หนัง GONE GIRL : คุณรู้จักคนรักของคุณดีแค่ไหน?

ภาพยนตร์ระที่กขวัญฝีมือผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์

ภาพยนตร์ระที่กขวัญฝีมือผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์

ภาพยนตร์ระที่กขวัญฝีมือผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ (David Fincher) ทีเคย ฝาก ผลงาน การ

กำกับมาแล้ว มากมายไม่ว่า จะเป็น The Girl with the Dragon Tattoo (2011), The

Social Network (2010), The Curious Case of Benjamin Button (2008) ตัดแปลง

แก่ไข จากนิยาย ของ จิลเลียน ฟลินน์ (Gillian Flynn) ซึ่ง จิลเลียน เองก็ขอรับหน้าที

ตัดแปลงแก่ไข นิยาย เรื่องนี้ ให้เป็น บทภาพยนตร์ อีกด้วย

Gone Girl ว่าด้วยเรื่องราว ของ คู่สมรส คู่ หนึ่ง นิค (เบน แอฟเฟล็ก) และ เอมี (โร

ซา มัน ต์ ไพค์ เรื่องเกิดเมือเขา ทั้งคู่ ได้ย้าย จากนิวยอร์ก ไป ยัง มิด เวสต์ ภายหลังที่ เขา ย้าย

ไป อยู่ ที นั้น แล้ว ได้เกิดเหตุ ขึ้น เมือ เอมี ได้หายตัวไป ใน วาระครบรอบ สมรส 5 ปี โดย ไม่รู้

สาเหตุ ว่า เธอ ถูกฆาตกรรม หรือ ถูก ลักพาตัวไป พร้อมทั้งยัง เจอ บันที่ก ลับ ของ เอมี่ ที เล่

เรื่อง ชีวิตคู่ ที่ผ่านมาอีกด้วย

นิค ได้กลายเป็น ผู้ต้องสงสัย ทันที เนื่องจากเขามีความประพฤติ น่าสงสัย ใครกันแน่

ที่เป็น คน โกหก ใครพูด จริง ใครพุดเท็จ ติดตาม ชม ได้ ใน Gone Girl

Gone Girl ใน แบบอย่าง ของ เดวิด ฟินเซอร์ เรื่องราว ความป่าเถื่อน ที่เกิด ขึ้น ผ่าน

วัฒนธรรม สื่อ สมัยใหม่ ของ เรา และ สำรวจ ลึก ถึง ข้อผิดพลาด ด้านมืด ที่เกิด ขึ้นกับ ชีวิต

แต่งงาน ของ ชาวอเมริกัน ในศมันสัญญาที่ เช็อถือ ไม่ ลง กล การลวง ที่ ยาก จะ หลีกเลียงรวมทั้ง แฝง ตลกร้าย

หัวใจสำคัญ ของเรื่อง อยู่ ที่ คู่รัก ซึ่งเป็นอดีต นักประพันธ์ ชาวนิวยอร์ก นิค ต้น น์ และก็ ภรรยา

“แสน สวย” ของเขา เอมี่ พยายาม ทำงาน เพื่อ หเลี้ยงชีพ ใน มิด เวสต์ ที่ เศรษฐกิจ ไม่ค่อยดี

ท่ามกลาง ปัญหา ชีวิตสมรส ที่ วนเวียน อยู่ ใน ช่วงปัจจุบัน แต่ ใน โอกาส ครบรอบ วันแต่งงานปี

ที่ 5 เอมี่ได้หายตัว ไป ปริศนา นั้น ได้สร้าง รอยร้าว ให้ เกิด ความสับสน นิค ตกเป็น ผู้ต้อง

สงสัย คนสำคัญ และ มีพฤติกรรม น่าสงสัย ส่วน เอมี่ ก็ ถูก สือต่างๆ ประกาศตามหา ก้น อย่าง

ครีกโครม ไม่ว่า เธอ จะ เป็น หรือ ตาย ความจริง จะต้องเป็น ที่ ประจักษ์ แก่ ทุกคน ที่ อยากทราบเรื่อง

นิค และ เอม็ เป็น คู่รัก แบบอย่าง ที่ มีความ โรแมนติก การ หายตัวไป ของ เอมี่ มี เบาะแส

ทุกอย่าง ที่ เป็น สัญลักษณ์ อถึงการก่ ออาชญา กรรม ของ ชาวอเมริกัน แต่ การหายตัวไป

ของ เธอ เหมือน การ สะท้อน ถึงความสับที โหดร้าย และ น่า ตื่นตกตะลึง ซึ่งนำไปสู่ความน่า

ขนลุก เหตุการณ์ต๋างๆ ที่เกิด ขึ้นได้สร้างความสะเทือน ขวัญ และความสับสน แต่ว่าปริศนา ที

ยังคงอยู่ คือ รอย มีด ที่ มี ความแหลมคม ดุจมีดโกน ถึง กระดูก นิค เป็น ใคร ? เอมีเปีน ใคร ?

ใน ชีวิตคู่ พวกเรา เป็น ใคร และ ใน สังคม ที่อยู่ บน บรรทัดฐาน ของ ความไม่ไว้ใจ จาก ภาพ

ลักษณ์ ที่ ถูกสร้าง ขึ้นมา และ ความ จอมปลอม

ดูหนังออนไลน์

วิลล่า,นอริช,เซลติกแย่งเซ็นฟรีคิงหอกโลกลืม

แอสตัน วิลล่า , นอริช ซิตี้ และ เซลติก ให้ความสนใจแย่งเซ็นฟรี จอช คิง

แอสตัน วิลล่า

แอสตัน วิลล่า , นอริช ซิตี้ และ เซลติก ให้ความสนใจแย่งเซ็นฟรี จอช คิง ศูนย์หน้าทีมชาตินอร์เวย์ ที่กำลังจะหมดสัญญากับ เอฟเวอร์ตัน จบเดือนนี้

VG สื่อนอร์เวย์ รายงานว่า คิง ได้รับความสนใจจากสองทีมพรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลล่า กับน้องใหม่ นอริช ซิตี้ และอีกหนึ่งทีมสกอตแลนด์ เซลติก ที่ตกต่ำไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

รายงานข่าวระบุว่า คิง เคยตกเป็นเป้าหมายของ แอสตัน วิลล่า มาก่อน แต่ถูก บอร์นมัธ ปฏิเสธข้อเสนอ จนต้องไปทุ่มคว้า โอลลี่ วัตกิ้นส์ มาจาก เบรนท์ฟอร์ด และหลังจากนั้น ศูนย์หน้านอร์เวย์ก็ย้ายไป เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญาระยะสั้น

