นิกเกอิเปิดลบ 56.38 จุด วิตกยอดโควิดเพิ่มในญี่ปุ่น

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 56.38 จุด วิตกยอดโควิดเพิ่มในญี่ปุ่น

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงขายหุ้นออกมาจากความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 28,935.51 จุด ลดลง 56.38 จุด หรือ -0.19%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มขนส่งทางทะเล และกลุ่มขนส่งทางบก ขณะที่หุ้นบวกนำโดยกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มธนาคาร บาคาร่า ufabet

นิกเกอิเปิดลบ 100.93 จุด ากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 100.93 จุด ากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นเมื่อวานนี้ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 30 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 30,366.82 จุด ลดลง 100.93 จุด หรือ -0.33%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง, กลุ่มข้อมูลและการสื่อสาร และกลุ่มก่อสร้าง ufabet

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

เดิมทีตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมีให้เทรดกันมากกว่า 10 ตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ ตลาดหุ้น Tokyo, Osaka, Fukuoka, Jasdaq เป็นต้น ซึ่งภายหลังมีการควบรวมกันระหว่าง Tokyo Stock Exchange กับ Osaka Securities Exchange ทำให้เกิดเป็น JPX ที่ได้รับการยืนยันจาก Statista แล้วว่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และจากเหตุผลข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความสำคัญในแง่ของการประเมินภาพรวมของสภาวะการลงทุน ไม่ใช่เพราะว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่สำคัญตรงที่ “ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” มันจึงถูกใช้เป็นดัชนีเพื่อประเมินสุขภาพการลงทุนของทั้งเอเชีย โดยจะพิจารณาผ่าน “ดัชนีนิเคอิ” ไอเดียคร่าวๆ ของการประเมินจะเป็นลักษณะนี้

  • ถ้าดัชนีนิเคอิ “ปิดบวก” ก็หมายความว่า ตลาดหุ้นเอเชียสดใส ซึ่งถ้าหุ้นสหรัฐ, ยุโรป ‘ปิดลบ’ ก็อาจหมายถึง กระแสเงินวิ่งหนีตายจากอเมริกามายังตลาดหุ้นเอเชีย เป็นต้น
  • ถ้าเกิดข่าวร้ายในเอเชีย เช่น เกิดระเบิด, ก่อการร้ายในประเทศจีน-ญี่ปุ่น หรือสถานที่ลงทุนสำคัญๆ ในเอเชีย นักลงทุนจะพิจารณา “ดัชนีนิเคอิ” ก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าราคาของดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 เกิด ‘ปิดลบ’ ก็ชัดเจนว่า นี่เป็นข่าวที่กระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียจริงๆ แต่ถ้านิเคอิไม่ได้ลบแรงหรือแทบไม่ขยับเลย ก็แปลว่า ข่าวนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร

จะเห็นว่า ถ้าพูดลอยๆ ว่า ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ นักลงทุนจะคิดถึง “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ไม่ใช่ตัวตลาด JPX เหตุผลว่าทำไม “ดัชนีนิเคอิมีความสำคัญกว่า” นั้นจะได้อธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาด JPX จะมีอธิบายในหัวข้อท้ายๆ

ฝึกเทรด “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ด้วยบัญชีเงินจำลอง

การเทรดนิเคอินั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า “Demo Account” อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

ดัชนีนิเคอิ (Nikkei 225)

ดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 Index คือ ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่คำนวณมูลค่าหุ้นของ 225 บริษัทสำคัญในญี่ปุ่นออกมาเป็น “ตัวเลขดัชนี” มีหน่วยเป็นค่าเงินเยน (JPY) ซึ่งทั้งหมดนี้จะคำนวณและดำเนินการโดย Nihon Keizai Shimbun (日本経済新聞) หรือบริษัท “The Nikkei” ไม่ว่าเราจะใช้คำว่า “นิเคอิ”, “ดัชนีนิเคอิ” หรือ “หุ้นนิเคอิ” ต่างก็หมายถึง Nikkei 225 Index ตัวเดียวกัน

ความสำคัญของดัชนีนิเคอิ

ดัชนีนิเคอิ คือ ดัชนีที่ทาง “The Nikkei” พยายามออกแบบ ‘สัดส่วนการให้น้ำหนัก’ กับหุ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อที่เวลามันคำนวณออกมาเป็นดัชนีแล้ว มันจะกลายเป็นดัชนีหุ้นที่สามารถสะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้สมบูรณ์แบบที่สุด

อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กองทุนระดับโลกต่าง ๆ ย่อมต้องการหาเครื่องมือในการวิเคราะห์ตลาดอย่างรวดเร็ว ดังนั้น บริษัทเอกชนต่างๆ จึงต้องแข่งขันกันจัดทำดัชนีหุ้นออกมา เพราะมันหมายถึงผลประโยชน์มหาศาลที่ทั่วโลกจะมาใช้ดัชนีของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิเคอิ ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะว่า The Nikkei มีความเข้าใจอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และดัชนีนิเคอิก็มีการแบ่งสัดส่วนที่ละเอียดมาก และ ให้น้ำหนักกับทุกอุตสาหกรรม มากน้อยกันไปตามแต่ความสำคัญ โดยมีมากถึง 40 อุตสาหกรรม พูดง่ายๆ คือ บริษัทที่เข้าใจทั้ง 40 อุตสาหกรรมนั้นมีแค่ The Nikkei บริษัทเดียวเท่านั้น

สรุป เวลานักลงทุนสถาบันจะพิจารณาสถาวะการลงทุนของตลาดหุ้นเอเชีย จะพิจารณาจากดัชนีนิเคอิ เช่นถ้าในทาง Fundamental Analysis วิเคราะห์แล้วว่า เศรษฐกิจเอเชียจะยังเติบโตอย่างน้อย 4-5 ปี เป็นต้น นักลงทุนก็จะเลือกลงทุนในกองทุนนิเคอิไปยาวๆ เช่นกัน

 

นิกเกอิปิดเช้าบวก 480.04 จุด เยนอ่อนช่วยหนุนตลาด

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิปิดเช้าบวก 480.04 จุด เยนอ่อนช่วยหนุนตลาด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนตลาด โดยดัชนีนิกเกอิปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้หลังแตะระดับ 30,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 30,564.19 จุด เพิ่มขึ้น 480.04 จุด หรือ +1.60%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มธนาคาร, กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มขนส่งทางทะเล ufa

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

เดิมทีตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมีให้เทรดกันมากกว่า 10 ตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ ตลาดหุ้น Tokyo, Osaka, Fukuoka, Jasdaq เป็นต้น ซึ่งภายหลังมีการควบรวมกันระหว่าง Tokyo Stock Exchange กับ Osaka Securities Exchange ทำให้เกิดเป็น JPX ที่ได้รับการยืนยันจาก Statista แล้วว่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และจากเหตุผลข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความสำคัญในแง่ของการประเมินภาพรวมของสภาวะการลงทุน ไม่ใช่เพราะว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่สำคัญตรงที่ “ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” มันจึงถูกใช้เป็นดัชนีเพื่อประเมินสุขภาพการลงทุนของทั้งเอเชีย โดยจะพิจารณาผ่าน “ดัชนีนิเคอิ” ไอเดียคร่าวๆ ของการประเมินจะเป็นลักษณะนี้

  • ถ้าดัชนีนิเคอิ “ปิดบวก” ก็หมายความว่า ตลาดหุ้นเอเชียสดใส ซึ่งถ้าหุ้นสหรัฐ, ยุโรป ‘ปิดลบ’ ก็อาจหมายถึง กระแสเงินวิ่งหนีตายจากอเมริกามายังตลาดหุ้นเอเชีย เป็นต้น
  • ถ้าเกิดข่าวร้ายในเอเชีย เช่น เกิดระเบิด, ก่อการร้ายในประเทศจีน-ญี่ปุ่น หรือสถานที่ลงทุนสำคัญๆ ในเอเชีย นักลงทุนจะพิจารณา “ดัชนีนิเคอิ” ก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าราคาของดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 เกิด ‘ปิดลบ’ ก็ชัดเจนว่า นี่เป็นข่าวที่กระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียจริงๆ แต่ถ้านิเคอิไม่ได้ลบแรงหรือแทบไม่ขยับเลย ก็แปลว่า ข่าวนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร

จะเห็นว่า ถ้าพูดลอยๆ ว่า ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ นักลงทุนจะคิดถึง “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ไม่ใช่ตัวตลาด JPX เหตุผลว่าทำไม “ดัชนีนิเคอิมีความสำคัญกว่า” นั้นจะได้อธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาด JPX จะมีอธิบายในหัวข้อท้ายๆ

ฝึกเทรด “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ด้วยบัญชีเงินจำลอง

การเทรดนิเคอินั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า “Demo Account” อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

ดัชนีนิเคอิ (Nikkei 225)

ดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 Index คือ ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่คำนวณมูลค่าหุ้นของ 225 บริษัทสำคัญในญี่ปุ่นออกมาเป็น “ตัวเลขดัชนี” มีหน่วยเป็นค่าเงินเยน (JPY) ซึ่งทั้งหมดนี้จะคำนวณและดำเนินการโดย Nihon Keizai Shimbun (日本経済新聞) หรือบริษัท “The Nikkei” ไม่ว่าเราจะใช้คำว่า “นิเคอิ”, “ดัชนีนิเคอิ” หรือ “หุ้นนิเคอิ” ต่างก็หมายถึง Nikkei 225 Index ตัวเดียวกัน

ความสำคัญของดัชนีนิเคอิ

ดัชนีนิเคอิ คือ ดัชนีที่ทาง “The Nikkei” พยายามออกแบบ ‘สัดส่วนการให้น้ำหนัก’ กับหุ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อที่เวลามันคำนวณออกมาเป็นดัชนีแล้ว มันจะกลายเป็นดัชนีหุ้นที่สามารถสะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้สมบูรณ์แบบที่สุด

อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กองทุนระดับโลกต่าง ๆ ย่อมต้องการหาเครื่องมือในการวิเคราะห์ตลาดอย่างรวดเร็ว ดังนั้น บริษัทเอกชนต่างๆ จึงต้องแข่งขันกันจัดทำดัชนีหุ้นออกมา เพราะมันหมายถึงผลประโยชน์มหาศาลที่ทั่วโลกจะมาใช้ดัชนีของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิเคอิ ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะว่า The Nikkei มีความเข้าใจอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และดัชนีนิเคอิก็มีการแบ่งสัดส่วนที่ละเอียดมาก และ ให้น้ำหนักกับทุกอุตสาหกรรม มากน้อยกันไปตามแต่ความสำคัญ โดยมีมากถึง 40 อุตสาหกรรม พูดง่ายๆ คือ บริษัทที่เข้าใจทั้ง 40 อุตสาหกรรมนั้นมีแค่ The Nikkei บริษัทเดียวเท่านั้น

สรุป เวลานักลงทุนสถาบันจะพิจารณาสถาวะการลงทุนของตลาดหุ้นเอเชีย จะพิจารณาจากดัชนีนิเคอิ เช่นถ้าในทาง Fundamental Analysis วิเคราะห์แล้วว่า เศรษฐกิจเอเชียจะยังเติบโตอย่างน้อย 4-5 ปี เป็นต้น นักลงทุนก็จะเลือกลงทุนในกองทุนนิเคอิไปยาวๆ เช่นกัน

นิกเกอิปิดเช้าบวก 25.55 จุด ขานรับผลประกอบการแกร่ง

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิปิดเช้าบวก 25.55 จุด ขานรับผลประกอบการแกร่ง

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่การซื้อขายเพื่อไล่ราคาขึ้นนั้นเป็นไปอย่างระมัดระวัง หลังจากดัชนีนิกเกอิปิดตลาดวานนี้ที่ระดับนิวไฮในรอบ 30 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 29,531.48 จุด เพิ่มขึ้น 25.55 จุด หรือ +0.09%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง, กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง ufa

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

เดิมทีตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมีให้เทรดกันมากกว่า 10 ตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ ตลาดหุ้น Tokyo, Osaka, Fukuoka, Jasdaq เป็นต้น ซึ่งภายหลังมีการควบรวมกันระหว่าง Tokyo Stock Exchange กับ Osaka Securities Exchange ทำให้เกิดเป็น JPX ที่ได้รับการยืนยันจาก Statista แล้วว่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และจากเหตุผลข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความสำคัญในแง่ของการประเมินภาพรวมของสภาวะการลงทุน ไม่ใช่เพราะว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่สำคัญตรงที่ “ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” มันจึงถูกใช้เป็นดัชนีเพื่อประเมินสุขภาพการลงทุนของทั้งเอเชีย โดยจะพิจารณาผ่าน “ดัชนีนิเคอิ” ไอเดียคร่าวๆ ของการประเมินจะเป็นลักษณะนี้

  • ถ้าดัชนีนิเคอิ “ปิดบวก” ก็หมายความว่า ตลาดหุ้นเอเชียสดใส ซึ่งถ้าหุ้นสหรัฐ, ยุโรป ‘ปิดลบ’ ก็อาจหมายถึง กระแสเงินวิ่งหนีตายจากอเมริกามายังตลาดหุ้นเอเชีย เป็นต้น
  • ถ้าเกิดข่าวร้ายในเอเชีย เช่น เกิดระเบิด, ก่อการร้ายในประเทศจีน-ญี่ปุ่น หรือสถานที่ลงทุนสำคัญๆ ในเอเชีย นักลงทุนจะพิจารณา “ดัชนีนิเคอิ” ก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าราคาของดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 เกิด ‘ปิดลบ’ ก็ชัดเจนว่า นี่เป็นข่าวที่กระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียจริงๆ แต่ถ้านิเคอิไม่ได้ลบแรงหรือแทบไม่ขยับเลย ก็แปลว่า ข่าวนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร

จะเห็นว่า ถ้าพูดลอยๆ ว่า ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ นักลงทุนจะคิดถึง “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ไม่ใช่ตัวตลาด JPX เหตุผลว่าทำไม “ดัชนีนิเคอิมีความสำคัญกว่า” นั้นจะได้อธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาด JPX จะมีอธิบายในหัวข้อท้ายๆ

ข้อดีของการลงทุนดัชนีนิเคอิ

สำหรับนักเทรดชาวไทย สิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของการเทรดนิเคอิ คือ พฤติกรรมของดัชนีนิเคอิเอง โดยหากบรรยากาศของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกำลังเป็นไปอย่างคึกคัก มีโอกาสสูงมากที่จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Nikkei 225 Index

ความหมายก็คือเราสามารถประเมินดัชนีนิเคอิได้จากบรรยากาศของคนในตลาดหุ้นไทย ทำให้เราได้เปรียบนักลงทุนในอเมริกาหรือยุโรป และในแง่ของการกระจายการลงทุน เมื่อตลาดหุ้นไทยดี เราก็อาจจะกระจายไปลงทุนดัชนีนิเคอิได้ด้วย แต่ที่เหนือกว่า คือ ดัชนีนิเคอิจะมีสภาพคล่องสูงกว่ามาก และมีความผันผวนที่พอเหมาะมากกว่า ทำให้เราคำนวณ Stop Loss ได้ง่าย (ศึกษาเพิ่มเติมที่บทความ Stop Loss คืออะไร) และสามารถเทรดทำรอบได้มากกว่าตลาดหุ้นไทย

อีกทั้งยังมีเรื่องของ QE ที่ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงอัดฉีดเงินเข้าระบบ ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินส่วนเกินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่ตลอด และในทางกลยุทธ์ ดัชนีนิเคอิ มีการพักตัวเพียงระยะเวลาสั้นๆ และมี Pattern การกลับตัวที่สามารถมองเห็นได้ง่าย (เมื่อเทียบกับตลาดอื่น) ทำให้นักลงทุนที่เน้น “ซื้อและถือ” มีโอกาสขาดทุนน้อยกว่าตลาดหุ้นโหด ๆ ของประเทศอื่น

เริ่มต้นเทรด ดัชนีนิเคอิ ได้อย่างไร?

หัวข้อนี้จะเกี่ยวกับวิธีการเล่นดัชนีนิเคอิในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งคุณสามารถ เปิดบัญชีทดลองเพื่อรับรหัสผ่านในการเข้าเล่นได้ทันที ไม่ได้บังคับต้องเติมเงินจริงๆ เข้าไปลงทุน สามารถฝึกฝนก่อนได้ จะอธิบายพื้นฐานปุ่มต่างๆ และการเปิดหาดัชนีนิเคอิ (ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ หรือกลยุทธ์ จะอยู่ในหัวข้อถัดไปอีก)

  • วิธีการเปิดหาดัชนีนิเคอิใน MT5
  • วิธีเปิดคำสั่ง Buy-Sell ดัชนีนิเคอิ ใน MT5

ปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ

ต้องเข้าใจก่อนว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาวะ “เงินฝืด” ต่อเนื่องและยาวนาน  และ “โยชิฮิเดะ สุงะ” (Yoshihide Suga) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ‘ชินโซ อาเบะ’ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2020 ที่ผ่านมา ได้ให้คำมั่นอย่างชัดแจ้งแล้วว่า จะมีการสานต่อนโยบายของ Abe อย่างแข็งขัน

ฉะนั้น ประเด็นหลักของปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ จะเป็นลักษณะเฉพาะของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเอง นโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงนโยบายด้านการคลังของรัฐบาล โดยจะแบ่งอธิบายดังนี้คือ

  • ความสัมพันธ์ค่าเงินเยน (JPY) กับดัชนีนิเคอิ
  • นโยบายการเงินของ BOJ

นิกเกอิเปิดบวก 116.43 จุด จากการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐ

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดบวก 116.43 จุด จากการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ และยังได้แรงหนุนจากการที่บริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นเปิดเผยผลประกอบการที่ฟื้นตัวขึ้น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ 28,207.48 จุด เพิ่มขึ้น 116.43 จุด หรือ +0.41%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก และกลุ่มขนส่งทางบก ขณะที่หุ้นลบนำโดยกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มเวชภัณฑ์ ufa

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE)

