แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่ง Sideway up – อิงขึ้น รอลุ้นมาตรการกระตุ้นศก.ของไทย

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่ง Sideway up – อิงขึ้น รอลุ้นมาตรการกระตุ้นศก.ของไทย

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway up คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีปัจจัยลบอะไร ขณะที่เสร็จสิ้นการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของบริษัทจดทะเบียน และตลาดฯได้ตอบรับไปบ้างแล้ว ทำให้ตอนนี้มองว่า Downside น่าจะจำกัด และน่าจะได้แรงเสริมเข้ามาจากสภาพคล่องส่วนเกินที่มีอยู่มากในระบบ

อย่างไรก็ดี ให้ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยว่าจะออกมาได้เมื่อใด และเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าตอนนี้ก็ให้จับตาดูว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาเมื่อใดด้วย

พร้อมให้แนวรับ 1,320 จุด ส่วนแนวต้าน 1,350 จุด

ufabet

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งตัวอิงแดนลบ -7.5% กังวลขัดแย้งสหรัฐ-จีน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งตัวอิงแดนลบ -7.5% กังวลขัดแย้งสหรัฐ-จีน ,การเมืองในปท.

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งตัวอิงแดนลบ เนื่องจากตลาดไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ขณะเดียวกันก็มีแต่ปัจจัยถ่วงจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในเรื่องที่สหรัฐฯได้เพิ่มการยกระดับการแบนบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ และสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในเกาหลีใต้ก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองในประเทศจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะถ้ามีการยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์ก็อาจจะไม่ดี ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องระวัง เพราะเปราะบาง ดังนั้น ตอนนี้มีแต่ข่าวลบมากกว่าบวก ทำให้ตลาดอยู่ในสถานะคนยังไม่กล้าซื้อ อีกทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ก็ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้เป็น -7.5%

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบคละกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละตลาดเอง พร้อมให้ติดตามรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ และติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และภาคบริการของทั่วโลก

พร้อมให้แนวรับ 1,311-1,303 จุด ส่วนแนวต้าน 1,330-1,338 จุด

ufabet

 

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์คล้ายภูมิภาค , เกาะติดจีดีพี Q2/63 ของไทย

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์คล้ายภูมิภาค , เกาะติดจีดีพี Q 2/63 ของไทย

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย หลังจากที่การชุมนุมทางการเมืองในประเทศเมื่อวานนี้ เรียบร้อยดี ทำให้น่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาได้บ้าง และยังมีความคืบหน้าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของรัสเซียด้วย

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของบริษัทจดทะเบียนประกาศออกมาเกือบหมดแล้ว ตอนนี้ก็ต้องหันไปดูว่าโบรกเกอร์จะมีการปรับประมาณการอย่างไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ดูงบฯก็ไม่ได้ออกมาแย่มาก และตลาดก็ได้ปรับลดลงไปก่อนหน้านี้แล้ว

อย่างไรก็ดี วันนี้ให้ติดตามการประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) งวดไตรมาส 2/63 ของไทย ซึ่งก็คงจะออกมาต่ำสุดของปีนี้ และยังต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ ส่วนการปรับน้ำหนักลงทุนของ MSCI ก็ได้มีการปรับลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยไม่มาก แค่ 0.01% หรือคิดเป็น 22 ล้านเหรียญฯเท่านั้น ซึ่งก็คงจะมีการปรับลดไปบ้างในวันศุกร์ที่ผ่านมา ในหุ้น CPALL, ADVANC เป็นต้น ก่อนที่จะมีผลในวันที่ 31 ส.ค.นี้

พร้อมให้แนวรับ 1,320-1,315 จุด ส่วนแนวต้าน 1,333-1,340 จุด

เดิมพัน ufabet

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ -0.3%  รอดูตัวเลขจ้างงาน-แผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ -0.3%  รอดูตัวเลขจ้างงาน-แผนกระตุ้นศก.ของสหรัฐ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ขณะเดียวกันก็รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯคืนนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.48 ล้านคน และรอดูแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯด้วย ซึ่งวงเงินขั้นต่ำ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ราว -0.3% ถึง -0.6% คาดว่าจะเป็นผลจากปัจจัยการเมือง โดยทางสหรัฐฯได้มีการเปลี่ยนกฏระเบียบเข้มขึ้นสำหรับบริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาด ทำให้มีโอกาสที่จะเพิกถอนบริษัทจีนได้ ซึ่งคงจะต้องติดตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนต่อไป รวมถึงใกล้เข้าฤดูกาลการเลือกตั้งในสหรัฐฯด้วย อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลง เล็งหุ้นอิงศก.ย่อตัวจากน้ำมันร่วง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลง หลังทางเทคนิคเกิดสัญญาณขาย – เล็งหุ้นอิงศก.ย่อตัวจาก น้ำมัน ร่วง

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ติดลบ ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเช้านี้ว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตงวดเดือนก.ค.ออกมาดีขึ้น แต่ภาคบริการกลับลดลง ซึ่งก็มองเป็นกลางไม่น่าจะมีผลต่อตลาดมากนัก แต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจทำให้หุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจอาจย่อตัวลงได้

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยจากฝั่งสหรัฐฯในเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเรียบร้อยหรือยัง และการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งก็ให้ดูพวกกลุ่มเทคโนโลยี ที่งบฯอาจจะดีกว่าคาด แต่กลุ่มพลังงานอาจจะออกมาไม่ดี

สำหรับตลาดบ้านเราให้ติดตามปัจจัยการเมือง โดยเฉพาะเรื่องม็อบที่น่าเป็นห่วง กลัวจะทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ และให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ซึ่งช่วงนี้คงจะต้องเทรดหุ้นตามปัจจัยในประเทศของแต่ละตลาดไปก่อน อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งซึมลงคาดว่าจะ -19% หลังขาดปัจจัยกระตุ้น

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งซึมลงคาดว่าจะ -19% หลังขาดปัจจัยกระตุ้น  -กังวลการฟื้นตัวศก.

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งซึมลง ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะติดลบ 0.2-0.4% เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้น ขณะที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯในช่วงหลังเริ่มแผ่วลง และจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสหรัฐฯก็ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับยังต้องติดตามความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ต่อไป

นอกจากนี้ วันนี้ให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน แต่อาจจะมีการขยายเวลาการให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก อีกทั้งให้ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ ซึ่งมีวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ อ่านเพิ่มเติม