ดาวโจนส์ปิดลบ 66.84 จุด แต่ S&P500,Nasdaq ทำนิวไฮรับผลประกอบการ

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 66.84 จุด แต่ S&P500,Nasdaq ทำนิวไฮรับผลประกอบการ,หุ้นเทคโนฯพุ่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งความล่าช้าในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดทำนิวไฮ โดยได้ปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ และแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,778.07 จุด ลดลง 66.84 จุด หรือ -0.24% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,389.78 จุด เพิ่มขึ้น 7.79 จุด หรือ +0.23% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,210.84 จุด เพิ่มขึ้น 81.11 จุด หรือ +0.73%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนนี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจากสหรัฐยกระดับมาตรการกีดกันบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน โดยพุ่งเป้าไปที่การปิดช่องทางไม่ให้หัวเว่ยเข้าถึงชิปและเทคโนโลยีต่างๆ

นอกจากนี้ ดาวโจนส์ยังได้รับแรงกดดันจากความล่าช้าในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยหนึ่งในประเด็นที่สร้างความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวและสภาคองเกรสในขณะนี้คือการที่พรรคเดโมแครตเรียกร้องการให้เงินทุนสนับสนุนการส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์จำนวน 3.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ปธน.ทรัมป์ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเขามองว่าการส่งบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์จะนำไปสู่การฉ้อโกงในการเลือกตั้ง

หุ้นโบอิ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวลง 1.02% หลังจากโบอิ้งประกาศนโยบายให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจเป็นรอบที่สอง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน

อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยเฉพาะดัชนี S&P500 ที่สามารถดีดตัวขึ้นมาปิดที่เหนือระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ โดยวอลมาร์ทเปิดเผยยอดขายออนไลน์ในสหรัฐ พุ่งขึ้น 97% ในไตรมาส 2 ขณะที่โฮม ดีโปท์ เปิดเผยยอดขายในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นกว่า 23%

ทั้งนี้ ราคาหุ้นวอลมาร์ท และโฮม ดีโปท์ ทะยานขึ้นทำนิวไฮในระหว่างวัน ก่อนที่จะอ่อนแรงลงในช่วงปิดตลาด โดยหุ้นวอลมาร์ท ปิดขยับลง 0.69% และหุ้นโฮม ดีโปท์ ปิดลดลง 1.17%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยหุ้นแอมะซอน พุ่งขึ้น 4.09% หุ้นอัลฟาเบท พุ่งขึ้น 2.61% หุ้นไมโครซอฟท์ บวก 0.58% หุ้นเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้น 0.45% หุ้นแอปเปิล บวก 0.83%

หุ้นออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 2.22% หลังสื่อรายงานว่า ออราเคิลกำลังเจรจากับไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก (TikTok) เพื่อซื้อกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

หุ้น PG&E ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 2.07% หลังมีรายงานว่าคลื่นความร้อนสูงในรัฐแคลิฟอร์เนียทำให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาของ AccuWeather คาดว่า อุณหภูมิอาจสูงแตะ 90 องศาฟาเรนไฮต์ในเมืองใหญ่ที่สุดบางแห่งในรัฐแคลิฟอร์เนียจนถึงกลางสัปดาห์นี้

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 28-29 ก.ค.ในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผย การเริ่มสร้างบ้าน เพิ่มขึ้น 22.6% สู่ระดับ 1.496 ล้านหลังในเดือนก.ค. โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.22 ล้านหลังในเดือนมิ.ย. และเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.24 ล้านหลัง ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างบ้านในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 18.8% แตะ 1.495 ล้านหลัง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ค.จาก Conference Board, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนส.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนส.ค.จากมาร์กิต และยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ค.

ufa24h

ดาวโจนส์ปิดลบ 86.11 จุด จากแรงขายหุ้นแบงก์,อุตสาหกรรม

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 86.11 จุด จากแรงขายหุ้นแบงก์,อุตสาหกรรม