นอกเหนือจากเงินกู้จากสถาบันการเงิน ถ้าพูดถึงแหล่งระดมเงินทุนระยะยาว ที่ผู้ประกอบการสามารถแสวงหาเพื่อนำไปใช้ในการก่อตั้งหรือขยายกิจการแล้ว คงหลีกไม่พ้นที่ต้องพูดถึง ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นตลาดทุนที่สำคัญของประเทศ

ตลาดหลักทรัพย์มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจส่วนรวมของแต่ละประเทศ  สำหรับตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) มีชื่อย่อเรียกว่า TSE ไม่เพียงเป็นตลาดหลักทรัพย์ศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย โดยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มเปิดดำเนินการซื้อขายเป็นทางการครั้งแรกขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมในปีเดียวกันโดยทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่หนึ่ง (First Section) เท่านั้น ทั้งนี้การซื้อขายหลักทรัพย์จะเป็นไปตามลำดับของราคาและเวลาที่ดีที่สุด (Price and Time Priority) ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวก็ได้เปิดทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่สอง (Second Section) ขึ้น ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้มีการซื้อขายได้ทั้งหมด 4 ส่วน ดังนี้

  1. ส่วนกระดานที่หนึ่ง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ประสบความสำเร็จมาก และมีปริมาณการซื้อขายสูง หรือ ที่เรียกกันว่า หลักทรัพย์ Blue chips นั่นเอง
  2. ส่วนกระดานที่สอง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็ก และมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำ
  3. ส่วนกระดานต่างประเทศ (Foreign Section) ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเริ่มเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นของบริษัทต่างชาติในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2516
  4. ส่วนกระดานแม่ (Mothers Section) เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตและพึ่งเกิดขึ้นใหม่ โดยเริ่มเปิดทำการซื้อขายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542

สำหรับหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวนั้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารอนุพันธ์ โดยตลาดหลักทรัพย์โตเกียวได้จัดทำดัชนี TOPIX ขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2512 เพื่อทดแทนดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประกาศหยุดใช้ ทั้งนี้ดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมซึ่งมีการคำนวณเหมือนกับการคำนวณดัชนีราคาหุ้นดาวน์โจนส์ (Dow formula-based average) ยังคงมีการใช้อยู่จนถึงปัจจุบันโดยหนังสือพิมพ์ชื่อดังทางการเงินที่เรียกว่า Nihon Keizai Shinbun เป็นผู้รับช่วงต่อ และปัจจุบันดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Nikkei Average

สำหรับดัชนี TOPIX ที่ตั้งขึ้นใหม่สามารถเป็นตัวแทนราคาหลักทรัพย์ที่แท้จริงของตลาดได้ ทั้งนี้เพราะคำนวณจากมูลค่าราคาตลาดจริงของหลักทรัพย์ทั้งหมดในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาด ซึ่งแตกต่างจาก Nikkei Average ที่คำนวณจากราคาเฉลี่ยตามทฤษฎีของหลักทรัพย์เพียงแค่ 225 หลักทรัพย์ในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ดัชนี TOPIX ยังแสดงค่าเป็นจุด (Point) ซึ่งเหมาะสมกว่า Nikkei Average ซึ่งแสดงค่าเป็นเงินเยน (Yen)

สำหรับบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีดังนี้

  1. เป็นแหล่งระดมเงินทุนที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น โดยทำให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนจากผู้ออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
  2. เป็นตลาดรองที่กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง
  3. ให้การบริการที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่นักลงทุน และผู้ออกหลักทรัพย์
  4. กำหนดนโยบายในการดูแลให้การซื้อขายมีสภาพคล่อง ในราคาที่ถูกต้องและสมเหตุสมผล
  5. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจ รวมถึงราคาหลักทรัพย์ในตลาด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุน
  6. เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงด้านการลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวมีนโยบายส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในด้านการลงทุน และยังได้เปิดโถงนิทรรศการ ระเบียงข้อมูล ศูนย์การตลาดและการสื่อสาร ห้องจัดแสดงภาพ และพิพิธภัณฑ์ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเพื่อให้นักลงทุนผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าตลาดหลักทรัพย์โตเกียวไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งระดมเงินทุนที่มีความมุ่งมั่นในการที่จะเป็นตลาดทุนที่มีประสิทธิภาพของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังได้ขยายการดำเนินงานโดยมุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียและของโลก โดยได้เปิดสำนักงานตัวแทนที่นิวยอร์ก ลอนดอน และสิงค์โปร์

                       ถ้าผู้อ่านมีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นและมีความประสงค์ที่จะไปเยี่ยมชมตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ก็สามารถติดต่อได้ที่