คิง ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งได้เลย ประกอบกับไม่ได้รับโอกาสลงสนามจาก คาร์โล อันเชล็อตติ ทำให้ไม่มีประตูเกิดขึ้นเลยจากการลงเล่นทั้งหมด 11 เกม ซึ่งเป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรองทุกเกม จึงไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่ในถิ่น กูดิสัน พาร์ค ต่อไปแน่นอน

ผีขยับใกล้โอกาสเซ็นซานโช่อีกขั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด ขยับเข้าใกล้การเซ็นสัญญาคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ปีก

แมนฯ ยูไนเต็ด

แมนฯ ยูไนเต็ด ขยับเข้าใกล้การเซ็นสัญญาคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ปีก ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว หลังมีรายงานถึงการเจรจาข้อตกลงส่วนตัว

    ผีแดง จุดประกายความสนใจในตัวปีกทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง หลังจากที่ล้มเหลวในการคว้าตัวเขาเมื่อซัมเมอร์ก่อน

สโมสรจากบุนเดสลีกา ตั้งค่าหัวเขาไว้สูงถึง 108 ล้านปอนด์ในปีที่แล้ว ซึ่งนั่นบังคับให้ ยูไนเต็ด ต้องถอยฉากแบบไม่มีทางเลือก

อย่างไรก็ตาม เวลานี้ เสือเหลือง ได้ลดราคาเขาลง และพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอสำหรับดาวเตะวัย 21 ปี ในราคา 82 ล้านปอนด์ ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ กูรูด้านตลาดซื้อขายนักเตะ

เขายังกล่าวเพิ่มอีกว่าผู้บริหารของ ยูไนเต็ด ได้เริ่มต้นการเจรจากับตัวแทนของนักเตะแล้ว

โรมาโน่ เขียนบนทวิตเตอร์ว่า “แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังติดต่อกับ ซานโช่ เรื่องข้อตกลงส่วนตัว แต่ก็ยังไม่มีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ ดอร์ทมุนด์ ต้องการค่าตัว 95 ล้านยูโร (82 ล้านปอนด์)”

สำหรับ ซานโช่ ลงสนามไป 38 นัดรวมทุกรายการในซีซั่นที่ผ่านมา ทำได้ 16 ประตู และอีก 20 แอสซิสต์ จาก 38 นัด

Get Out หนังที่หยิบจับเอาปัญหาการเหยียดผิว มาสร้างเป็นพล็อตหนังลึกลับสยองขวัญ

ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา Get Out

ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา Get Out 

ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา Get Out ของผู้กำกับ จอร์แตน พี ล ถือว่าเป็น หนัง สยองขวัญ สั่น

ประสาท ที เลือก เดินตาม สูตรสำเร็จ แบบ เป๊ะ ๆ ทั้ง จังหวะ จะ โคน ในการ เล่าเรื่อง ไป จนกระทั่ง

การเล่น หลักสำคัญ คนผิวขาว – คนผิวต่ำ ที่ กำลังเป็น กระแส อยู่ เวลานี้ จนถึง ทำให้ ตัวหนัง

โดน ทายใจ ทางออก ได้ง่ายๆ ตั้งแต่ ตอน 20-30 น่าที แรก แล้ว ยิ่ง หาก เป็น คนชอบดูหนัง

สยองขวัญ เป็น ทุนเต็ม อาจ ทายใจ ได้ เร็ว กว่า หรือ ทราบ แนวทาง ตั้งแต่ ดูตัว อย่าง แล้ว ด้วย

แต่ การ เตาทางได้ง่าย กลับ ไม่ได้ ทำให้ Get Out หมดสนุก ไป สักเท่าไหร่ นัก มอง อีก มุม

กลับ ช่วยทำให้ผู้ชม เอาใจช่วย ผู้แสดง ให้ Get Out เสียด้วยซ้ำไป

Get Out เล่าราวของ คริส วอชิงตัน (เล่นบท โดย ดาเนียล คาลุยา) ชายหนุ่มผิว สี ที่

แอบ ตื่นตระหนก นิดเดียว กับ การไป ท่องเที่ยว บ้าน แฟน ผิวขาว อย่าง โร ส อาร์มิ เท จ ( สวม

บท โดย อัลลิ สัน วิลเลียม ส์) ใน ตอน สุดสัปดาห์ เมือ ไป ถึงหน้าบ้าน ของ โรส แล้ว เขา ก็ พบ

ว่าเป็นครอบครัว คนผิวขาว ที่ เป็นมิตร กับ คนผิวต่ำ อย่าง เกินควร กระทั่ง สามารถ จับ เค้า ลาง

อันตราย บางสิ่งบางอย่างได้

แต่ เอาจริงๆ ก็ไม่ใช่แค่ ลง อะไรบางอย่าง ที่ ทำให้ ริส ต้องการไป จาก บ้าน ของ โร ส เร็วๆ แค่

นั้น แม้กระนั้น ยังรวมทั้งความรู้สึก แตกต่างรมทั้ง เป็นคนภายนอก เมือ ตัวเอง เป็น ชาวผิวสี

เพียงผู้เดียว ที่ ยืน อยู่ ท่ามกลาง คนขาว ในบ้าน ข้างหลัง นั้น พวกเรา ก็เลย ได้ มองเห็น ความ

มานะบากบั่น ทำความรู้จัก คนงาน ในบ้น ซ็งเป็น ชาวผิวสี อย่างเดียวก้น เอาไว้ เพียงแค่ ไม่

ค่อย รู้เรื่อง เป็นมิตร กลับมา สักเท่าไหร่ หรือ อย่าง ตอน งานเลี้ยงเริ่ม ไป ได้ ครู่หนึ่ง แล้ว เขา ได้

พบ กับ โลแกน คิง ชายหนุ่ม ผิวสี อีก คนภายใน งาน ที่ ทำให้ เขา รู้สึก หมดกังวล ที่ ขั้นต่ำก็ มี

สหาย ร่วม ชะตา เดียวกัน ซึ่ง โน่น เป็นเรือง ที่ เขาคิดผิด (ไม่ถูก อย่างไร ให้ไปดู เอา เอง แล้ว

กัน)

แล้วที่สำคัญคือหนังเกี่ยวกับคนผิวสีส่วนใหญ่ มักเล่าในท่าทีว่าคนขาวหวาดระแวงคนผิวสี กลัวว่าตนเองจะโดนคนกลุ่มนี้ทำร้ายได้ตลอดเวลา ซึ่งทัศนคติแบบนี้ก็เป็นที่มาของรากเหง้าปัญหาระหว่างสีผิวในสหรัฐฯ แต่ Get Out กลับทำตรงกันข้าม เมื่อให้คริสแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เขาและเพื่อนของเขาที่ปรึกษากันทางโทรศัพท์แทบตลอดเวลา ค่อนข้างกลัวและหวาดระแวงการอยู่ร่วมกับคนขาวเอามากๆ จนเมื่อความกังวลพุ่งถึงขีดสุด เขาจึงพยายามหาทางหนีออกจากบ้านหลังนั้นมาพร้อมกับโรสให้ได้ ซึ่งก็ตรงตามชื่อหนังที่ตัวละครพยายามพาตัวเอง Get Out จากสถานการณ์วิบัติตรงหน้ามาให้ได้

