ภาพยนต์เรื่อง พี่มาก พระโขนง

พี่มาก…พระโขนง

พี่มาก…พระโขนง ณ สยามประเทศในยุคที่ยังมีสงคราม ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกเกณฑ์ไปรบ "มาก" จำต้องทิ้งเมียของเขาที่กำลังท้องแก่ไว้ที่บ้านเพื่อเข้าร่วมศึก ระหว่างสงครามมากได้พบและช่วยชีวิตเพื่อนทหารเกณฑ์ 4 คนคือ "เต๋อ" "เผือก" "ชิน" และ "เอ" จนท้ายที่สุดทั้งห้าก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อสงครามยุติ มาก จึงชวนให้ทั้ง 4 ไปเยี่ยมบ้านของเขาที่พระโขนง เมื่อถึงพระโขนง มากแนะนำให้เพื่อนรู้จักกับ "นาค" เมียสาวแสนสวยของเขา และยังมี "แดง" ลูกชายวัยแรกเกิดของมากด้วย เต๋อ เผือก ชิน และ เอ ตัดสินใจอยู่ที่พระโขนงสักระยะโดยอาศัยที่บ้านหลังเก่าฝั่งตรงข้ามบ้านมาก ขณะนั้นมีข่าวลือหนาหูในหมู่ชาวบ้านว่า "นาค" เป็นผีตายทั้งกลม!! โดยต้นตอมาจาก "ยายเปรียก" เจ้าของร้านยาดองปั่น ทั้ง 4 ไม่เชื่อ จึงพยายามพิสูจน์ด้วยวิธีการต่างๆ ต่อมา ยายเปรียก ผู้ปล่อยข่าวลือเกิดจมน้ำตายลอยขึ้นอืดอย่างน่าสยดสยอง ทำให้ เต๋อ เผือก ชิน และเอ ปักใจเชื่อว่า "นาค" เป็นผีแน่ๆ ทั้ง 4 ไม่กล้าบอกมากตร ๆ เนื่องจากกลัวจะต้องพบจุดจบแบบเดียวกับ ยายเปรียก แต่เมื่อนึกถึงบุญคุณที่มากเคยช่วยชีวิต พวกเขาจึงต้องตัดสินใจบอกความจริงให้ มาก รู้เพราะคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้ ความหลอนปนฮายังมีอีกมาก ในหนังไทยเรื่อง "พี่มาก…พระโขนง" ในโปรแกรม "หนังดังยาม" วันศุกร์ 26 มี.ค. 64 เวลา 14.50 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36

พี่มาก...พระโขนง

ณ สยามประเทศในยุคที่ยังมีสงคราม ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกเกณฑ์ไปรบ “มาก” จำต้องทิ้งเมียของเขาที่กำลังท้องแก่ไว้ที่บ้านเพื่อเข้าร่วมศึก ระหว่างสงครามมากได้พบและช่วยชีวิตเพื่อนทหารเกณฑ์ 4 คนคือ “เต๋อ” “เผือก” “ชิน” และ “เอ” จนท้ายที่สุดทั้งห้าก็กลายมาเป็น

เพื่อนสนิทกัน เมื่อสงครามยุติ มาก จึงชวนให้ทั้ง 4 ไปเยี่ยมบ้านของเขาที่พระโขนง เมื่อถึงพระโขนง มากแนะนำให้เพื่อนรู้จักกับ “นาค” เมียสาวแสนสวยของเขา และยังมี “แดง” ลูกชายวัยแรกเกิดของมากด้วย เต๋อ เผือก ชิน และ เอ ตัดสินใจอยู่ที่พระโขนงสักระยะโดยอาศัยที่บ้านหลังเก่าฝั่งตรงข้ามบ้านมาก

