ภาพยนต์เรื่อง The Midnight Sky

The Midnight Sky

The Midnight Sky ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากนวนิยายเรื่อง “Good Morning, Midnight” ได้ มาร์ก แอล สมิธ มือเขียนบทจากเรื่อง The Revenant มารังสรรค์ เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่สร้างด้วยทุน100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เล่าเรื่องราวในภาคพื้นโลกและอวกาศ

The Midnight Sky

โทนของสองภาคนี้แตกต่างกันคนละเรื่อง สอดประสานเข้าด้วยกันด้วยความพยายามในการสื่อสาร ชวนให้นึกถึงสภาพความโดดเดี่ยวที่เราทุกคนต้องเปิด Zoom เพื่อบรรเทาความเหงา คลูนีย์บอกว่าการถ่ายทั้งภาคพื้นและภาคอวกาศยากคนละแบบ

“ถ่ายที่อาร์กติกสนุกมาก เราวางแผนกันหมดทุกขั้นตอนเลยนะเพราะมีเด็กอายุ 7 ขวบถ่ายด้วย อีกอย่างคือที่นั่นจะเริ่มสว่างตอน 11 โมง พอเริ่มบ่ายสามก็มืดแล้ว เราก็เลยต้องพร้อมตลอดเวลา ต้องรออากาศให้สดใสและมีแสงแดด ที่นั่นมีพายุบ่อยมาก ลมพัดแรงอย่างกับทอร์นาโด พอเปิดกล้องก็ต้องถ่ายให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เรื่องย่อ เรื่องราวหลังวันสิ้นโลกนี้ติดตามชีวิตของ ออกัสติน (จอร์จ คลูนีย์) นักวิทยาศาสตร์ที่โดดเดี่ยวในแถบอาร์กติก ซึ่งเร่งหยุดยั้ง ซัลลี่ (เฟลิซิตี้ โจนส์) และทีมนักบินอวกาศไม่ให้กลับมาเจอหายนะปริศนาบนโลก

หนังได้ชื่อว่าเต็งชิงออสการ์สาขาใดสาขาหนึ่ง โดยตัวความหวังมากสุดก็คงเป็นในสาขารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของ จอร์จ คลูนีย์ เอง ที่เรื่องนี้เหมาทั้งแสดงนำและกำกับ โดยหนังดัดแปลงมาจากนิยายปี 2016 ชื่อ Good Morning, Midnight ของ ลิลี บรูกส์ ดัลตัน เจ้าของรางวัล The Oregon Book Award ในปี 2015 ด้วยฝีมือของมือเขียนบท มาร์ก แอล. สมิธ ที่เคยฝากฝีไม้ลายมือกับการร่วมเขียนบทหนังรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่าง The Revenant (2015) มาแล้ว ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์ The Fast and the Furious

เร็ว..แรงทะลุนรก 5

เร็ว..แรงทะลุนรก 5 

เร็ว..แรงทะลุนรก 5 (อังกฤษ: Fast Five) หรือ Fast & Furious 5 หรือ Fast & Furious 5: Rio Heist เป็นภาพยนตร์โลดโผน/อาชญากรรมลำดับที่ 5 ในชุด เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส กำกับโดย จัสติน ลิน เขียนบทโดยคริส มอร์แกน นำแสดงโดยวิน ดีเซล, พอล วอล์กเกอร์และดเวย์น จอห์นสัน เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ. 2011

เรื่องย่อ

ขณะที่โดมินิก “ดอม” ทอเร็ตโตถูกส่งตัวไปที่เรือนจำลอมพ็อคด้วยรถบัส มีอา ทอเร็ตโตและไบรอัน โอคอนเนอร์ น้องสาวและเพื่อนของดอมได้ขับรถเข้ามาขัดขวางและทำให้รถบัสคว่ำ จากนั้นก็พาตัวดอมหนีไปที่เมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมืองที่เต็มไปด้วยคนติดอาวุธ และ

ปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ อีกทั้งปัญหาคอร์รัปชันจากทั้งนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หรือแม้แต่ข้าราชการด้วยกันเอง เพื่อไปขอพึ่งวินซ์ เพื่อนเก่าที่ไบรอันเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อครั้งอยู่ที่ลอสแอนเจลิสหลายปีก่อน วินซ์ทาบทามให้ไบรอันกับมีอาทำงานขโมยรถสามคันบนรถไฟ พอถึงวันลง

มือไบรอันและมีอาที่ทำหน้าที่เป็นนกต่อชี้เป้าที่อยู่บนขบวนรถไฟ ลอบเข้าไปยังตู้เป้าหมายที่มีรถ พบว่ารถสามคันดังกล่าวถูกยึดโดยหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (DEA) และกำลังถูกส่งไปยังสถานีตำรวจเมืองรีโอเดจาเนโรเพื่อส่งมอบหลักฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่ DEA โดยสารมาด้วย