แน่นอนว่าการหาทางออกจากบ้านของโรสนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแทบทุกการเคลื่อนไหวของทุกคนในครอบครัวอาร์มิเทจ ไม่ว่าจะเป็นแม่ (รับบทโดย แคทเธอรีน คีเนอร์) ผู้เป็นนักสะกดจิต หรือพ่อ (รับบทโดย แบร็ดลีย์ วิทฟอร์ด) รวมทั้งน้องชาย (รับบทโดย คาเลบ แลนดรี โจนส์) ล้วนแล้วแต่เป็นการวางหมากเพื่อให้คริสตกอยู่ในห้วงของการสะกดจิตแทบทั้งนั้น

 

จุดที่ต้องชมและซูฮกหนักๆ ของหนังเรื่องนี้คือซาวนด์ประกอบ ที่ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นการเพิ่มอรรถรสและพลักให้คนดูตกไปอยู่ในภวังค์แห่งความกลัวแบบดำดิ่ง ทั้งๆ ที่หลายๆ ฉาก หลายๆ ซีนมันแทบไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำไป

อย่างที่บอกไปนั่นแหละว่า Get Out เป็นหนังที่เดาทางง่ายมากๆ ดังนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งแคร์มากมายว่าจะเป็นการสปอยล์อะไร เราเลยลองมาลงลึกอีกหนึ่งสเต็ปแบบไม่เปิดเผยซีนจุดเปลี่ยนสำคัญและบทสรุปของเรื่องดีกว่า และคำถามคือ ‘สะกดจิตไปทำไม?’

คำตอบง่ายๆ ก็เพราะจะล่อลวงคนดำอย่างคริสให้ตกอยู่ในกำมือ ก่อนจะล้างสมองด้วยการสะกดจิตและผ่าตัดนิดหน่อย เพื่อทำให้คนดำตกอยู่ภายใต้อำนาจคนขาว เหมือนสมัยที่ยังมีการค้าทาสผิวดำในสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนี่คือประเด็นหลักที่ Get Out พยายามสื่อสารให้เห็นตั้งแต่ช่วงต้นๆ เรื่อง

ทว่าการพยายามควบคุมคนผิวสีให้ตกอยู่ใต้อำนาจของคนผิวขาวใน Get Out ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าเกิดจากความกลัวหรือเหยียดสักเท่าไหร่นัก แต่กลับมีน้ำเสียงค่อนไปทางชื่นชมด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องศักยภาพทางด้านร่างกายพื้นฐาน ที่คนผิวสีมีเหนือกว่าคนขาวแทบทุกด้าน ถึงขนาดว่าหลายคนอิจฉาและอยากได้ไปไว้ในครอบครองเลยทีเดียว

ในทางกลับกันพอพิจารณาในสิ่งที่ Get Out เล่ามาทั้งหมด บางทีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ประเด็นคนขาว-คนดำด้วยซ้ำไป เพราะที่มาที่ไปของเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นมันไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงในเชิง Racist เหยียดคนดำซักเท่าไหร่ แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่ากระแสเรื่องสีผิวกำลังมา การหยิบประเด็นนี้มาใส่ไปด้วยจึงเพิ่มความสนใจให้คนส่วนใหญ่ได้มากจริงๆ

ดูหนังออนไลน์

ฟวนเต้หวังเป็นเกมแสดงศักยภาพของเด็กกระทิง

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปนชุดยู-21 ปี

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปนชุดยู-21 ปี หวังใช้เกมอุ่นเครื่องกับ ลิทัวเนีย เป็นแมตช์แสดงศักยภาพของลูกทีม

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปนชุดยู-21 จะนำทัพกระทิงน้อยลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ ลิทัวเนีย แทนทีมชาติชุดใหญ่ที่กำลังเผชิญปัญหาเรื่องเชื้อ ‘โควิด-19’ โดยยกให้เป็นโอกาสของลูกทีมที่จะได้แสดงศักยภาพของตนเอง จากการเปิดเผยกับมาร์ก้าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทีมชาติสเปนชุดยู-21 เพิ่งเสร็จภารกิจทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหลังพ่าย โปรตุเกส ในรอบรองชนะเลิศ 0-1 ก่อน เด ลา ฟวนเต้ จะนำทีมชุดดังกล่าวลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ ลิทัวเนีย แทนทีมชาติชุดใหญ่ที่มีปัญหาเรื่อง ‘โควิด-19’ หลัง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ติดเชื้อ

’48 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมยังอยู่ใน สโลวีเนีย เมื่อวานนี้ที่บ้านและวันนี้ที่นี่’

‘ในสถานการณ์พิเศษ คุณต้องการวิธีแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยม’

‘เรารู้ว่ามันหมายถึงอะไร ช่วงเวลาที่เรามีชีวิตอยู่และเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์’

‘ผมรับประกันว่านักเตะและสตาฟฟ์เทรนเนอร์กำลังคิดถึงการเอาชนะเท่านั้น’

‘พรุ่งนี้จะเป็นวันที่สวยงามเพราะเด็กๆของผมจะแสดงศักยภาพของพวกเขา’ เด ลา ฟวนเต้ กล่าว

หนัง Baby Driver ปล้นเต็มสปีด มันส์สุดเร้าใจโดนใจนักซิ่ง

การกลับมาแบบนักดูหนังต้อนรับกันเต็มเหนี่ยว

การกลับมาแบบนักดูหนังต้อนรับกันเต็มเหนี่ยว

การกลับมาแบบนักดูหนังต้อนรับกันเต็มเหนี่ยว ของผู้กำกับขวัญใจวัยรุ่นสายเกรียนอย่าง เอ็ดการ์ ไรต์ ที่หลังสุดมีเครดิต (แบบมีดราม่า) จากการเขียนบทเรื่อง Ant-Man (2015) ส่วนด้าน

ผลงานเต็มตัวทั้งกำกับทั้งเขียนบทที่สร้างชื่อให้เขามาตลอดนั้น อย่างเรื่องล่าสุด The World’s End (2013) ก็มาแบบค่อนข้างกระแสแผ่วมาก ๆ ต่างจากผลงานก่อนหน้าอย่าง

พวก Shaun of the Dead (2004), Scott Pilgrim vs. the World  (2010) และผลงานที่ดีที่สุดของเขา (ในความเห็นส่วนตัว) อย่าง Hot Fuzz (2007) ไปมากทีเดียว ทำให้ Baby Driver นับเป็นการกลับมาคืนฟอร์มที่แจ่มว้าวสมการรอคอยของสาวกพันธุ์แท้เฮียไรต์ทีเดียว