Public Relations Group
Tokyo Stock Exchange, Inc.
2-1 Nihombashi Kabutocho, Chuo-ku Tokyo 103-8220
Tel: 81-3-3665-1881
Fax: 81-3-3662-0547

Website: www.tse.or.jp

ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้เข้าเยี่ยมชมและรับฟังคำบรรยายภาษาอังกฤษได้ทุกวันทำการตั้งแต่วันจันทน์ถึงวันศุกร์เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น.โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

นิกเกอิเปิดบวก 123.30 จุด ได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดบวก 123.30 จุด ได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้หลังร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ 28,320.72 จุด เพิ่มขึ้น 123.30 จุด หรือ +0.44%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด, กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ufa

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE)

 นอกเหนือจากเงินกู้จากสถาบันการเงิน ถ้าพูดถึงแหล่งระดมเงินทุนระยะยาว ที่ผู้ประกอบการสามารถแสวงหาเพื่อนำไปใช้ในการก่อตั้งหรือขยายกิจการแล้ว คงหลีกไม่พ้นที่ต้องพูดถึง ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นตลาดทุนที่สำคัญของประเทศ

ตลาดหลักทรัพย์มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจส่วนรวมของแต่ละประเทศ  สำหรับตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) มีชื่อย่อเรียกว่า TSE ไม่เพียงเป็นตลาดหลักทรัพย์ศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย โดยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มเปิดดำเนินการซื้อขายเป็นทางการครั้งแรกขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมในปีเดียวกันโดยทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่หนึ่ง (First Section) เท่านั้น ทั้งนี้การซื้อขายหลักทรัพย์จะเป็นไปตามลำดับของราคาและเวลาที่ดีที่สุด (Price and Time Priority) ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวก็ได้เปิดทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่สอง (Second Section) ขึ้น ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้มีการซื้อขายได้ทั้งหมด 4 ส่วน ดังนี้

  1. ส่วนกระดานที่หนึ่ง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ประสบความสำเร็จมาก และมีปริมาณการซื้อขายสูง หรือ ที่เรียกกันว่า หลักทรัพย์ Blue chips นั่นเอง
  2. ส่วนกระดานที่สอง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็ก และมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำ
  3. ส่วนกระดานต่างประเทศ (Foreign Section) ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเริ่มเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นของบริษัทต่างชาติในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2516
  4. ส่วนกระดานแม่ (Mothers Section) เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตและพึ่งเกิดขึ้นใหม่ โดยเริ่มเปิดทำการซื้อขายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542

สำหรับหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวนั้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารอนุพันธ์ โดยตลาดหลักทรัพย์โตเกียวได้จัดทำดัชนี TOPIX ขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2512 เพื่อทดแทนดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประกาศหยุดใช้ ทั้งนี้ดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมซึ่งมีการคำนวณเหมือนกับการคำนวณดัชนีราคาหุ้นดาวน์โจนส์ (Dow formula-based average) ยังคงมีการใช้อยู่จนถึงปัจจุบันโดยหนังสือพิมพ์ชื่อดังทางการเงินที่เรียกว่า Nihon Keizai Shinbun เป็นผู้รับช่วงต่อ และปัจจุบันดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Nikkei Average

  สำหรับดัชนี TOPIX ที่ตั้งขึ้นใหม่สามารถเป็นตัวแทนราคาหลักทรัพย์ที่แท้จริงของตลาดได้ ทั้งนี้เพราะคำนวณจากมูลค่าราคาตลาดจริงของหลักทรัพย์ทั้งหมดในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาด ซึ่งแตกต่างจาก Nikkei Average ที่คำนวณจากราคาเฉลี่ยตามทฤษฎีของหลักทรัพย์เพียงแค่ 225 หลักทรัพย์ในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ดัชนี TOPIX ยังแสดงค่าเป็นจุด (Point) ซึ่งเหมาะสมกว่า Nikkei Average ซึ่งแสดงค่าเป็นเงินเยน (Yen)

สำหรับบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีดังนี้

  1. เป็นแหล่งระดมเงินทุนที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น โดยทำให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนจากผู้ออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
  2. เป็นตลาดรองที่กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง
  3. ให้การบริการที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่นักลงทุน และผู้ออกหลักทรัพย์
  4. กำหนดนโยบายในการดูแลให้การซื้อขายมีสภาพคล่อง ในราคาที่ถูกต้องและสมเหตุสมผล
  5. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจ รวมถึงราคาหลักทรัพย์ในตลาด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุน
  6. เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงด้านการลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวมีนโยบายส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในด้านการลงทุน และยังได้เปิดโถงนิทรรศการ ระเบียงข้อมูล ศูนย์การตลาดและการสื่อสาร ห้องจัดแสดงภาพ และพิพิธภัณฑ์ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเพื่อให้นักลงทุนผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าตลาดหลักทรัพย์โตเกียวไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งระดมเงินทุนที่มีความมุ่งมั่นในการที่จะเป็นตลาดทุนที่มีประสิทธิภาพของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังได้ขยายการดำเนินงานโดยมุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียและของโลก โดยได้เปิดสำนักงานตัวแทนที่นิวยอร์ก ลอนดอน และสิงค์โปร์