สามนายเพื่อคุ้มกันของกลาง เมื่อดอมมาถึงพร้อมกับคนอื่น ๆ ด้วยรถขนย้ายด้านนอก พวกเขาเจาะตู้รถไฟ ระหว่างเตรียมขนย้ายรถของกลาง ดอมได้ยินว่าซีซี หนึ่งในลูกทีมต้องการรถ Ford GT40 ดอมจึงให้มีอาขับรถคันนั้นไป ซีซีไม่พอใจจึงเกิดการโต้เถียงขึ้นแต่สุดท้ายซีซีก็ยินยอม พอมีอาขับเลี้ยวไปอีกทาง ซีซีจึงรู้ตัวว่าถูกหักหลังและต่อสู้กับดอมและไบรอัน ขณะที่สู้กันซีซี

ยิงเจ้าหน้าที่ DEA ที่อยู่บนรถไฟเสียชีวิตทั้งสามนาย ส่วนไบรอันและดอมขับรถหนีออกมาแต่ถูกจับตัวโดยเฮร์แนน เรย์เอส นักค้ายาเสพติดผู้เป็นเจ้าพ่อใหญ่แห่งเมืองรีโอเดจาเนโร เรย์เอสสั่งให้ลูกน้องเค้นถามดอมและไบรอันว่ารถอยู่ไหน แต่ดอมและไบรอันขัดขืนและหนีออกมาได้

ไบรอัน ดอมและมีอาพากันแยกส่วนรถ Ford GT40 เพื่อค้นหาเบาะแสบางอย่าง พวกเขาพบวินซ์ที่ลอบเข้ามาค้นหาชิปคอมพิวเตอร์ชิ้นหนึ่งที่อยู่ในเครื่องเสียงติดรถยนต์ วินซ์ยอมรับว่าตนต้องการชิปนี้เพื่อนำไปขายให้เรย์เอส ดอมซึ่งพบว่าวินซ์พามีอามาเสี่ยงจึงไล่วินซ์ไป ไบรอันนำชิปนั้นไปตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของเรย์เอสทั้งหมด รวมถึงที่เก็บเงินสด 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางการทูต (DSS) ลุค ฮ็อบส์และลูกทีมเดินทางมาที่รีโอเดจาเนโรเพื่อตามจับดอมและไบรอันตามคำสั่งของทางการสหรัฐ พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากเอเลนา เนเวส ตำรวจท้องที่ที่พวกเขาขอตัวมาเพื่อช่วยเรื่อง

ล่ามและความเชี่ยวชาญในพื้นที่ แถมฮ็อบส์ยังสืบประวัติเธอและพบว่าเอเลนาไม่เคยรับสินบนจากใคร ทีมของฮ็อบส์ตามรอยมายังที่ซ่อนของดอม แต่ขณะเดียวกันก็ปะทะกับพวกลูกน้องของเรย์เอสที่ต่างตามมาไล่ล่าพวกดอม หลังจากที่ดอม ไบรอันและมีอาหนีรอดมาได้ ดอมเสนอให้แยกกันหนี แต่มีอาสารภาพว่าตนกำลังท้องกับไบรอัน ทั้งหมดจึงตัดสินใจอยู่ด้วยกันต่อและคิดแผนขโมยเงินของเรย์เอสเพื่อนำไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยดอมตั้งทีมปล้น ประกอบด้วยโรมัน เพียร์ซ, เทจ, ฮาน, จีเซล, เลโอ, ซานโตส และวินซ์

ระหว่างที่พวกดอมกำลังดำเนินงานกันนั้น ฮ็อบส์ที่ไล่ล่าดอมกับพรรคพวกพาลูกทีมเข้ายึดที่กบดานและของกลางคือซากรถเพื่อมาตรวจสอบหาเบาะแสจนพบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรย์เอส ด้านดอมนำทีมปล้นเงินจากเรย์เอสและเผาเงินทิ้ง ฝ่ายเรย์เอสที่ทราบข่าวว่าถูกพวกดอมปล้นโกรธจัด จึงสั่งการให้ซีซีมือขวาของตน รีบรวบรวมเงินทั้งหมดไปไว้ในตู้นิรภัยที่สถานีตำรวจเมืองรีโอเดจาเนโร ที่ซึ่งเขาได้ติดสินบนพวกตำรวจเอาไว้ทั้งกรม เพื่อกันไม่ให้พวกดอมมาปล้นอีกได้ แต่พวกดอมก็ไม่ลดละ พยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อที่จะเข้าไปเอาเงินให้ได้