เอ็ดการ์ ไรต์ ผู้กำกับ กับ แอนเซล เอลกอร์ต นักแสดงนำ
หนังเล่าเรื่องของ เบบี้ (แอนเซล เอลกอร์ต) หนุ่มผู้มีแผลใจในวัยเด็กจากการสูญเสียพ่อและแม่

ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีเขาอยู่ด้วย ซึ่งนอกจากการที่เขาต้องย้ายมาอยู่ในการอุปการะของ โจเซฟ (ซีเจ โจนส์) ชายผิวสีผู้เป็นใบ้แทนแล้ว เขายังต้องอยู่กับเสียงวิ้ง ๆ ในหูตลอดเวลาไป

ตลอดชีวิต ทำให้เขามักใส่หูฟังเพลงจากไอพอดเพื่อกลบเสียงนั้นอยู่เสมอ เพราะชีวิตที่ไม่ได้สวยหรูเขาติดหนี้ก้อนใหญ่กับ ด็อก (เควิน สเปซี่) ชายประวัติลึกลับผู้อยู่เบื้องหลังตำรวจชั่วและการวางแผนจ้างอาชญากรก่อเหตุปล้นใหญ่แทบทุกครั้งในเมืองแอตแลนต้า

ด็อกมองเห็นความสามารถของเบบี้ที่ขับรถความเร็วสูงหนีการไล่ล่าได้ทุกครั้งจนต้องใช้งานอยู่เสมอในการช่วยขับให้ทีมปล้นหลบหนีตำรวจ ตัวเบบี้แม้จะไม่อยากทำงานสกปรกนี้แต่หนี้ก้อน

ใหญ่ที่เขาติดกับด็อกก็บังคับให้เขาต้องอยู่ในวังวนนี้ตลอด แม้ว่าวันหนึ่งการเข้ามาของ เดโบร่า (ลิลี่ เจมส์) หญิงสาวสุดสวยที่เคมีเข้ากับเขาแทบจะทันทีที่พบกัน จะทำให้เขาอยากหนีจาก

ชีวิตอาชญากรรมเต็มที แต่งานนี้ด็อกและเหล่าสุดแสบที่ถูกรวมตัวมาร่วมทีมปล้นครั้งใหญ่อย่าง ไอ้โรคจิตแบทส์ (เจมี่ ฟ็อกซ์) และคู่รักสุดโหดอย่าง บัดดี้ (จอน แฮมม์) กับดาร์ลิง (ไอซ่า กอนซาเลส) คงไม่ยอมปล่อยกุญแจสำคัญในแผนอย่างเบบี้ไปโดยง่ายแน่ ๆ

หนังเรื่องนี้ใช้เวลาฟูมฟักนานนนนมากกกก จนเหลือเชื่อเลยครับ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่ผู้กำกับปลุกปั้นหลังจากหมดภารกิจจาก Ant-Man เสียอีก เอาเข้าจริงไรต์น่าจะเริ่มเขียนบท

ตั้งแต่จบหนังเรื่องแรกของเขาตั้งแต่ปี 1995 นู้นนนน แต่กว่าบทจะลงตัวสมบูรณ์ก็มายันปี 2011 เลยทีเดียว และกว่าจะได้ถ่ายทำจริงจังก็ปีนี้นี่เองครับ โดยจากแรก ๆ ที่ไรต์เตรียมเพลงประกอบ

ในการทำหนังแอ็คชันมิวสิคัลโพสต์โมเดิร์น (ศัพท์นี้ผู้กำกับแกนิยามเองนะ) ไว้ 10 เพลงก็ไหลมาจนถึง 30 เพลงจนได้

อาจเพราะหมักข้นได้ที่ขนาดนี้หนังเลยออกมาแซ่บไม่ธรรมดาเอามาก ๆ ครับ เพราะเป็นการผสมหนังหลายแนวหลากอารมณ์ให้มานัวอยู่ในเรื่องนี้ได้อย่างสนุกทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นหนัง

อาชญากรรมที่มีการวางแผนชิงไหวพริบของคนในทีมที่ไม่ได้สามัคคีอะไรกันนัก ตัวละครอย่าง ด็อก ก็ดูลึกลับจนยากหยั่งถึง ด้านความเป็นหนังธริลเลอร์ก็มีตัวร้ายอย่าง แบทส์ และคู่รักบัดดี้

กับดาร์ลิง ที่กดดันคนดูจนแบนราบไปกับที่นั่ง ยิ่งตอนหลัง ๆ นี่มันจะตื้อจะโหดกว่าพวกหนังสยองขวัญฆ่าไม่ตายบางเรื่องเสียอีก โคตรลุ้นจริง ๆ เพราะพระเอกนอกจากฝีมือขับรถเทพแล้ว

พี่แกก็มนุษย์ธรรมดาท่ามกลางเหล่าสัตว์ประหลาดดี ๆ นี่เอง บทสนทนาเรื่องนี้ก็มีชั้นเชิงมากครับ หลายฉากนี่ฟาดฟันด้วยฉากพูดได้ลุ้นกว่าแอ็คชันเสียอีก บางช่วงนี่นึกว่าเควนตินมาเขียน

ให้เลยด้วยซ้ำ ส่วนพาร์ทความเป็นหนังแอ็คชันที่นอกจากการไล่ล่าด้วยรถแบบลุ้นตีนจิกแล้ว ก็ยังมีการใช้รถสู้ฟาดฟันกันแบบเหนือชั้นทีเดียว ด้วยพลังของการถ่ายขับจริงที่ไม่พึ่งพาซีจี กับ

พลังการตัดต่อที่หนังของไรต์ทำได้เหนือชั้นทุกเรื่อง นี่จึงเป็นหนังขับรถที่มีฉากไล่ล่าดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ

นอกจากนั้นทางฝั่งอารมณ์เบา ๆ สบาย ๆ ในหนัง อย่างความเป็นหนังรักก็ทำได้เชื่อแบบปลื้มปริ่ม อายม้วนต้วนกับฉากจีบและบทสนทนาเขิน ๆ ยิ่งพอความรักมีอุปสรรคเรายิ่งอินไปกับตัว

ละคร ต้องบอกว่านักแสดงอย่างแอนเซล กับลิลี่ นั้นสวยหล่อจนเคลิ้มแถมเคมีเข้ากันดีมากอีกต่างหาก จะฝั่งตลกก็มีให้พอยิ้ม ๆ ถึงจะไม่ฮาโปก แต่ก็พอดีกับตัวหนัง ซึ่งหนังก็ไม่ได้เน้นมา