                       ถ้าผู้อ่านมีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นและมีความประสงค์ที่จะไปเยี่ยมชมตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ก็สามารถติดต่อได้ที่

Public Relations Group
Tokyo Stock Exchange, Inc.
2-1 Nihombashi Kabutocho, Chuo-ku Tokyo 103-8220
Tel: 81-3-3665-1881
Fax: 81-3-3662-0547

Website: www.tse.or.jp

ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้เข้าเยี่ยมชมและรับฟังคำบรรยายภาษาอังกฤษได้ทุกวันทำการตั้งแต่วันจันทน์ถึงวันศุกร์เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น.โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange (TSE) (ญี่ปุ่น: 東京証券取引所) , /โตเกียวโชเก็นโทริฮิกิโจะ/) เป็นตลาดหลักทรัพย์ ตั้งอยู่ในกรุง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดดำเนินการเมื่อ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1878, และเริ่มซื้อขายหลักทรัพย์เมื่อ1 มิถุนายน ของปีเดียวกัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตลาดปิดไประยะหนึ่ง หลังจัดรูปองค์กรใหม่ตลาดก็เปิดดำเนินอีกครั้งในวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1949

นิกเกอิเปิดร่วง 465.94 จุด ตามดาวโจนส์ดิ่งหนักกว่า 600 จุด

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดร่วง 465.94 จุด ตามดาวโจนส์ดิ่งหนักกว่า 600 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดร่วงลงในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) ทำสถิติดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ประกาศมาตรการใหม่ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้เฟดมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 28,169.27 จุด ลดลง 465.94 จุด หรือ -1.63%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มประกัน, กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ufa

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE)

นอกเหนือจากเงินกู้จากสถาบันการเงิน ถ้าพูดถึงแหล่งระดมเงินทุนระยะยาว ที่ผู้ประกอบการสามารถแสวงหาเพื่อนำไปใช้ในการก่อตั้งหรือขยายกิจการแล้ว คงหลีกไม่พ้นที่ต้องพูดถึง ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นตลาดทุนที่สำคัญของประเทศ

ตลาดหลักทรัพย์มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจส่วนรวมของแต่ละประเทศ  สำหรับตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) มีชื่อย่อเรียกว่า TSE ไม่เพียงเป็นตลาดหลักทรัพย์ศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย โดยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มเปิดดำเนินการซื้อขายเป็นทางการครั้งแรกขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมในปีเดียวกันโดยทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่หนึ่ง (First Section) เท่านั้น ทั้งนี้การซื้อขายหลักทรัพย์จะเป็นไปตามลำดับของราคาและเวลาที่ดีที่สุด (Price and Time Priority) ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวก็ได้เปิดทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่สอง (Second Section) ขึ้น ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้มีการซื้อขายได้ทั้งหมด 4 ส่วน ดังนี้

  1. ส่วนกระดานที่หนึ่ง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ประสบความสำเร็จมาก และมีปริมาณการซื้อขายสูง หรือ ที่เรียกกันว่า หลักทรัพย์ Blue chips นั่นเอง
  2. ส่วนกระดานที่สอง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็ก และมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำ
  3. ส่วนกระดานต่างประเทศ (Foreign Section) ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเริ่มเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นของบริษัทต่างชาติในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2516
  4. ส่วนกระดานแม่ (Mothers Section) เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตและพึ่งเกิดขึ้นใหม่ โดยเริ่มเปิดทำการซื้อขายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542

สำหรับหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวนั้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารอนุพันธ์ โดยตลาดหลักทรัพย์โตเกียวได้จัดทำดัชนี TOPIX ขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2512 เพื่อทดแทนดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประกาศหยุดใช้ ทั้งนี้ดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมซึ่งมีการคำนวณเหมือนกับการคำนวณดัชนีราคาหุ้นดาวน์โจนส์ (Dow formula-based average) ยังคงมีการใช้อยู่จนถึงปัจจุบันโดยหนังสือพิมพ์ชื่อดังทางการเงินที่เรียกว่า Nihon Keizai Shinbun เป็นผู้รับช่วงต่อ และปัจจุบันดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Nikkei Average