ขณะนั้นมีข่าวลือหนาหูในหมู่ชาวบ้านว่า “นาค” เป็นผีตายทั้งกลม!! โดยต้นตอมาจาก “ยายเปรียก” เจ้าของร้านยาดองปั่น ทั้ง 4 ไม่เชื่อ จึงพยายามพิสูจน์ด้วยวิธีการต่างๆ ต่อมา ยายเปรียก ผู้ปล่อยข่าวลือเกิดจมน้ำตายลอยขึ้นอืดอย่างน่าสยดสยอง ทำให้ เต๋อ เผือก ชิน และเอ

ปักใจเชื่อว่า “นาค” เป็นผีแน่ๆ ทั้ง 4 ไม่กล้าบอกมากตร ๆ เนื่องจากกลัวจะต้องพบจุดจบแบบเดียวกับ ยายเปรียก แต่เมื่อนึกถึงบุญคุณที่มากเคยช่วยชีวิต พวกเขาจึงต้องตัดสินใจบอกความจริงให้ มาก รู้เพราะคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้

ดูหนังออนไลน์

ซีรีส์ไตรภาค 7 ตอนของ Netflix เรื่อง The Queen’s Gambit 

 The Queen’s Gambit

The Queen’s Gambit ถ้าชัยชนะต้องแลกมาด้วยทุกสิ่ง แล้วชีวิตเราจะเหลืออะไร “เกมกระดานแห่งชีวิต The Queen’s Gambit” มินิซีรีส์ Netflix เรื่องราวความสำเร็จของเซียนหมากรุกสาวจากบ้านเด็กกำพร้ามาสู่เวทีหมากรุกระดับโลก แต่ความเป็นอัจฉริยะนั้นใช่ว่าได้มาฟรีๆ

ซีรีส์ทำมาจากนิยายเก่าแก่ของนักเขียนวอลเตอร์ เทวิส ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1983 และมีความพยายามนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง จนเกือบสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างโดยมี ฮีธ เลดเจอร์ ร่วมงานสร้างด้วยกับ เอลเลน เพจ ที่ถูกวางตัวเป็นนางเอกของเรื่อง แต่แล้วโปรเจ็กต์ก็ถูกระงับไปหลังการเสียชีวิตของ ฮีธ เลดเจอร์ จนโครงการถูกย้ายมาอยู่ในมือของ Netflix และก็ได้ Scott Frank ทำหน้าที่เป็นนักเขียน ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ซีรีส์ 7 ตอนจบ โดยมี อันยา เทย์เลอร์ จอย นักแสดงวัยรุ่นดาวรุ่งชื่อดังมาเล่นเป็นนางเอก

ซีรีส์เดินเรื่องอยู่ในช่วงยุค 1960 ที่รัสเซียยังเป็นคอมมิวนิสต์เต็มตัว และก็เป็นคู่แข่งในหลายๆ ด้านกับสหรัฐอเมริกาที่กังวลกับการแพร่ขยายตัวของคอมมิวนิวนิสต์ในเวลานั้นอยู่ด้วย ทำให้ไม่ว่าอะไรก็ตามทางอเมริกาต้องพยายามเหนือกว่าให้ได้ ไม่เว้นแม้แต่หมากรุกสากล ที่ทางรัสเซียเหนือชั้นกว่ามาก ถึงขั้นที่ว่าครองแชมป์โลกอันดับต้นๆ หมด ทางอเมริกาไม่เคยมีใครสู้ได้มาก่อนเลย ซึ่งเรื่องราวในเรื่องนี้นางเอกคือ เด็กกำพร้าที่มีพรสวรรค์ในการเล่นหมากรุก และพยายามไต่เต้าขึ้นไปแข่งกับแชมป์โลกของรัสเซียให้ได้ด้วยตัวเอง โดยมีอุปสรรคใหญ่คือ สภาพจิตใจในวัยเด็กที่ต้องเจอเรื่องสะเทือนใจที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับแม่ แต่เธอกลับรอดมาแบบปาฏิหาริย์ และถูกส่งไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่เธอได้เจอกับภารโรงที่ชื่นชอบหมากรุกในชั้นใต้ดิน และสอนเธอหลายอย่างจนกลายเป็นเซียนหมากรุกในวัยเด็กเพียง 9 ขวบ แต่เบื้องหลังความเก่งของเธอก็ต้องพึ่งยาระงับประสาทที่กินจนเสพติดพร้อมเหล้า ที่คอยบั่นทอนชีวิตการเป็นนักหมากรุกระดับโลกของเธอทุกครั้งที่เข้าใกล้ความสำเร็จ