ทางตลกคาเฟ่หนักอยู่แล้ว แต่จะเน้นบรรยากาศที่กวน ๆ ยิ่งถ้าใครชอบดูพวกหนังแอ็คชันหนังรถซิ่ง หรือคอหนังทุกแนว เชื่อเลยว่าจะต้องรู้สึกโคตรฟินกับการกวนโอ๊ยหนังชาวบ้านเขาไปทั่ว

แบบเนียน ๆ ของไรต์ แม้แต่หนัง Monster Inc. แอนิเมชั่นดิสนีย์ที่ไม่เคยถูกอนุญาตให้มาร่วมวงศ์ไพบูลย์กับหนังเรต R เลยในประวัติศาสตร์ ก็ยังถูกเอามาใช้ได้ตลกดี

และส่วนที่ฟ้าวสาดมาก ๆ ของหนังเรื่องนี้คือ ความเป็นมิวสิคัลโพสต์โมเดิร์น อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกนั่นล่ะครับ ใครดูฉากลองเทคที่เบบี้เดินไปซื้อกาแฟ คงเอาไปเทียบกับหนังมิวสิคัลแท้

ๆ อย่างพวก La La Land แน่ ๆ (ซึ่งจริง ๆ เอ็มมา สโตน ก็เคยถูกทาบทามให้เล่นหนังเรื่องนี้ก่อนจะเซย์บายไปรับบทนำใน La La Land ล่ะนะ) แต่ความเหนือชั้นของไรต์ที่เพิ่มความเป็น

โพสต์โมเดิร์นไปทำให้หนังแตกต่างไปเลยครับ เพราะเพลงในหนังและการเต้นรำไปตามท้องถนน มาจากบุคลิกกวน ๆ ของเบบี้ ที่ชอบฮัมเพลงและเต้นไปตามเสียงเพลงอย่างไม่คำนึงลุค

เคร่งขรึมที่เห็นในตัวอย่างแม้แต่น้อย 555 คือจริง ๆ มันเกรียนเลยล่ะ แค่เก็กขรึมไปงั้นเอง ดังนั้นเพลงในหนังจึงเป็นเพลงที่ตัวละครเปิดฟังอยู่ในขณะนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ซาวด์ประกอบ ขณะเดียวกัน

ฉากที่ไม่มีการเปิดเพลง เราจะได้ยินเสียงวิ้ง ๆ เจืออยู่ในบรรยากาศ เป็นเสียงแบบที่เบบี้ได้ยินในหูเขาตลอดเวลาถ้าไม่ได้ฟังเพลงด้วยครับ

อันนี้เป็นฉากเปิดเรื่องซึ่งทางค่ายปล่อยมาให้ชมไปเลยว่าหนังมันจะมีลีลาแบบไหน เชื่อว่าดูแล้วคงเข้าใจสิ่งที่ผมพูดไปก่อนหน้าแน่ ๆ ว่าพระเอกมันเกรียน โดยในฉากนี้ได้ใช้

เพลง Bellbottoms ของวง Jon Spencer Blues Explosion มาประกอบ ซึ่งจริง ๆ ฉากเปิดนี้ผู้กำกับเคยทดลองทำเอ็มวีให้วง Mint Royale ในเพลง Blue Song มาก่อนนานแล้ว ตั้งแต่

โปรเจ็กต์หนังยังลุ่ม ๆ ดอน ๆคงอัดอั้นอยากปล่อยของเต็มทนครับ 555 ตัวเอ็มวีเพลงนั้นลองไปเสิร์ชดูในยูทูบ ดูเปรียบเทียบกันได้ครับ

จากฉากเปิดนี้นอกจากเราได้เห็นบุคลิกต่าง ๆ ของเบบี้แล้ว เรายังได้เห็นจังหวะการใช้เสียงเพลงกับการแสดงและการตัดต่อที่เจ๋ง ๆ รวมถึงภาพรวมของมู้ดในหนังทั้งความขบขัน อาชญากรรม และการไล่ล่าด้วยรถที่มันสะแด่วมาก ๆ ครับ

ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ในหนังก็เป็นเพลงยุค 1970s ที่ก่อกำเนิดวัฒนธรรมดนตรีใหม่ ๆ ไปทั่วโลก นั่นก็คือร็อกนั่นเอง มันเลยมีเพลงจากวงเจ๋ง ๆ จากฝั่งอังกฤษมาเป็นพะเรอเกวียน

ตั้งแต่ Queen, T. Rex, Beck, Blur, Jon Spencer Blues Explosion, The Damned เป็นอาทิ คือใครสายนี้คงอินมาก แต่แค่จังหวะหนังกับตัวเพลงนี่ก็ตัดต่อมาได้มันมาก

ๆ แล้วครับขนาดว่าไม่รู้จักเพลงเหล่านั้นเลย ซึ่งตรงนี้เป็นข้อเสียของหนังเหมือนกันเพราะหลาย ๆ มุกที่ผู้กำกับอยากกวนโอ๊ยนี่มาจากความพอดี๊พอดีของเนื้อเพลงกับบทสนทนาหรือ

สถานการณ์ในหนังด้วย แต่ในฉบับฉายไทยนี่น่าจะไม่ได้รับสิทธิ์แปลซับไทยเนื้อเพลงมาด้วย ทำให้ต้องคอยนั่งฟังเนื้อเพลงภาษาอังกฤษเอาเองครับ ก็เสียอรรถรสไปพอสมควร

หนังยังมีของให้คนตาไวมองหาซุกซ่อนอยู่ในตัวหนังเยอะมาก เอาว่าแค่ดูหาพวกนี้ก็เพลินแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงที่ซ่อนในพวกกราฟิตี้ในฉาก เนื้อเพลงที่มาลงเป๊ะกับฉากในหนังที่

ต้อง คอหนัง จริงๆ ถึง จะ เก็ตน ก แบบอย่าง ฉาก หนึ่ง ที่ พวก ขโมย ใช้ หน้ากาก ออ สติน พาว

เวอร์ ปกปิด บริเวณใบหน้า แล้ว เพลง Neat Neat Neat ของวง The Damned ก็ถูก เปิด

ท่อน ที่ว่า Be a man,

can a mystery man พอดิบพอดี ที่ตรงนี้คนใด จำ ช็อจริง ของ หนัง ออ สติ น พาวเวอร์ ภาค

แรกไต้อาจ ฮา ครับผม เนื่องจาก มันมีชื่อ ว่า Austin Powers: International Man of

Mystery (1997) นั่นเอง หรือ พวก ศกล่าว ผู้แสดง ที่ ถูก เอามา ใช้ ในอนาคต หรือ แอบ ใบ้

เบื้องหลังๆไว้แบบ เนียน ๆ เป็น จะต้อง กราบ ดวงใจ ข้างศิลป วิสัยทัศน์ ผู้กำกับรวมทั้ง การ