ฮ็อบส์และลูกทีมตามมาเจอดอมอีกครั้ง และจับกุมดอม มีอา ไบรอัน และวินซ์ แต่ขณะถูกส่งตัวทั้งหมดถูกลูกน้องของเรย์เอสซุ่มโจมตี ลูกทีมของฮ็อบส์ถูกฆ่าทั้งหมด ส่วนดอมช่วยฮ็อบส์ออกมา แต่ขณะที่หลบหนีวินซ์ถูกยิงและเสียชีวิตกลางทาง พอกลับที่กบดานเดิม ฮ็อบส์และเอเลนาขอร่วมทีมปล้นกับดอมเพื่อล้างแค้นให้ลูกทีมตัวเอง ฮ็อบส์รับเป็นด่านหน้า ใช้รถกันกระสุนของตัวเองบุกฝ่าเข้าไปในสถานีตำรวจ ส่วนดอมและไบรอันขับรถตามเข้าไปขโมยตู้นิรภัย ทั้งสองขับรถลากตู้นิรภัยไปตามถนนในเมืองรีโอเดจาเนโรจนมาถึงกลางสะพาน ดอมตัดสินใจระเบิดสายตะขอของไบรอันออกจากตู้นิรภัย เพื่อให้ไบรอันหนีไปและใช้รถตัวเองกับตู้นิรภัยเป็นอาวุธสู้กับตำรวจและลูกน้องของเรย์เอส หลังจัดการเรย์เอสพร้อมลูกน้องได้ ซีซีที่บาดเจ็บพยายามจะฆ่าดอม แต่ถูกไบรอันที่กลับรถตามมาช่วยทันยิงจนเสียชีวิต จากนั้นฮ็อบส์ที่ตามมายิงเรย์เอสที่ได้รับบาดเจ็บหนักจนเสียชีวิตอีกคน ฮ็อบส์ตัดสินใจไม่จับดอมและไบรอัน แต่ให้เวลา 24 ชั่วโมงเพื่อหลบหนีไปโดยต้องทิ้งตู้นิรภัยไว้ที่นี่ ดอมและไบรอันจึงหนีไป ต่อมาฮ็อบส์พบว่าตู้นิรภัยที่ทั้งสองลากมาเป็นตู้นิรภัยเปล่า ส่วนของจริงถูกสับเปลี่ยนก่อนหน้านี้ ดอมกับไบรอันพอมาสมทบกับเพื่อน ๆ เปิดตู้นิรภัยใบนั้นแล้วนำเงินมาแบ่งเท่ากันทุก ๆ คนรวมถึงวินซ์ที่เสียชีวิตด้วย สุดท้ายเอเลน่าตัดสินใจขอลาออกจากตำรวจ และหันมาคบกับดอมอย่างจริงจัง หลังจากที่เธอสืบที่อยู่ของดอมจนพบ พร้อมกับย้ายไปอยู่กินกับดอมเยี่ยงสามี-ภรรยาอีกด้วย

วันหนึ่งดอมและเอเลนามาเยี่ยมไบรอันและมีอา โดยไบรอันขอท้าดอมแข่งรถเพื่อพิสูจน์ว่าใครเก่งกว่ากัน

ในฉากหลังเครดิต ฮ็อบส์ได้รับไฟล์ข้อมูลเกี่ยวกับการจารกรรมขบวนรถทหารในเบอร์ลิน จากฟูเอนเตส เพื่อนร่วมงานสาว เขาพบภาพของเลตตี โอติซ แฟนเก่าของดอมซึ่งเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว และตอนนี้เธออยู่ร่วมทีมที่จารกรรมขบวนรถทหารนั้น

รีวิวหนังเรื่อง The King  ของNetflix กับ สงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส

รีวิวหนังเรื่อง The King  ของNetflix กับ สงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส

The King Netflix

The King Netflix ภาพยนตร์ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเชิดชูวีรกรรมของ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 (Henry V) ซึ่งเป็นกษัตริย์อังกฤษผู้เข้าร่วมในสงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส และมีชื่อเสียงมากในบรรดากษัตริย์ของอังกฤษ

The King เป็นผลงาน กำกับ และ เขียนบท โดย David Michôd ซึ่งเข้าใจว่านี่คือผลงานกำกับเต็มตัวเองเรื่องแรก หลังจากเคยทำหน้าที่เป็นคนเขียนบทให้กับผลงานอย่าง Animal Kingdom, The Rover, War Machine (ทั้งหมดสามารถรับชมได้ทาง Netflix)

สำหรับ The King นับว่าเป็นผลงานที่ดัดแปลงและอ้างอิงเนื้อหามาจาก Henry V บทละครเรื่องยิ่งใหญ่ของ วิลเลียม เช็คสเปียร์ กวีชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานอมตะมากมายไว้ให้โลก ไม่ว่าจะเป็น Romeo & Juliet, Hamlet, The Midsummer Night Dream ฯลฯ

เรื่องย่อ

เรื่องราวในหนังจะเริ่มจับเหตุการณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 14-15 ในยุคสมัยที่ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส กำลังทำสงคราม 100 ปี โดยจะบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยยังเป็น เจ้าชาย เฮนรี่ “ฮัล” (รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเม็ต) โอรสองค์โตของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 กษัตริย์แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าชายที่มีอุปนิสัย เสเพล ชอบการดื่มสุรา และผู้หญิง และยังมีความขัดแย้งกับบิดาตนเอง ทำให้ตำแหน่งรัชทายาทไปอยู่กับโธมัสที่เป็นน้องชาย แม้ว่าที่จริงแล้วเจ้าชายเฮนรี่จะเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถ ทั้งในด้านการทำสงครามและทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างจากบิดาตนเอง

สำหรับสถานการณ์ของอังกฤษในเวลานั้น กำลังเผชิญหน้ากับการลุกฮือก่อกบฏภายในจากสก็อตแลนด์และเวลส์ ในขณะที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 ล้มป่วยและสิ้นลง เจ้าชายโธมัสก็เสียชีวิตในสนามรบ ทำให้ เจ้าชายเฮนรี่ ผู้ซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้รับสืบทอดราชบัลลังก์ต่อมาแล้วกลายเป็น พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 เรื่องราวจึงได้เริ่มขึ้น