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมทั้งรายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,844.91 จุด ลดลง 86.11 จุด หรือ -0.31% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,381.99 จุด เพิ่มขึ้น 9.14 จุด หรือ +0.27% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,129.73 จุด เพิ่มขึ้น 110.43 จุด หรือ +1.00%

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ร่วงลง 2.15% หุ้นซิตี้กรุ๊ป ดิ่งลง 2.87% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ร่วงลง 2.64% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ร่วงลง 2.36%

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลงและเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดดาวโจนส์ปิดในแดนลบ โดยหุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 3.41% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก ดิ่งลง 2.85% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ปรับตัวลง 0.9% หุ้น 3M ลดลง 0.83%

หุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ร่วงลง 2.9% หลังจากบริษัทประกาศแผนซื้อหุ้นจำนวนมากใน Kabbage ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินที่ปล่อยกู้ให้กับธุรกิจขนาดเล็ก

หุ้นกลุ่มสายการบินร่วงลงตามทิศทางหุ้นสายการบินในยุโรป เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดทั่วโลก โดยหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ ดิ่งลง 5.3% หุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ร่วงลง 4.9% หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ร่วงลง 3.2%

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดยหุ้น Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ปิดตลาดทะยานขึ้น 6.68% หลังจากนักวิเคราะห์ของบริษัท Susquehanna International Group (SIG) ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้น Nvidia สู่ระดับ 540 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นแอมะซอนดอทคอม ดีดขึ้น 1.09% หุ้นไมโครซอฟท์ บวก 0.66% หุ้นอัลฟาเบท เพิ่มขึ้น 0.77%

นักวิเคราะห์จากบริษัทลองโบว์ แอสเซท แมเนจเมนท์ ในรัฐโอกลาโฮมากล่าวว่า นักลงทุนยังคงเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในภาคส่วนดังกล่าว หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องทำงานจากที่บ้านและทำธุรกรรมทางออนไลน์เป็นส่วนใหญ่

หุ้นแอปเปิล ปรับตัวลง 0.26% แต่มูลค่าตลาดของแอปเปิลยังคงสูงเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ว่าแอปเปิลเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมาย หลังจากบริษัทผู้ผลิตเกม Fortnite ได้ยื่นฟ้องแอปเปิล จากการที่แอปเปิลได้ถอดเกม Fortnite ออกจากแอปสโตร์

หุ้นโนวาแวกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 6.2% หลังจากบริษัทประกาศเริ่มต้นการทดสอบทางคลินิกเฟส 2b ในแอฟริกาใต้ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของโนวาแวกซ์ซึ่งมีชื่อว่า NVX-CoV2373

หุ้นพรินซิเพีย ไบโอฟาร์มา (Principia Biopharma) ซึ่งเป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ของสหรัฐ ทะยานขึ้น 9.3% หลังจากซาโนฟี่ (Sanofi) ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของฝรั่งเศส ทำข้อตกลงซื้อกิจการของบริษัทพรินซิเพีย ไบโอฟาร์มา ในวงเงิน 3.36 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการวิจัยและพัฒนายารักษาโรคออโตอิมมูน (โรคภูมิต้านตัวเอง) และโรคภูมิแพ้

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง โฮม ดีโปท์, วอลมาร์ท, ทาร์เก็ต คอร์ป และโคห์ลส์ คอร์ป

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมของเฟดประจำวันที่ 28-29 ก.ค. ในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านพุ่งขึ้น 6 จุด สู่ระดับ 78 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยจัดทำข้อมูลดังกล่าว โดยการพุ่งขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากความสนใจมากขึ้นจากผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองอยู่ในระดับต่ำ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ค.จาก Conference Board, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนส.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนส.ค.จากมาร์กิต และยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ค.

ufa24hrs

ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,931.02 จุด เพิ่มขึ้น 34.30 จุด หรือ +0.12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,372.85 จุด ลดลง 0.58 จุด หรือ +0.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,019.30 จุด ลดลง 23.20 จุด หรือ -0.21%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.8%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี Nasdaq ขยับขึ้น 0.1%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางตั้งแต่การซื้อขายในช่วงเช้า หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.9% หลังจากที่ดีดตัวขึ้น 8.4% ในเดือนมิ.ย.

บรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ข้อมูลยอดค้าปลีกดังกล่าวบ่งชี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลง ซึ่งตอกย้ำความวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

นักลงทุนยังคงชะลอการซื้อขายหุ้น ขณะรอคอยการอนุมัติมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจฉบับใหม่ของสหรัฐ โดยการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและสมาชิกสภาพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวหยุดชะงักมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นักลงทุนยังลังเลที่จะซื้อขายหุ้นหลังจากมีรายงานข่าวว่า สหรัฐและจีนได้ยกเลิกแผนการที่จะประชุมทางไกลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อประเมินความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าเฟสแรก โดยรายงานข่าวระบุว่า การประชุมดังกล่าวระหว่างนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนและนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐนั้น ได้ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

หุ้นแอพพลายด์ แมตทีเรียลส์ อิงค์ พุ่ง 3.9% หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ หลังความต้องการอุปกรณ์ชิป และบริการต่างๆ ดีดตัวขึ้น

หุ้น CureVac ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมนี พุ่งขึ้นกว่า 200% ในการซื้อขายวันแรกที่ตลาด Nasdaq ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่บริษัทพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ทำการเทรดหุ้น IPO ในตลาด

หุ้นเทสลา พุ่งขึ้น 1.8% หลังมอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุน หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เทสลาประกาศแผนแตกหุ้น 5 ต่อ 1 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 ส.ค.นี้

หุ้นเอเอ็มซี เอ็นเทอร์เทนเมนต์ พุ่ง 4.3% หลังเปิดเผยว่า บริษัทวางแผนจะเริ่มเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ในวันที่ 20 ส.ค.นี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ได้แก่ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ขยับขึ้นสู่ระดับ 72.8 ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 72.0 จากระดับ 72.5 ในเดือนก.ค., ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือนก.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 5.7% ในเดือนมิ.ย. และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ลดลง 1.1% ในเดือนมิ.ย. หลังจากดิ่งลง 2.3% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2535

แทงบอล

ปิดบวกเมื่อคืนนี้ แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี หนุนให้ดาวโจนส์ปิดบวก 289.93 จุด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ปิดบวกเมื่อคืนนี้ แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี หนุนให้ดาวโจนส์ปิดบวก 289.93 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งข่าวความคืบหน้าในการผลิตวัคซีน และข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดของสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,976.84 จุด เพิ่มขึ้น 289.93 จุด หรือ +1.05% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,380.35 จุด เพิ่มขึ้น 46.66 จุด หรือ +1.40% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,012.24 จุด เพิ่มขึ้น 229.42 จุด หรือ +2.13%

นักวิเคราะห์จากบริษัทเกลนมีด อินเวสต์เมนท์ แมเนจเมนท์ ในรัฐเพนซิลวาเนียของสหรัฐ กล่าวว่า นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากความหวังที่ว่า บริษัทเทคโนโลยีจะได้ประโยชน์มากที่สุดในช่วงเวลาที่สหรัฐยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้ประชาชนต้องทำงานจากที่บ้าน

ทั้งนี้ หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 3.32% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.86% หุ้นเฟซบุ๊ก บวก 1.47% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ เพิ่มขึ้น 1.83% หุ้นอัลฟาเบท เพิ่มขึ้น 1.8% หุ้นแอมะซอนดอทคอม พุ่งขึ้น 2.65%

ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข่าวความคืบหน้าในการผลิตวัคซีน โดยนายมิคาอิล มูราชโก รัฐมนตรีสาธารณสุขรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะเริ่มการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ภายในเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งในระยะแรกจะเน้นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ ก่อนที่จะผลิตตามคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ของสหรัฐ เพื่อซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ปริมาณ 100 ล้านโดส มูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยโมเดอร์นาเปิดเผยว่า วัคซีน mRNA-1273 เป็นหนึ่งในวัคซีนต้านโควิดเพียงไม่กี่ตัวที่เข้าสู่การทดลองขั้นสุดท้ายแล้ว และการทดลองดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 104.53 จุด แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถ่วงตลาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 104.53 จุด แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถ่วงตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (11 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่การเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงชะงักงัน ซึ่งกดดันให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมา โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,686.91 จุด ลดลง 104.53 จุด หรือ -0.38% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,333.69 จุด ลดลง 26.78 จุด หรือ -0.80% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,782.82 จุด ลดลง 185.54 จุด หรือ -1.69%

ตลาดหุ้นสหรัฐถูกกดดัน หลังจากนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐเปิดเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ผู้เจรจาของทำเนียบขาวยังไม่ได้พูดคุยกับผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสเกี่ยวกับกฎหมายเยียวยาผลกระทบของโรคโควิด-19 หลังจากที่การเจรจาล้มเหลวในสัปดาห์ที่ผ่านมา

เทรดเดอร์ระบุว่า บรรดานักลงทุนได้เทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาจากความวิตกเกี่ยวกับภาวะชะงักงันในการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19

หุ้นยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง ซึ่งส่งผลถ่วงดัชนี Nasdaq ร่วงลง โดยหุ้นเน็ตฟลิกซ์ ร่วง 3.40%, หุ้นแอปเปิล ร่วง 2.97%, หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วง 2.61%, หุ้นแอมะซอน ร่วง 2.14% และหุ้นอัลฟาเบท ลดลง 1.09% อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 185.46 จุด รับมาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 185.46 จุด รับมาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า,ข้อมูลแรงงานดีกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ทำสถิติพุ่งขึ้นเหนือระดับ 11,000 จุดเป็นครั้งแรก เนื่องจากนักลงทุนขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,386.98 จุด เพิ่มขึ้น 185.46 จุด หรือ +0.68% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,349.16 จุด เพิ่มขึ้น 21.39 จุด หรือ +0.64% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,108.07 จุด เพิ่มขึ้น 109.67 จุด หรือ +1.00%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยล่าสุดนายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไม่ช้า พร้อมกับกล่าวว่า ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างก็มีความต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 236.08 จุด ขานรับข่าวซื้อกิจการ,ภาคการผลิตสหรัฐสดใส

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 236.08 จุด ขานรับข่าวซื้อกิจการ,ภาคการผลิตสหรัฐสดใส

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ขานรับดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 1 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวการซื้อกิจการในภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงข่าวไมโครซอฟท์เจรจาซื้อกิจการ TikTok และกูเกิลเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ADT ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในสหรัฐ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,664.40 จุด พุ่งขึ้น 236.08 จุด หรือ +0.89% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,294.61 จุด เพิ่มขึ้น 23.49 จุด หรือ +0.72% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,902.80 จุด เพิ่มขึ้น 157.53 จุด หรือ +1.47%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นหลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยผลสำรวจซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 54.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 52.6 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.6 โดยได้รับปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 114.67 จุด รับอานิสงส์หุ้นเทคโนฯพุ่งจากผลประกอบการแกร่ง

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 114.67 จุด รับอานิสงส์หุ้นเทคโนฯพุ่งจากผลประกอบการแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ แอปเปิล, แอมะซอน.คอม และเฟซบุ๊ก หลังจากบริษัทเหล่านี้เปิดเผยรายได้และผลกำไรสูงเกินคาดในไตรมาส 2/2563 อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการรอบใหม่ของรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาผลกระทบของโรคโควิด-19 นั้น ยังคงทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,428.32 จุด เพิ่มขึ้น 114.67 จุด หรือ +0.44%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,271.12 จุด เพิ่มขึ้น 24.90 จุด หรือ +0.77% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,745.27 จุด เพิ่มขึ้น 157.46 จุด หรือ +1.49%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 0.15%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.73% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 3.69%

ส่วนในรอบเดือนก.ค. ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 2.39%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 5.52% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 6.83% อ่านเพิ่มเติม