สำหรับดัชนี TOPIX ที่ตั้งขึ้นใหม่สามารถเป็นตัวแทนราคาหลักทรัพย์ที่แท้จริงของตลาดได้ ทั้งนี้เพราะคำนวณจากมูลค่าราคาตลาดจริงของหลักทรัพย์ทั้งหมดในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาด ซึ่งแตกต่างจาก Nikkei Average ที่คำนวณจากราคาเฉลี่ยตามทฤษฎีของหลักทรัพย์เพียงแค่ 225 หลักทรัพย์ในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ดัชนี TOPIX ยังแสดงค่าเป็นจุด (Point) ซึ่งเหมาะสมกว่า Nikkei Average ซึ่งแสดงค่าเป็นเงินเยน (Yen)

สำหรับบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีดังนี้

  1. เป็นแหล่งระดมเงินทุนที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น โดยทำให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนจากผู้ออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
  2. เป็นตลาดรองที่กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง
  3. ให้การบริการที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่นักลงทุน และผู้ออกหลักทรัพย์
  4. กำหนดนโยบายในการดูแลให้การซื้อขายมีสภาพคล่อง ในราคาที่ถูกต้องและสมเหตุสมผล
  5. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจ รวมถึงราคาหลักทรัพย์ในตลาด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุน
  6. เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงด้านการลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวมีนโยบายส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในด้านการลงทุน และยังได้เปิดโถงนิทรรศการ ระเบียงข้อมูล ศูนย์การตลาดและการสื่อสาร ห้องจัดแสดงภาพ และพิพิธภัณฑ์ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเพื่อให้นักลงทุนผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าตลาดหลักทรัพย์โตเกียวไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งระดมเงินทุนที่มีความมุ่งมั่นในการที่จะเป็นตลาดทุนที่มีประสิทธิภาพของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังได้ขยายการดำเนินงานโดยมุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียและของโลก โดยได้เปิดสำนักงานตัวแทนที่นิวยอร์ก ลอนดอน และสิงค์โปร์

                       ถ้าผู้อ่านมีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นและมีความประสงค์ที่จะไปเยี่ยมชมตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ก็สามารถติดต่อได้ที่

Public Relations Group
Tokyo Stock Exchange, Inc.
2-1 Nihombashi Kabutocho, Chuo-ku Tokyo 103-8220
Tel: 81-3-3665-1881
Fax: 81-3-3662-0547

Website: www.tse.or.jp

ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้เข้าเยี่ยมชมและรับฟังคำบรรยายภาษาอังกฤษได้ทุกวันทำการตั้งแต่วันจันทน์ถึงวันศุกร์เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น.โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

นิกเกอิเปิดลบ 55.78 จุด ถูกกดดันจากการที่เยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 55.78 จุด ถูกกดดันจากการที่เยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ โดยตลาดถูกกดดันจากการที่เยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มส่งออก แต่นักลงทุนบางส่วนยังคงเข้าซื้อหุ้นหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 27,102.85 จุด ลดลง 55.78 จุด หรือ -0.20%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มอาหาร รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก ขณะที่หุ้นบวกนำโดยกลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มขนส่งทางทะเล ufa

นิกเกอิบวกหลังเปิดตลาด 60.68 จุด ขานรับอังกฤษอนุมัติใช้วัคซีนต้านโควิด

ตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิบวกหลังเปิดตลาด 60.68 จุด ขานรับอังกฤษอนุมัติใช้วัคซีนต้านโควิด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวขึ้น 16.35 จุดหรือ 0.06% แตะระดับ 26,817.33 หลังตลาดเปิดการซื้อขาย 15 นาที เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่ากิจกรรมการทางเศรษฐกิจจะกลับสู่ภาวะปกติ หลังอังกฤษเป็นประเทศแรกที่อนุมัติให้มีการใช้วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้า

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 26,740.30 จุด ลดลง 60.68 จุด หรือ -0.23%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นเช้านี้นำโดยกลุ่มขนส่งทางทะเล, กลุ่มขนส่งทางบก และกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก ufa

นิกเกอิปิดเช้าลบ 30.34 จุด เยนแข็งกดดันหุ้นส่งออก

ตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิปิดเช้าลบ 30.34 จุด เยนแข็งกดดันหุ้นส่งออก

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดเช้านี้ลดลง เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,506.97 จุด ลดลง 30.34 จุด หรือ -0.11%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มอุปกรณ์การขนส่งและกลุ่มธนาคาร ขณะที่หุ้นบวกนำโดยกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ufa