เรื่องราวในหนังช่วงแรกจะโฟกัสที่ความขัดแย้งภายในของอังกฤษ ซึ่งเฮนรี่ต้องเผชิญตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ เมื่อเขาขึ้นเป็นกษัตริย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาหลายอย่างด้วยมุมมองและวิธีการที่แตกต่างจากบิดาตนเอง

ส่วนในช่วงที่สอง ซึ่งถือว่าเป็นเส้นเรื่องหลักอีกเส้น ก็คือความขัดแย้งกับฝรั่งเศส ซึ่งมีโดแฟ็งแห่งฝรั่งเศส (รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน พระเอกดังจาก ทไวท์ไลท์) เป็นคู่ปรับคนสำคัญ

สำหรับปัญหาของหนังคือ การเล่าเรื่องราวในช่วงนี้ ไม่ได้ปราณีกับคนดูที่ไม่ได้ทราบพื้นหลังภายในอังกฤษเวลานั้นเอาซะเลย แม้ว่าตัวหนังจะมีการเดินเรื่องที่ค่อนข้างกระชับ แต่มันกลายเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ได้ทราบประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นมาบ้าง จะมีปัญหาพอสมควร เพราะเรื่องไม่ได้มีการปูพื้นให้คนดูทราบเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ ในอังกฤษ รวมถึงกับฝรั่งเศสมากนัก

ปัญหาอีกจุดที่เกิดขึ้นคือ การปูเรื่องราวส่วนตัวของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ซึ่งพบว่าตัวหนังไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกเกิดความน่าเชื่อถือนักว่า เจ้าชายหนุ่มจอมเสเพลและปลงโลกจากในช่วงต้นเรื่อง ในเวลาเพียงไม่นาน เขากลับกลายมาเป็นนักการทหาร นักรบ และนักการเมืองชั้นยอดได้ยังไง ซึ่งทั้งหมดนี้กลับใช้เวลาภายในไม่กี่ฉากของหนังเท่านั้น แต่ตรงนี้ก็พอเข้าใจได้ว่า เพราะตัวหนังเองไม่มีเวลาปูเรื่องนี้ตรงนี้มากนัก เนื่องจากความขัดแย้งและสถานการณ์ภายในตัวหนังเองก็มีความซับซ้อน และโดยบริบทของเรื่องเองก็ไม่ได้ให้เวลาตัวละครตั้งหลักมากอยู่แล้ว เมื่อเจ้าชายหนุ่มคนนี้ต้องขึ้นมาเป็นกษัตริย์ปกครองอังกฤษในช่วงเวลาที่ยำแย่ และปัญหามากมายจากสมัยของพระบิดา

นอกจากนี้ ตัวหนังยังมีการดัดแปลงประวัติศาสตร์บางอย่าง ดังนั้นถ้าจะเอาความถูกต้องทางประวัติศาสตร์จากในหนังเรื่องนี้คงทำไม่ได้

มีจุดที่หนังทำออกมาได้ค่อนข้างดิบดี นั่นคือฉากดวลกันระหว่าง เจ้าชายเฮนรี่ กับ ฮอตสเปอร์ ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเรื่อง เป็นฉากการดวลกันระหว่างอัศวินในชุดเกราะเหล็กที่ทำออกมาได้ชวนน่าขบขัน ปนสังเวช ของอัศวินในชุดเกราะสองคนที่ต่อสู้ตะลุมบอนกันในระดับมวยวัด เรียกว่าเทคนิคชั้นเชิงในฐานะนักดาบหรืออัศวินแทบไม่ต้องมีกันเลย แต่ก็ถือว่าเป็นความกล้าของทีมสร้างที่ทำให้ฉากนี้ออกมาดูมีความดิบ และสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งตรงกันข้ามของฉากดวลดาบระหว่างยอดอัศวินในหนังที่ใช้ฉากแนวยุคกลางเรื่องอื่น ๆ ซึ่งฉากสงครามในช่วงท้ายเรื่อง ก็ถือว่าเป็นจุดที่ทำได้ดี ดูหนังออนไลน์

รีวิวซีรีย์เกาหลี 2021 : Taxi Driver ที่มาแรงแซงทางโค้งตอนนี้ 

รีวิวซีรีย์เกาหลี 2021 : Taxi Driver ที่มาแรงแซงทางโค้งตอนนี้ 

ดูดีไหม ? Taxi Driver (2021) | แท็กซี่ VIP พร้อมปิดบัญชีแค้น

ซีรีส์ที่มาแรงแซงทางโค้งในตอนนี้จะเป็นเรื่องอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจาก Taxi Driver ถึงแม้จะออกอากาศมาเพียง 4 ตอนแต่สามารถเรียกเรตติ้งไปได้มากถึง 15.6%!!!  ซึ่งคิดเทียบจำนวนผู้ชมในเกาหลีใต้ในตอนดังกล่าว จำนวนผู้ชมตอนนี้จึงมีมากถึง 3.117 ล้านคนเลยทีเดียว เรียกได้ว่าซิ่งแรงแซงทางโค้งเรื่องอื่นๆแบบไม่เห็นฝุ่น และเรื่องนี้ยังเป็นการกลับมารับบทนำซีรีส์ในรอบ 3 ปี ของนักแสดงอีเจฮุนอีกด้วย บอกได้คำเดียวว่าปังมากกก งานดีงานพรีเมี่ยม ไม่ดูไม่ได้!