ที่ผ่านมามีหนังหมากรุกทำออกมาแล้วหลายเรื่อง ซึ่งในแง่ภาพยนตร์ก็ดูกระชับลงตัวดี แต่เรื่องนี้มาเป็นซีรีส์แบบ 7 ตอนจบ ซึ่งมีเรื่องราวมากกว่าการแข่งหมากรุกหลายอย่างผสมลงไป โดยตัวนางเอกของเรื่อง เบธ ฮาร์มอน เป็นตัวละครที่มีปมวัยเด็กกำพร้าแม่จากอุบัติเหตุทางรถยนตร์ชนกับรถบรรทุก ซึ่งเรื่องจะใบ้ไว้ตั้งแต่แรกว่าไม่ใช่อุบัติเหตุปกติธรรมดา และตัวนางเอกรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่เล่าให้ใครฟัง จนออกแนวเก็บกดตั้งแต่เด็ก ซึ่งจริงๆ ส่วนนี้เดาไม่ยากเพราะจุดใบ้ตอนแรกค่อนข้างเฉลยไปเยอะแล้วว่าเพราะอะไร แต่เรื่องก็ใช้ส่วนนี้แหละค่อยๆ แฟลชแบ็คกลับมาทีละนิดๆ ในทุกตอน เป็นชีวิตของเบธตอนที่ยังอยู่กับแม่ แต่ครอบครัวมีปัญหากับพ่อจนต้องแยกทางกัน จนสุดท้ายต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าไปอยู่สถานสงเคราะห์รอการอุปการะ ซึ่งที่นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ทั้งความอัจฉริยะที่ถูกค้นพบและสั่งสอนชี้นำจากภารโรงที่เป็นทั้งอาจารย์และคู่แข่งคนแรกของเธอ กับอีกด้านคือจุดเริ่มต้นของการติดยาระงับประสาท ซึ่งเธอได้รับจากการแจกให้เด็กๆ ทุกคนได้กินในสมัยนั้น ก่อนถูกห้ามให้เด็กในเวลาต่อมา และก็กลายเป็นว่าเธอต้องหาทุกช่องทางให้ได้มา แม้ว่าจะต้องทำผิดก็ตาม

ตัวเรื่องเน้นหนักไปที่ชีวิตของเบธในด้านที่แม้มีพรสวรรค์มาก แต่กลับติดยาเพื่อช่วยให้เธอสงบจิตใจได้ และต่อมาก็เพิ่มเหล้าเข้าไปด้วย จนกลายเป็นเลิกทั้งสองอย่างไม่ได้ ซึ่งเรื่องราวดราม่าในส่วนนี้จะเยอะมาก แทบจะเป็นเมนหลักของเรื่องมากกว่าการแข่งหมากรุกด้วยซ้ำ โดยทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตที่เข้าใกล้ความสำเร็จ กลับต้องกลายมาเละเทะเพราะเรื่องนี้ทุกที จนดูน่าเบื่อบางช่วงเหมือนกันที่เรื่องปูให้ลุ้นๆ กับการแข่งหมากรุก แต่กลับจบด้วยปัญหาติดเหล้าติดยาทำพังอยู่เรื่อย จากปมปัญหานี้เองที่ทำให้ตัวเรื่องลากยาวเป็นซีรีส์ได้ แต่ก็ทำให้การเดินเรื่องดูซ้ำน่าเบื่อในช่วงหลังๆ และรู้สึกเฟลเพราะกำลังลุ้นๆ จะได้เห็นฉากการแข่งหมากรุกที่สนุก แต่กลับถูกตัดจบง่ายๆ ด้วยเรื่องนี้แทน