เขียน บท ที่ วาง ไว้ ละเอ๊ยด เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กันได้ เพอร์เฟ็ค ขนาดนี้ ขอรับ

ดูหนังออนไลน์

สื่อเผย’บิ๊กดังค์’พร้อมขึ้นมาคุมทอฟฟี่

เดลี่ เมล สื่อเจ้าดังของอังกฤษรายงานว่า ดันแคน เฟอร์กูสัน

เดลี่ เมล

เดลี่ เมล สื่อเจ้าดังของอังกฤษรายงานว่า ดันแคน เฟอร์กูสัน พร้อมก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นายใหญ่ของ เอฟเวอร์ตัน เต็มตัวในซีซั่นนี้

ตำนานแข้งของทีมเคยรับตำแหน่งชั่วคราวมาแล้วตอนที่ มาร์โก ซิลวา โดนปลดออกจากทีมตำแหน่งไปเมื่อเดือนธันวาคม 2019 ก่อนที่ คาร์โล อันเชล็อตติ จะเข้ามารับตำแหน่ง เจ้าตัวก็รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยของกุนซือชาวอิตาลี

การโบกมือลาทีมไปของ อันเชล็อตติ ทำให้ทีมมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่ก่อนที่ซีซั่น 2021/22 จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม

จากรายงานของ เดลี่ เมล เผยว่าทาง เฟอร์กูสัน เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่สอบถามที่ความเป็นไปได้ในการขึ้นมารับหน้าที่เต็มตัวซึ่งทาง มาร์เซล แบรนด์ส ผู้อำนวยการกีฬาเตรียมพิจารณาหาผู้จัดการทีมที่มีศักยภาพอย่างละเอียดจึงยังไม่มีการประกาศออกมาในเวลานี้

สำหรับคนที่มีความเป็นไปได้คือ นูโน่ เอสปิริโต้ ที่แยกทางกับ วูล์ฟส์ รวมถึง เดวิด มอยส์ อดีตเจ้านายเก่าที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เวสต์แฮม ในฤดูกาลที่ผ่านมา

หนัง127 Hours : ติดอยู่ในร่องภูเขา ไปไหนไม่ได้ หรือจะต้องตายที่นี่

127 ชั่วโมงระทึก

127 ชั่วโมงระทึก

127 ชั่วโมงระทึก คืน วันศุกร์ ช่วงกลางเดือน เม.ย. ปี 2003 แอรอน รัลสตัน ชายหนุ่ม คนอเมริกัน วัย 26 ปี

ผู้ชื่นชอบ การผจญภัย ที่โล่งแจ้ง ควบรถ โฟร์วีลคู่ใจ เริ่มเดินทาง เพื่อ ไป ปีนเขา ใน อุทยาน

แห่งชาติ บลู จอห์น แคน ยอน ซอกเขา ฮันเวิ้งว้าง กว้าง สุดลูกหูลูกตา ใน ตอน วันสุดสัปดาห์

ความสุข ของ นักผจญภัย อย่าง เขา หนี ไม่ พ้น การ ขี่ จักรยาน ลัด ไป ตามทาง ตะปูมตะป่า กลาง

ทะเลทราย ใต้ผืนฟ้ากว้าง ผ่องใส่ แสงตะวัน เผด เผา ป่ายปีน กระโดด ไปๆมาๆ ตาม ร่องเขา

ซอก หิน แคบๆ ใต้เขาหิน ชั้น ดูดซับ เอา บรรยากาศ สมบุกสมบัน ไว้ อย่างสมบูรณ์

แต่ว่า แล้ว จู่ๆ ชะตากรรม ก็ ซัด ใส่ โดย ไม่ทัน ตั้งตัว เมื่อ เขา เสียทำ หลุดล่วงตรง รอยแยก ของ

ช่องเขา ลีก ลงไป หลาย สิบ เมตร แขนต้านขวา ติดอยู่ ใต้ หิน ขนาด ยักษ์ หนักอึ้ง ขยับ ไม่ได้

ทั้งยัง ผลัก ต้น ตื่ ชนยังไง ก็ ไม่เป็นผล สติ เริ่ม กระเจอะกระเจิง เขา เหลียวมองรอบข้าง

พบว่ามีเครื่องใช้ไม้สอย จำเป็นต้อง ประจำตัว มี อยู่ อย่างจากัด ก็เลย คิด หา สารพัดวิถีทางมา

ปรับแก้ สถานการณ์ ฉุกเฉิน

วินาทีแห่งความเป็นความตายเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น

127 Hours สร้างขึ้นจากเรื่องจริง ของ นักปืนเขานาม แอรอน รัลสตัน (เจมส์ ฟรั่งโก) กับ

การเสียงภัย สุต ระทีก ใน ตอน ช่วงเวลา กว่า 5 วัน เมื่อ เสียท่า ติดอยู่ สั่งเดียว ถาง ใน ร่อง

ช่องเขา แขน ถูก หิน ยักษ์ ทับ ขยับ ไม่ได้ เขาต้อง คิด หา แนวทาง เอาชีวิตรอต ภายใต้

เหตุการณ์ ฉุกเฉิน ผลงาน การดูแลของ แดนนี่ ขอยล์ เจ้าของรางวัลออสการ์ (Slumdog

Millionaire)

หนัง เรื่องนี้ พาไป สัมผัสการผจญภัย ใน โลก กลางแจ้ง เบื้องบน ผืนฟ้า สี คราม ก้อนเมฆ ขาว

ลอยเด่น สายลม แสงตะวัน พัดพา โบก โบย เบื้องล่างมี ช่องเขา กว้างขวางยืน สูงเด่น สุด

สายตา ทาง ตะปุ่มตะป่า บน แผ่นดิน แล้ง ร่องเขา แคบ ๆ ใต้ โตรก หน้าผา วนเวียน ตั้นด้น ไป

ไม่รู้ จบ จากแอรอน ขี่จักรยาน ไป กลาง ทะเลทราย เวิ้งว้าง หรือ ยืน เท้า เอว อย่าง ผู้ชนะ บน

ยอด หน้าผา สูง หรือ ฉาก หย่อนยาน ตัว จาก ซอกเขา แคบ ๆ ลงสู่ แอ่งน้ำ เย็น ใต้ ซอกเขา ล้วน

บรรยาย ภาพ ให้มองเห็น ความมหัศจรรย์ ของ ธรรมชาติ ได้ แจ่มชัด

หรือฉากที่ตัวละครติดอยู่ใน 127 ชั่วโมงระทึก ผู้ชมจะได้ลุ้นไปกับการคิดหาหนทางในการเอาชีวิตรอด สติสัมปชัญญะและไหวพริบ การคิดวางแผนใช้อุปกรณ์ น้ำดื่ม และอาหารที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้คุ้มค่าที่สุด บรรยากาศอันบีบคั้นหัวใจให้ลุ้นตามอย่างเสียงหอบหายใจ เสียงมีดขูดหินดังสลับกัน ภายใต้ความมืดมิดเหน็บหนาว และร่างกายที่อ่อนล้าลงทุกที รวมถึงความรู้สึกนึกคิด ความทรงจำ ความฝัน จินตนาการที่พรั่งพรูไหลออกมาเป็นภาพในหัวของนักปีนเขาหนุ่มคนนี้