axi Driver เป็นซีรีส์อีกเรื่องในปีนี้ที่สร้างมาจากเว็บตูนที่ชื่อว่า โมบอมเท็กชี (모범택시) ผลงานของนักเขียนคาร์ลอส และนักวาดอีแจจิน เมื่อถูกนำมาเนรมิตให้กลายเป็นซีรีส์สุดมันส์ในล็อตที่ 2 ของไตรมาสนี้ก็ได้นักเขียนบทโอซังโฮ นักเขียนบทสายหนังแอคชั่นเจ้าของผลงาน Codename: Jackal (2012) , Fabricated City (2017) และได้ผู้กำกับอย่าง พัคจุนอู จากซีรีส์เรื่อง Doctor Detective มาร่วมทีมในการรังสรรค์ Taxi Driver ให้ออกมาพรีเมี่ยมที่สุด

เมื่อกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่จริง กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทวงคืนความเป็นคนคืนให้พวกเขาได้ เสียงกรีดร้องและความทุกข์ทรมาณที่ไม่มีใครได้ยิน ความเจ็บปวดที่เดินทางมาถึงจุดสูงสุดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่แล้วแสงสว่างหนึ่งเดียวท่ามกลางชีวิตที่มืดมนก็ได้ปรากฎขึ้น Rainbow taxi company “อย่าตาย แก้แค้นสิ เราจัดการให้เอง” ฮีโร่สายดาร์กจะมาช่วยคุณปิดบัญชีแค้นให้อย่างสาสมเอง!

จางซองชอล (รับบทโดย คิมอึยซอง) ประธานมูลนิธินกสีฟ้าที่คอยช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมรุนแรงที่ถูกทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรมรวมไปถึงดูแลและเยียวยาครอบครัวของเหยื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง เจ้าของบริษัท Rainbow taxi company ที่เบื้องหลังมีบริการพิเศษให้กับลูกค้าอย่างการ ‘รับแก้แค้น’ โดยคนขับแท็กซี่ระดับ VIP คิมโดกี (รับบทโดย อีเจฮุน) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษจู่โจมใต้น้ำ ที่มีความแค้นฝังหุ่นกับพวกคนไร้อารยธรรมเพราะแม่ของเขาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทำให้เขาผันตัวมาเป็นคนขับแท็กซี่ระดับ VIP ดูหนังออนไลน์

 รีวิวซีรีย์จีน You are my glory : ดุจดวงดาวเกียรติยศ

รีวิวซีรีย์จีน You are my glory : ดุจดวงดาวเกียรติยศ

ปักหมุด 5 ซีรีส์จีนน่าดูปี 2021 !! | TrueID In-Trend

ซีรีส์จีน 2021 เรื่องแรก กับเรื่องราวที่สร้างจากนิยายดัง You are my glory : ดุจดวงดาวเกียรติยศ เป็นเรื่องราวของ เฉียวจิงจิง นักแสดงหญิงสาวสวยสุดเพอร์เฟคที่เข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเกมชื่อดังอย่าง MOBA แต่เพราะเธอเล่นเกมส์ได้แย่มากจึงเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่พาให้เธอกลับมาพบกับ อวี๋ถู่ ที่ต้องกลายมาเป็นโค้ชให้กับเธออย่างช่วยไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่าในอดีตเขาเป็นหนุ่มเทพเกมที่เธอเคยสารภาพรักแต่กลับถูกปฏิเสธ! เมื่อความใกล้ชิดของทั้งคู่ก่อเกิดเป็นความผูกพัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ทั้งสองจะได้ลงเอยกันหรือเปล่าต้องรอชมกันค่ะ

เราชอบความละมุนของเรื่องราวของคนสองคนที่ทำงานกับคนละแบบ อยู่กับแทบจะคนละโลก แต่โลกกลับดึงพวกเขาให้ได้กลับมาเจอกัน และความซนของจิงจิงที่เป็นฝ่ายเข้าหาอวี๋ถู คนที่เธอแอบชอบสมัย ม.ปลาย และตื๊อให้เขามาสอนเธอเล่นเกมเพราะเธอจะเสียหน้าในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของเกมนี้ไม่ได้
จากคนที่แทบจะไม่เคยได้คุยกันในสมัย ม.ปลาย (เพราะท่านเทพอวี๋ถูหมกมุ่นกับการเรียนเหลือเกิน ชวนคุยก็ไม่ยอมตอบ) พอได้โอกาสมาได้อยู่ด้วยกัน ได้รู้จักโลกของอีกคนในแบบที่ไม่เคยคิดมอง และต่างฝ่ายต่างโสดมานานแล้ว ความรู้สึกต่างๆ มันเลยเริ่มก่อตัว
คนอ่านอ่านแล้วก็รู้สึกละมุน หัวใจหวิวๆ ก็อวี๋ถูกับจิงจิงช่างน่ารัก!!
ในสายตาของจิงจิง : ท่านเทพก็ยังเหมือนเดิม หล่อแบบไม่หัก ความสามารถรอบตัว เรื่องงานก็ดี เรื่องเกมก็เก่ง เธอสามารถพึ่งพาและไว้ใจเขาได้ และแค่อยู่ใกล้ๆเขา เธอก็ยังหวั่นไหวเหมือนเดิม
ในสายตาของอวี๋ถู : เจ้าหญิงของประเทศมาขอให้เขาสอนเล่นเกม เขาได้รู้จักเธอในแบบที่เมื่อก่อนไม่เคยมองให้ดีดี เขารู้ว่าเธอว่าง่าย ซุกซน และขี้อ้อนมาก ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะรู้จักเขาได้ดีขนาดนั้น และหลายๆอย่างที่เธอแสดงออกทำให้เขารู้ว่ามีบางสิ่งที่กำลังก่อขึ้น แต่เขาไม่อยากจะยอมรับ ก็ทั้งคู่ช่างมีชีวิตที่แตกต่างเหลือเกิน ดุจดวงดาวเกียรติยศ