ดราม่าอีกอย่างของเรื่องคือการที่เธอเป็นเด็กกำพร้า แม้จะถูกอุปการะไปในช่วงวัยเด็ก แต่กลับเจอครอบครัวที่มีปัญหาด้านการเงินในเวลาต่อมา และพ่อเลี้ยงก็ทิ้งเธอให้อยู่กับแม่ที่ไม่มีอาชีพอะไรติดตัว ทำให้เธอกลายเป็นคนหาเลี้ยงแม่แทน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต ก่อนจะพบกับเรื่องเศร้าในเวลาต่อมา และก็ทำให้เธอต้องพึ่งพาตัวเองหาเงินเอาชีวิตรอดจากการแข่งหมากรุกได้เพียงอย่างเดียว แต่ก็ยังไม่วายมาเจอปัญหากับพ่อเลี้ยงอีกครั้ง และการที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ก็ทำให้เธอเหงาจนต้องเปิดรับเพื่อนชายนักแข่งหมากรุกด้วยกันเข้ามาในชีวิต กลายเป็นชีวิตแบบ one night stand สนุกแบบชั่วคราวเรื่อยๆ จนดูเป็นสาวกร้านโลกในตอนหลัง แม้จะมีคนที่ชอบเก็บไว้ในใจตลอดเวลาก็ตาม

แม้ปมปัญหาดราม่าชีวิตนางเอกจะเยอะหลายเรื่อง แต่พอถึงฉากเกี่ยวกับหมากรุกทั้งในจินตนาการและการเล่นจริง ตัวเรื่องทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งกดดัน เร้าอารมณ์ สนุก ไปกับสีหน้าท่าทางของนางเอกที่สนุกกับการขยี้คู่แข่งลงอย่างราบคาบ โดยมีประเด็นเฟมินิสต์ของ

วงการหมากรุกที่ให้ความสำคัญแต่ผู้ชายมากกว่า จนดูเหมือนนางเอกเป็นผู้หญิงที่ชนะผู้ชายได้และก็โด่งดังจากเรื่องนี้มากกว่าฝีมือจริงๆ ผสมกับบุคลิกดูหยิ่งทะนงอยู่ตลอดเวลาของนางเอกว่าตัวเองเก่งที่สุด เป็นคนที่คิดแต่ชนะเพียงอย่างเดียวไม่แม้แต่ยอมเสมอกับใคร แต่ในเรื่องก็มี

ความพ่ายแพ้เกิดขึ้นด้วย ซึ่งแทบจะตลอดเวลาในการแข่งกล้องจะโคลสอัพไปที่หน้าตาของตัวนักแสดง อันยา เทย์เลอร์ จอย ใบหน้ากับตาโตๆ ของเธอไม่ว่าอารมณ์ไหนก็สวยเด่นสะกดผู้ชมได้ตลอดเวลา รวมถึงนักแสดงตอนเด็กเองก็เล่นได้ยอดเยี่ยม ทั้งหน้าตา ท่าทาง ประสานกับนางเอกตอนโตเหมือนเป็นคนเดียวกันได้เลย แต่ช่วงเวลาที่กระโดดจากตอนเด็กไปตอนโตอาจ

จะแปลกๆ สักหน่อยเพราะตัวเรื่องเล่นข้ามไปหลายปีทันทีหลังจบตอนแรก และตัวอันยาเองก็อายุ 24 ปีแล้ว แต่ต้องมาเล่นแบบปรับทรงผมท่าทางให้เหมือนเด็กวัยรุ่นต้นๆ ก่อนจะค่อยๆ โตตามช่วงเวลา จนเหมาะสมกับอายุนักแสดงจริงในภายหลัง

ฉากการเล่นหมากรุกในจินตนาการของนางเอกจะเป็นกระดานกลับหัวบนเพดานห้อง ซึ่งทำออกมาได้น่าทึ่งมาก แม้จะไม่ได้เป็นฉากที่มีเรื่องการแพ้ชนะ แต่ทุกครั้งที่นางเอกจินตนาการถึงเกมกระดานในหัว ซึ่งคู่ไปกับการใช้ยาระงับประสาทร่วมด้วย ฉากพวกนี้ดูทรงพลังจนเป็นเหมือนฉากโชว์ความสามารถเหนือมนุษย์ของนางเอกไปเลย

