปิดกิจการลง

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าตลาดหุ้นกรุงเทพไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ประกอบกับประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอในเรื่องตลาดทุน

การจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นกรุงเทพจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่แนวความคิดเกี่ยวกับ
การจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ที่มีระบบระเบียบและได้รับการสนับสนุนอย่างเป็น
ทางการนั้นได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510 – 2514) จึงได้เสนอแผน
การจัดตั้งตลาดทุนดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก โดยให้มีเครื่องมืออำนวยความ
สะดวกและมาตรการสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เหมาะสมในปี พ.ศ. 2512 รัฐบาลได้ทำการว่าจ้างศาสตราจารย์ซิดนีย์ เอ็ม รอบบิ้นส์ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการเงิน จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา เพื่อมาทำการศึกษาช่องทางการพัฒนาตลาดทุนไทยในเวลาต่อมา

ในปี พ.ศ. 2515 รัฐบาลได้เข้ามามีบทบาทโดยการแก้ไข “ประกาศคณะปฏิวัติ ที่ 58 เกี่ยวกับการควบคุมธุรกิจ การค้า ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน” การแก้ไขดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลสามารถกำกับดูแล การดำเนินงานของบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระเบียบและยุติธรรม หลังจาก นั้นในปี พ.ศ. 2517 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจะจัดให้มีแหล่งกลางสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์และการระดมเงินทุนในประเทศ ตามมาด้วยการแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับรายได้เพื่อให้สามารถนำเงินออมมาลงทุนในตลาดทุนได้ ในปี พ.ศ. 2518 รูปแบบทางกฎหมายต่างๆได้รับการปรับแก้จนลงตัว และในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย (ชื่อภาษาอังกฤษในขณะนั้นคือ The Securities Exchange of Thailand) ได้เปิดทำการซื้อขายขึ้นอย่างเป็น ทางการครั้งแรกและได้ทำการเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น “The Stock Exchange of Thailand” (SET) เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2534

แนวโน้มดัชนีฯเช้าอิงแดนลบ Valuation ตึงตัว-จอง IPO หุ้นใหญ่

หุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีฯเช้าอิงแดนลบ Valuation ตึงตัว-จอง IPO หุ้นใหญ่ดึงสภาพคล่อง

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ อิงแดนลบ จากความกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐที่สูงขึ้น และการเปิดให้จองซื้อหุ้นเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบริษัทขนาดใหญ่ในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ ทำให้มีการดึงสภาพคล่องตลาดออกไปบางส่วน

แม้ว่านายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ แต่การใช้จ่ายทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น และทำให้ Bond Yield สูงขึ้นด้วย ซึ่งตลาดให้น้ำหนักตรงนี้ทำให้ดาวโจนส์ติดลบเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะมีข่าวดีแต่ตลาดทั่วโลกก็มี Valuation ที่ตึงตัว

ส่วนตลาดบ้านเราก็ถือว่าแพง มองจาก Forward P/E ปีนี้ที่ 20 เท่า และปี 2565 ที่ 17 เท่า อีกทั้งหุ้น DELTA เริ่มผันผวนซึ่งก็จะกดดดันตลาดด้วย โดยวานนี้หุ้น DELTA กระทบดัชนีฯราว 7 จุด พร้อมให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมถึงติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ คละกัน พร้อมให้แนวรับ 1,530-1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545-1,550 จุด ufa

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นขึ้น นลท.ต่างชาติซื้อสุทธิ 4.5 พันล้านบาท

หุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นขึ้น นลท.ต่างชาติซื้อสุทธิ 4.5 พันล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ จากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นเกือบ 3% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ซาอุดีอาระเบียจะลดกำลังการผลิตน้ำมันทำให้เป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน และคาดว่า Fund Flow จะยังไหลเข้ามาเห็นได้จากนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4.5 พันล้านบาทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีให้ระวังความผันผวนด้วย โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่มีผลต่อดัชนีฯมาก อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีการปรับเกณฑ์หุ้นที่มีฟรีโฟลตต่ำ และ Valuation ของตลาดเริ่มตึงตัวแล้ว ทำให้นักลงทุนจะต้องระวังแรงขายทำกำไร

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ พร้อมให้รอติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์, การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหรือไม่ และติดตามกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกในเร็ว ๆ นี้

พร้อมให้แนวรับ 1,520-1,525 จุด ส่วนแนวต้าน 1,550 ถัดไป 1,560-1,565 จุด ufa

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตายตัวที่ 2% ตามภูมิภาคหลังเฟดปรับนโยบายการเงิน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตายตัวที่ 2% ตามภูมิภาคหลังเฟดปรับนโยบายการเงินครั้งสำคัญ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะขยับขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนบวก ขานรับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ โดยเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิม โดยเงินเฟ้อสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% แทนที่จะกำหนดเป้าหมายตายตัวที่ 2% และตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำไปจนถึงปี 2565 ทำให้เป็นบวกต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะ Emerging Market อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ถึง ปรับฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ถึง ปรับฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่-รอดูประชุมเฟด