รีวิว After We Collided (Netflix) หนังรักที่เน้นความฟิน ที่ไม่มีความสมเหตุสมผล

รีวิว After We Collided (Netflix) หนังรักที่เน้นความฟิน ที่ไม่มีความสมเหตุสมผล

After We Collided (2020)

After We Collided เรื่องราวบอกเล่าต่อจาก After ภาคแรก เกี่ยวกับชีวิตรักของสาววัยรุ่นอย่าง เทสซ่า เด็กสาวสวย ที่มีแฟนหนุ่มเป็นตัวเป็นตน และใช้ชีวิตโดยอยู่ภายใต้การควบคุมจากพ่อแม่มาตลอด แล้วแม้ว่าจะมีแฟนหนุ่มนิสัยดี แต่เธอกลับรู้สึกว่าชีวิตรักขาดอะไรบางอย่าง กระทั่งวันหนึ่งเธอได้มาพบกับหนุ่มสุดฮอตอย่าง ฮาร์ดิน สัมพันธ์สวาทระหว่างทั้งสองจึงเกิดขึ้น ก่อนที่เธอจะพบความจริงว่า ฮาร์ดิน หลอกลวงบางอย่างกับเธอ ซึ่งสุดท้ายแล้วเธอจะตัดสินใจเดินทางไปหาเขาและคืนดีกัน

แต่ในหนังภาคนี้ เรื่องราวจะเริ่มขึ้นว่า เหตุการณ์ที่เทสซ่ากลับมาคืนดีกับฮาร์ดินแบบที่หนังภาคแรกทำตอนจบไว้ แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้น แล้วตัวหนังจะเล่าเรื่องของเทสซ่าที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทั้งการงาน ความรัก ซึ่งสุดท้ายแล้ว เธอก็ต้องมาวนเวียนอยู่กับฮาร์ดิน ซึ่งได้แต่จมจ่อมกับความรู้สึกผิด พร้อมทั้งเผยปมในวัยเด็กของเขาที่มีต่อพ่อของตนเองด้วย ซึ่งคนดูก็ต้องมาดูกันว่า ทั้งสองคนจะรีเทิร์นกลับมาจริงๆ หรือไม่

ก่อนดูเรื่องนี้ ขอบอกก่อนว่า “มันคือหนังรัก ขายฝัน สำหรับผู้หญิง” แน่นอนว่า หนังรักสไตล์ขายฝันผู้หญิงมีอยู่ในตลาดเป็นพันเรื่อง พลอตและการดำเนินเรื่องก็จะคล้ายๆ กันบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะมันคือความบันเทิงสนองนีดสำหรับผู้หญิง ถ้าให้นึกภาพง่ายๆ ลองนึกถึงพวกการ์ตูนตาหวานโชโจวกันดู ส่วนใหญ่มันมีจะพลอตแพทเทิร์นอะไรบางอย่างที่คล้ายกันอยู่

แต่หลักๆคือ ตัวละครเอกที่เป็นผู้หญิงวัยรุ่น จะถูกสร้างมาให้เป็นตัวแทนของคนดู โดยเฉพาะผู้ชมที่เป็นผู้หญิง ที่จะได้มาเจอกับหนุ่มๆสุดฮอตที่ปกติชีวิตจริงคงจะหาเจอแบบนี้ได้ยาก

ดังนั้นให้ตัดความสมจริงอะไรหลายอย่างออกไปจากหัวก่อนดูหนังเรื่องนี้

แต่ถ้าคุณดูโดยคาดหวังสาระอะไรละก็ ขอแนะนำว่าอย่าดูหนังเรื่องนี้ครับ เพราะระหว่างเรื่อง คุณจะได้เห็นอะไรเชยๆ ที่มีอยู่ในหนังรักขายฝันของผู้หญิงเต็มไปหมดในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น

  • นางเอกสาวที่ใครต่อใครต่างก็มาชอบ
  • พระเอกหนุ่มสุดฮอต เก่งเรื่องบนเตียง ซ่า แบดบอย
  • พระรองแสนดี นุ่ม ลุ่มลึก
  • ฉากบังเอิญ เดินมาเจอ เข้าใจผิด
  • ฉากขึ้นเตียงของพระเอกนางเอก ที่บทจะขึ้นก็ขึ้น
  • ดราม่าพระนางในแบบ ก็จะดราม่า