เจมส์ ฟรังโก ตีบทกระเจิงจนสามารถเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แม้จะชวด แต่ก็ยังคว้านักแสดงชายยอดเยี่ยม รางวัล Independent Spirit Awards จากแวดวงหนังอินดี้มาปลอบใจได้) ด้วยการแบกรับหนังทั้งเรื่อง หนังยังโดดเด่นด้วยการกำกับภาพขั้นเทพ เทคนิคแพรวพราวของตากล้องคนสำคัญทั้ง 2 คนอย่าง แอนโทนี ดอด แมนเทิล, B.S.C., D.F.F. (Slumdog Millionaire) และเอนริเก เชดิเอก (28 Days Later) ตัดสลับไปมาจากกล้องถ่ายหนังและกล้องวิดีโอ (แทนภาพวิดีโอส่วนตัวที่แอรอนถ่ายตัวเอง)

สไตล์การกำกับของ แดนนี บอยล์ ผู้กำกับรางวัลออสการ์ชาวอังกฤษผู้นี้ ยังคงไว้ซึ่งลายเซ็นเฉพาะตัว นับตั้งแต่หนังแนวๆ อย่าง Trainspotting ผลงานระดับ 8 รางวัลออสการ์ Slumdog Millionaire มาจนถึง 127 Hours เรื่องล่าสุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ ลำดับภาพ ตัดต่อ บทภาพยนตร์ รวมถึงดนตรีประกอบที่โดดเด่นยากจะหาใครมาเทียบ

ที่สุดของที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือ ตัวละครในชีวิตจริงที่ยังมีลมหายใจ แอรอน รัลสตัน ชายผู้ทำให้โลกตะลึงด้วยเรื่องราวอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับความกล้าหาญของมนุษย์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค

ดูหนังออนไลน์

อันเชล็อตติเร้าอาซาร์คืนฟอร์มเก่งให้ได้

คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด

คาร์โล อันเชล็อตติ

คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด กระตุ้น เอแด็น อาซาร์ ตัวรุกของทีมให้เค้นฟอร์มเก่งสมัยค้าแข้งกับ เชลซี กลับมาให้ได้

แข้งวัย 30 ปีมีปัญหาเรื่องของผลงารรวมถึงเจอกับอาการบาดเจ็บเล่นงานมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวเมื่อปี 2019 โดยทำได้เพียง 5 ประตูกับ 8 แอสซิสต์เท่านั้นจากการลงสนาม 43 รายการ

ในซีซั่นหน้าทีมมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจกาก ซีเนดีน ซีดาน มาเป็น อันเช็ลอตติ ซึ่งทางนายใหญ่คนใหม่ยืนยันว่า อาซาร์ อยู่ในแผนการทำทีมและหวังว่าจะเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้อีกครั้ง

“(อาซาร์) เป็นนักเตะที่ยังไม่ได้เติมเต็มศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่ แต่กำลังจะเติมเต็มมัน อาจจะเป็นปีของเขาที่จะระเบิดฟอร์มออกมาด้วยความมั่นใจ” อันเชล็อตติ กล่าว

แม้จะมีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นรวมถึงอาการบาดเจ็บแต่เจ้าตัวยังเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติเบลเยี่ยมกับการทำศึกยูโร 2022 ช่วงกลางเดือนนี้

Fifty Shades of Grey เป็นภาพยนตร์แนวรักดราม่าอีโรติกสุดแซ่บ

Fifty Shades of Grey

Fifty Shades of Grey

Fifty Shades of Grey : ฟิฟ ตี้เชตส์ ออฟ เก รย์ สร้างขึ้นจาก นิยาย แนว อีโรติก โรมานซ์ ขาย

ดิบขายดี ของ อี แอล เจมส์ ว่าด้วย ความสัมพันธ์ ระหว่าง “แอนาตา เซย สตีล” นักศึกษา

สาวปี ท้ายที่สุด เอก รรรณคดี อังกฤษ แล้วก็มหาเศรษฐี นักธุรกิจ ผู้ ประสบผลสำเร็จ วัย 27

ปี “คริสเตียน เกรย์” ความเกี้ยวเอง ที่ เริ่ม จาก การ สัมภาษณ์เพียงแค่ 10 นาที กลาย เปิ่น

ความ ชมรม ที่จะ เปิดเผย ทุก ความมุ่งมาดปรารถนา ที่หลบซ่อน ข้างใน ตัว ให้ลุกโหม ออกมา

และก็เปลี่ยน ทุก โมเลกุล ภายในร่างกาย ให้ ร้อนระอุ ขึ้น ด้วย รสนิยม แบบ “เฉพาะตัว” อย่าง ที

ไม่คาดฝัน!

เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคน 2 คน

ความสัมพันธ์ ระหว่าง “แอนาตา เซีย” แล้วก็ “คริสเตียน” ที่ สลับซับซ้อน และก็เต็มไปด้วย

เงื่อนไข จริง จัง ที่ แต่ล:ฝ่ายต่าง จำต้อง กุม ปังเหียน เพื่อ ใส่ รับ กับ ความปรารถนา แล้วก็ สั่งที

ต้องการ ของตัวเอง ซึ่งเชื่อมั่นได้เลย ว่า ทุก ความเชื้อมโยง บน โลกนี้ จะต้อง เคย เผชิญ

ปัญหา ที่ ไม่อาจจะ หาศาตอบ ได้เว้นเสียแต่ พวกเขา จะ ช่วยเหลือกัน “ต่อรอง” แล้วก็ “ตกลง

” เห็นด้วย ใน ข้อตกลง ของ กันแลกัน … นั่น เป็น สิ่ง ที่ พวกเขา เลือก ที่ ใน ฐานะ “กฎ ของ

ความข้องเกียว”

หนังพาเราตามไปดู “การพัฒนา” เงื่อนไขของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คน ที่คนหนึ่งเป็นพวกชอบควบคุม เป็น “นาย” กับอีกคนที่ยอมโอนอ่อน เป็น “บ่าว” ความอยากเป็นอิสระแต่อีกใจหนึ่งก็กลับอยากถูกครอบครองของทั้งสองคน ทำให้ทั้งคู่ต่างโหยหาซึ่งกันและกัน แม้จะเจ็บปวดและชวนอยากถอนตัวเท่าไร แต่ใจก็ยังอยากลอง อยากลิ้มชิมรสความแปลกใหม่เสมอ … ตลอดเส้นทางของเงื่อนไขที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป หนังทำได้เพลิดเพลินมาก! สร้างเซอร์ไพรซ์คนดูในทุกการกระทำของทั้ง “แอนาสตาเซีย” และ “คริสเตียน”