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ถึงปรับฐาน คล้ายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้แกว่งไซด์เวย์ เนื่องจากภาพตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยหนุนใหม่ ขณะเดียวกันก็รอดูการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็คสัน โฮล วันที่ 27-28 ส.ค.นี้ ซึ่งให้จับตาดูประธานเฟดจะส่งสัญญาณอะไรออกมาบ้าง และยังต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนต่อไปด้วย

ทั้งนี้ ตลาดบ้านเราได้รีบาวด์ตอบรับมาตรการของภาครัฐฯไปแล้วในเรื่อง”เราเที่ยวด้วยกัน” จากนี้ก็ต้องรอดูว่าจะมีแรงขับเคลื่อนส่งผลต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทได้มากแค่ไหน

พร้อมให้แนวรับ 1,306-1,299 จุด ส่วนแนวต้าน 1,330 จุด อ่านเพิ่มเติม

หุ้นไทยปิดบวก 2.47 จุด อ่อนแอกว่าภูมิภาค กังวลบาทอ่อนค่าเร็ว

ภาวะตลาดหุ้นไทย : หุ้นไทยปิดบวก 2.47 จุด อ่อนแอกว่าภูมิภาค กังวลบาทอ่อนค่าเร็ว/สัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,299.26 จุด เพิ่มขึ้น 2.47 จุด (+0.19%) มูลค่าการซื้อขาย 42,295.00 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,307.64 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,296.68 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 556 หลักทรัพย์ ลดลง 839 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 464 หลักทรัพย์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ อ่อนแอกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างบวกกันราว 0.8-1% เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าแบบเร่งตัวทำให้ไปถ่วงตลาด โดยตอนนี้ก็อยู่แถว 31.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจจะไปถึง 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้หุ้นในกลุ่มส่งออกได้ประโยชน์ แต่จะเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า ส่วนหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นก็ยังไม่ค่อยดีเนื่องจากค่าการกลั่นฟื้นตัวช้า

อย่างไรก็ดี คืนนี้ให้ติดตามการปรับน้ำหนักลงทุนของฟุตซี่ ซึ่งให้ดูว่าหุ้นไทยจะมีการปรับเข้า/ออก อย่างไรบ้าง และให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศด้วย รวมถึงติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีเรื่องการยืดอายุการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway Down พร้อมให้แนวรับ 1,280-1,260 จุด ส่วนแนวต้าน 1,320-1,324 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,631.26 ล้านบาท ปิดที่ 62.75 บาท ลดลง 0.25 บาท

GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,393.53 ล้านบาท ปิดที่ 62.75 บาท ลดลง 3.25 บาท

NER มูลค่าการซื้อขาย 1,377.76 ล้านบาท ปิดที่ 3.24 บาท ลดลง 0.28 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,287.76 ล้านบาท ปิดที่ 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,230.09 ล้านบาท ปิดที่ 54.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท

ufa24hrs

หุ้นไทย มีแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์หลังหลุด 1,300 รับแรงกดดันการเมือง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : หุ้นไทย มีแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์หลังหลุด 1,300 รับแรงกดดันการเมืองในปท.-บาทอ่อนค่า

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาด หุ้นไทย เช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ แม้ว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน แต่เป็นการรีบาวด์หลังจากเมื่อวานนี้ร่วงแรง และได้ Sentiment ดีจากดัชนี Nasdaq ปิดทำระดับสูง จากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุน แต่ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นเทคโนโลยีน้อย และหุ้นในกลุ่มแบงก์ และกลุ่มพลังงานก็น่าจะยังไม่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปได้

ทั้งนี้ บรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยดีนัก หลังจากเมื่อวานนี้ดัชนีฯร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 1,300 จุด และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน ก็ยังถ่วงอยู่ ประกอบกับปัจจัยการเมืองในประเทศก็ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในเดือนหน้ายังน่าเป็นห่วง รวมถึงเงินบาทก็อ่อนค่าทำให้ช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติยังขายอยู่

พร้อมให้แนวรับ 1,290-1,292 ถัดไป 1,280 จุด ส่วนแนวต้าน 1,300-1,310 จุด.

เดิมพัน ufabet

แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์หลังคลายกังวล โควิด-19 แต่ยังต้องระวัง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์หลังคลายกังวล โควิด-19 แต่ยังต้องระวังความผันผวนรับ Sentiment ลบจากตปท.

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้มีโอกาสรีบาวด์ได้ในช่วงสั้น จากคลายกังวลในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังเมื่อวานนี้ได้ฉุดตลาดหุ้นไทยลง หลังจากทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นแค่ซากเชื้อที่ไม่สามารถแพร่ ระบาดสู่คนได้

อย่างไรก็ตาม มองว่ายังต้องระวังความผันผวนจากต่างประเทศ จากความกังวลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังนี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานการประชุมระบุว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงสูง

แนะติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน โดยตลาดมองว่าจีนจะยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว แต่หากลดจะหนุนตลาดหุ้นปรับขึ้น และตัวเลขการรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ

พร้อมให้แนวรับไว้ที่ 1,300 จุด หากหลุดลงมาแนวรับถัดไปที่ 1,290 จุด ส่วนแนวต้าน 1,315-1,320 จุด

แทงบอล