สำหรับภาคสองของหนัง ถ้าจะพอมีความดีอยู่บ้าง ก็อยู่ที่นักแสดงบางคน เช่น นางเอกที่ได้ Josephine Langford มารับบท เทสซ่า นางเอกของเรื่อง ที่แม้ว่าจะดูอวบอิ่มไปหน่อย แต่ก็ดูเชื่อได้ว่าทำไมถึงมีหนุ่มๆ มาหลงชอบ แถมเล่นฉากเข้าพระเข้านางได้ถึงเอามากๆ ชนิดที่ว่าในฉากขึ้นเตียงแล้วเธอข่มตัวพระเอกไปเลย แล้วเอาเข้าจริงบุคลิกและหน้าตาของเธอ โดยเฉพาะแววตา ถ้ามารับบทเป็นนางร้ายในหนังสักเรื่อง น่าจะไปได้รุ่งสุดๆ

นักแสดงอีกคนที่ดูเหมือนขโมยซีนเล็กน้อยคือ Dylan Sprouse ที่มารับบท เทรเวอร์ พระรองของเรื่อง ที่บทดูแล้วน่าเอาใจช่วยไม่น้อย แต่ก็นั่นแหละ ตามสไตล์หนังผู้หญิง พระรองแสนดีไม่ค่อยมีที่ยืนเท่าไหร่

ส่วนการเดินเรื่อง นี่คือจุดอ่อนของหนังอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น บท ไดอาล็อค ไปจนถึงความคิดอ่านตัวละคร แม้กระทั่งการแสดงในแง่รีแอ็คชั่นต่อเหตุการณ์ดราม่าในเรื่อง ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความเชย ตามสูตรที่ดูน่าเบื่อ ไม่ได้ชวนให้น่าติดตามอะไรนัก อีกทั้งตัวบทก็มีความไม่สมเหตุผล และยังมีความวอนนาบีดราม่าของตัวละครเอกอย่าง ฮาร์ดิน ก็มีให้เห็นอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าคนดูเรื่องนี้ได้ดูดราม่าพระเอกจนน่ารำคาญไปเลยครับ แถมบทก็ไม่ได้ส่งเสริมการแสดงเท่าไหร่ด้วย นอกจากฉากเข้าพระเข้านางเท่านั้น  ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวความรู้สึกหลังจากที่ดู “Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1”

รีวิวความรู้สึกหลังจากที่ดู “Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1”

"Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1"

 สวัสดีเพื่อน ๆ นักอ่านที่น่ารักทุกคนนะคะ วันนี้พบกันครั้งแรกกับการรีวิวหนัง การรีวิวหนังของแอดมินในที่นี้ไม่ได้เป็นการเล่าเรื่องย่อ แนะนำนักแสดง ตัวละคร หรือสปอยหนังแต่อย่างใด แต่จะมารีวิวความรู้สึกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ว่าดูแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง และหนังเรื่องนี้ให้ข้อคิดอย่างไร กับการรีวิวหนังภาพยนตร์เรื่อง “Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1” มาอ่านความรู้สึกของแอดมินกันเลยค่ะ

หลังจากการชมหนังภาพยนตร์เรื่องนี้นะ แอดมินมีความรู้สึกว่า ตัวเอกอย่าง Maleficent เป็นตัวละครที่น่าสงสารนะ นางร้ายอย่างมีที่มาที่ไป แต่จะร้ายยังไงก็น่าสงสารอยู่ดี ฮ่า ๆ โดยเริ่มแรกเลยมาเลฟิเซนต์ ตั้งแต่เป็นนางฟ้าตัวเล็ก ๆ ได้ไปพบรักกับมนุษย์คนหนึ่งชื่อ สเตฟาน และได้คบหากันมาเรื่อย ๆ จนกระทั้งตอนโตมาเป็นสาว จนโดนผู้ชายหักหลังไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น เนื่องจากมีความโลภอยากจะเป็นพระราชา อีกยังโดนตัดปีกนางฟ้าสวย ๆ ของมาเลฟิเซนต์ไปอีก ทำให้มาเลฟิเซนต์เจ็บซ้ำใจยิ่งนัก จึงกลายเป็นนางฟ้าปีศาจ

ด้วยความแค้นของมาเลฟิเซนต์ เวลาผ่านไป สเตฟาน ได้มีลูกสาว ชื่อว่าออโรรา เลฟิเซนต์ไม่รอช้าและไปเยี่ยมเยือนสเตฟาน และอวยพรอันแสนวิเศษแก่ของสาวของเขา ออโรรา ว่าหากออโรราอายุครบ 16 ปี ขอให้เอานิ้วมือไปจิ้มเข็มเย็บผ้าและกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราในที่สุด มีเพียงรักแท้เท่านั้นที่จะแก้คำสาปได้