– เหมือนกับกำลังชมภาพวาดของความสัมพันธ์
ที่ค่อยๆปลดแอกทุกบุคลิก ทุกตัวตนของตนเองออกมาในครั้งเดียว! –

นอกจากเรื่องความสัมพันธ์แล้ว หนังยังใช้ “บทสนทนา” ที่ฉลาดและโรแมนติก ไม่หวานแต่เร้าใจ เต็มไปด้วยความเท่ห์ชวนจิกหมอน ฟินไปกับหน้าเกลี้ยงเกลาของ “เจมี่ ดอร์แนน”  รวมไปถึงการกำกับของ แซม เทย์เลอร์ จอห์นสัน ก็ทำได้ชวนติดตาม มีการวางประเด็นเพื่อปูอดีต และซึมซับลักษณะความคิดของทั้ง 2 คน พร้อมทั้งยังนำเสนอ “ทุกจินตนาการของผู้หญิง” ออกมาให้โลดแล่นบนจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในฉากทั่วไปที่ออกเดทแบบปกติ หรือจะเป็นฉากชวนสยิวก็ทำได้ทั้งอ่อนโยน สวยงาม และดูมีศิลปะ น่าติดตามมากกว่าจะชวนขยาดและผละออกจากหนัง ดูแล้วเหมือนกับกำลังชมภาพวาดของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆปลดแอกทุกบุคลิก ทุกตัวตนของตนเองออกมาในครั้งเดียว!

เปิดประสบการณ์ใหม่กับเงื่อนไขอันร้อนแรง
ด้วยภาพสุดเนี้ยบ เพลงประกอบสุดพลัง และการแสดงสุดฮอต!

ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ เพราะฉากเซ็กซ์ซีนถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการแสดงออกถึง “การปลดแอก” ของตัวละครกลับสู่ “สัญชาตญาณหลัก” ของมนุษย์ที่เย้ายวนเกินควบคุม ซึ่งทั้ง 20 นาทีที่ฉากนี้ปรากฏในเรื่อง เต็มไปด้วยความเข้ากันในเชิงอารมณ์ระหว่างการแสดงของ “เจมี่ ดอร์แนน” และ “ดาโกต้า จอห์นสัน” ทั้งยังโดดเด่นด้วยเสียงเพลงประกอบภาพยนตร์อันยอดเยี่ยมที่มาถูกเวลา ถูกที่ ด้วยจังหวะช้า ลูบไล้ที่เย้ายวน ทรงเสน่ห์ รอเวลาลุกโชนด้วยเสียงอันทรงพลัง พร้อมด้วยเครื่องดนตรีที่หนักแน่นอย่างเพลง Haunted หรือ Crazy In Love ของ Beyonce ที่นำมารีมิกซ์ใหม่ I Put A Spell On You ของ Annie Lennox หรือจะโหยดูเคว้งคว้างกลางอากาศแล้วตกลงมาในวิเดียวอย่าง Salted Wound ของ Sia ก็เปิดประสบการณ์ใหม่ทางรสนิยมของมิสเตอร์เกรย์ได้ถึงขีดสุด!

อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ “เซ็กส์ซีน” สวยงาม ไม่น่าสะอิดสะเอียนคือ “การออกแบบงานสร้าง” ที่ทำออกมาเนี้ยบ เป๊ะ สมกับคาแรกเตอร์ของมิสเตอร์เกรย์ ทั้งการจัดวางแสงและอุปกรณ์ การใช้สีในห้องเล่นชวนสยิว (Playroom) ที่ขัดกันอย่างชัดเจนกับเพนท์เฮาส์ของเกรย์ที่ใช้ความเข้มทึมสะท้อนความอ้างว้าง บาดแผลในใจของเขาได้อย่างดี

ทางด้านการแสดงของคู่พระนาง การ “เปลือยเปล่า” ทั้งทางจิตใจและร่างกายสำหรับหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะฉากนี้ถือเป็นงานหนักของฝ่ายหญิงอย่าง “ดาโกต้า จอห์นสัน” แต่เธอก็สามารถแสดงความรู้สึกทั้งกลัว สับสน หรือมีความสุขได้อย่างชัดเจน! ดาโกต้าดูเป็นธรรมชาติมากและสื่ออารมณ์ส่งตรงถึงคนดูได้ดีเยี่ยม เรารู้สึกสนุกและอยากติดตามการพัฒนาบุคลิก และไม้เด็ดที่เธอเอามางัดกับคริสเตียนตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเราตามเธอได้อย่างไม่มีเบื่อ!

สำหรับ “เจมี่ ดอร์แนน” แน่นอนว่าด้วยหุ่นและหน้าตาอันหล่อเหลา ช่างทรงเสน่ห์เป็นที่ถูกใจสาวมาก ซึ่งส่งให้เขาสร้าง “มิสเตอร์เกรย์” ในแบบของเขาที่เป็นคนนิ่งๆ แต่แสดงออกทางอารมณ์ด้วยสายตามากกว่าทางร่างกาย การแสดงอาจจะยังไม่โดดเด่นดูเป็นธรรมชาติเท่ากับดาโกต้า ทว่าฉากสำคัญที่ต้องสื่ออารมณ์ พอภาพตัดมา Close Up ที่เจมี่ ทุกความเจ็บปวดที่เคยประสบสะท้อนผ่านสายตาของเขาที่มีสีเข้ม ลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนา ซึ่งชวนให้ “แอนาสตาเซีย” อยากค้นหา และล้วงลึกไปในอดีตอันมืดดำของเขา

Fifty Shades of Grey: มุมมืดหลายระดับของ “คริสเตียน เกรย์” ที่จะปลดปล่อยพันธนาการที่ครอบงำให้จิตใจเป็นอิสระ แหกกฏความสัมพันธ์เดิมๆ พาคุณเข้าสู่อีกโลกนึงที่เป็นได้ทั้งความสนุก ความเร้าใจ ความแปลกใหม่ของชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งมันคือความเศร้า ความว่างเปล่า บาดแผลอันโหดร้ายที่ขึ้นสนิมติดค้างในใจของเขามาตั้งแต่เยาวว์วัย คลุกเคล้าด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมตั้งแต่เปิดเรื่องจนกระทั่งฉากจบ สะท้อนอารมณ์ของ 2 ตัวละครได้เยี่ยมยอด พร้อมด้วยการแสดงที่เข้ากันรอวันพัฒนาให้กลมกล่อมมากขึ้นไปอีก

ดูหนังออนไลน์