ผ่านไปเวลา 16 ปี ออโรราได้ต้องคำสาปของมาเลฟิเซนต์จนกลายเจ้าหญิงนิทรา และไม่มีใครแก้คำสาปให้นางได้นอกจากจูบที่เกิดจากรักแท้เท่านั่น แม้กระทั้งเจ้าชายที่คิดว่าเป็นรักแท้ของออโรรายังไม่สารถแก้คำถามให้นางได้ มาเลฟิเซนต์รู้สึกผิดมากจึงบอกรักกับออโรรา แล้วจูบที่บนหน้าฝากของออโรราเบา ๆ จากนั้นออโรราก็ตื่นจากคำสาป ด้วยรักแท้ที่มาเลฟิเซนต์มีต่เธอ ที่เกิดจากความผูกพันในขณะที่ออโรร่าตอนเด็ก ๆ มาเลฟิเซนต์ได้ไปคอยแอบดูแลออโร่าอยู่ห่าง ๆ จนกลายเป็นแม่ทูลหัวของออโรราในที่สุดจนเกิดเป็นความรัก และหลังจากนั้นออโรรากับมาเลฟิเซนต์ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังสัตว์ขย้ำ หม่ำมนุษย์ : Blood Surf (2000)

รีวิวหนังสัตว์ขย้ำ หม่ำมนุษย์ : Blood Surf (2000)

Blood Surf (2000) Though it didn’t get released in North America until 2001, Blood Surf technically came out the same year as Crocodile, and shared the same attacking animal concept, but with a very different premise to put humans and a monster reptile in the same environment. Crocodile did get a direct sequel, 2002’s Crocodile 2: Death Swamp, but I like to think of Blood Surf as its unofficial follow-up.

 The new “sport” is called blood surfing, and it’s as crazy as it sounds. They attempt blood surfing, and…It goes well. Against all odds, none of the sharks attack or kill anyone.

Blood Surf was honestly kind of eh. A mixed bag, sometimes you’d get a really good scene such as the fight on a sinking ship and the pirate hostage scene, but other times the movie just kind of drags on and on.

The positives of this movie definetly outweigh the negatives, for example, the crocodile himself (apparently he’s named Big Mic, I don’t think anyone in the movie called him that though). Actually looks good for the most part, for the most part it was made with a large animatronic or a puppet, but both still were really impressive to see. The plot was also really creative, I liked the idea of an extreme sport horror movie. It sounds dumb on paper, but it works for the first part of the movie. Giving us a good example of the cinematography. Which is actually really good.

For most of the action scenes, the camera stays really smooth and really gets the juicy details. The best example of this is the fight on the sinking ship between the crocodile and John Dirks.

ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังจีนกำลังภายในน่าดู เรื่อง The Untamed : Fatal Journey

รีวิวหนังจีนกำลังภายในน่าดู เรื่อง The Untamed : Fatal Journey

iQIYI The Untamed : Fatal Journey 1

The Untamed : Fatal Journey เรื่องราวความรัก ความผูกพัน และการเดินทางของพี่น้องตระกูลเนี่ย

สำหรับเรื่องนี้ ถือเป็นหนังภาคแยกเรื่องที่ 2 ของซีรีส์ดังแห่งยุคอย่าง “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” ครับ ซึ่งจะเป็นเรื่องราวของเนี่ยหมิงเจวี๋ยและเนี่ยหวายซัง สองพี่น้องตระกูลเนี่ยที่ต้องเดินทางไปซ่อมแซมดาบประจำตระกูล แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เพราะเป็นการเดินทางที่แฝงไปด้วยอันตรายอย่างคาดไม่ถึง สำหรับหนังภาคนี้จะเป็นการโฟกัสไปที่ความรัก ความผูกพันและการขยายความเพิ่มเติมต่าง ๆ ของตัวละครสองพี่น้องตระกูลเนี่ย จึงถือเป็นหนังอีกเรื่องที่แฟนซีรีส์ปรมาจารย์ลัทธิมารต้องดู ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังดิสนีย์น่าดู ที่คุณไม่ควรพลาด เรื่อง  Beverly Hills Chihuahua (2008)

รีวิวหนังดิสนีย์น่าดู ที่คุณไม่ควรพลาด เรื่อง  Beverly Hills Chihuahua (2008)

Beverly Hills Chihuahua (2008) - IMDb
Beverly Hills Chihuahua (2008) โคลอี้ ชิวาว่าสาวจากเบเวอร์รี่ฮิลส์ ที่สวมเพชรเม็ดโตและรองเท้าบูทคู่งาม มีความสุขดื่มด่ำกับวิถีชีวิตไฮโซของเธอมากเสียจนเธอไม่แยแส ปาปี ชิวาว่าหนุ่มที่คลั่งไคล้แม่สาวน้อยตัวนี้หัวปักหัวปำ แต่เมื่อโคลอี้ไปหลงทางในเม็กซิโก มีเพียงเยอรมัน เชพเพิร์ด กร้านโลก ที่ช่วยเหลือเธอในการหาทางกลับบ้าน ปาปีก็มุ่งหน้าลงใต้ข้ามพรมแดน ด้วยความร่วมมือของลูกทีมจอมป่วน ที่ประกอบไปด้วยสุนัขสามตัว, สองมนุษย์, หนูเจ้าเล่ห์ และอิกัวน่าขี้วิตก เพื่อช่วยเหลือรักแท้ของเขา ดูหนังออนไลน์