ส่วนในเกมการเล่นจริง ตัวเรื่องจะค่อยๆ ปูศัพท์ความรู้ในการเล่นหมากรุกแข่งขันเข้ามาให้ผู้ชมทราบ ตั้งแต่นาฬิกาจับเวลา ช่องแต่ละช่องมีชื่อ กฎการเบรคเกมไว้แข่งต่อวันอื่น หรือการยื่นขอเสมอกันเพื่ออะไร เทคนิคการเดินหมากต่างๆ อย่างชื่อเรื่องก็เป็นแบบหนึ่ง ซึ่งตัวเรื่องทำออกมาได้ดี ใช้ทุกอย่างที่มีในเกมจริงๆ มาเป็นฉากสนุกๆ ของเรื่อง รวม

ถึงเบื้องหลังการเป็นนักแข่งอาชีพต้องมีความรู้อะไรบ้าง อย่างการทบทวนกระดานของตัวเองที่ชนะไปเพื่อหาช่องโหว่ การอ่านหนังสือวิเคราะห์หมากต่างๆ ประวัติแชมป์หมากรุกดังๆ ระดับแกรนมาสเตอร์ หรือพวกนิตยสารวงการหมากรุกต่างๆ ซึ่งตัวเรื่องสอดแทรกรายละเอียดของอาชีพนักหมากรุกไว้ครบถ้วน

The Queen’s Gambit ส่วนการแข่งของนางเอกนอกจากอารมณ์ลุ้นกดดันตามเกมปกติ ยังมีการแข่งแบบดวลหลายกระดานพร้อมกัน อย่างตอนแรกที่นางเอกวัย 9 ขวบเจอ 1 ต่อ 10 หรือการแข่งเดินหมากรุกไวที่ต่างออกไปจากการแข่งปกติที่มีเวลาให้คิดเยอะ แถมยังมีโชว์เหนือแข่งหลายกระดานพร้อมกันอีก จนถึงฉากสุดท้ายของเรื่องที่ถ่ายทำในรัสเซียแบบย้อนยุคไปช่วงปีนั้นจริงๆ ซึ่งการแข่งขันใน

ยุคนั้นมีคนติดตามผ่านวิทยุเป็นหลัก และก็เหมือนเป็นเดิมพันหน้าตาของประเทศอเมริกากับรัสเซีย ซึ่งตัวเรื่องทำฉากต่างๆ ออกมาได้สมจริงมากกับบรรยากาศการแข่งที่ยิ่งใหญ่ต่างจากการแข่งในอเมริกามาก (คนรัสเซียบ้าหมากรุกมากที่สุดในโลก) และยังทำให้เราลุ้นสนุกไปกับเกมสุดท้ายที่สูสีคู่คี่กันมากๆ โดยมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวนิดๆ พอให้เข้าใจได้ว่าเกมนี้สำคัญต่อทั้งสองประเทศในแบบไหนในยุคสมัยนั้น

เฌเรมี่ โดกู เกิดมาเพื่อเลี้ยง (บอล)

เฌเรมี่ โดกู

เฌเรมี่ โดกู  ในยุคที่นักเตะหนุ่มพัฒนาฝีเท้าและมีโอกาสแจ้งเกิดเร็วขึ้น เราจึงได้เห็นแข้งอายุน้อยก้าวขึ้นมาประดับวงการอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในเวทีลีก เอิง ฝรั่งเศสที่เป็นลีกลำดับต้นๆ ของยุโรปที่ผลักดันนักเตะรุ่นใหม่ให้มีโอกาสในทีมชุดใหญ่ พวกเขาพร้อมมอบเส้นทางอาชีพให้กับดาวรุ่ที่มีแววได้แสดงผลงานในสนาม

ทุกๆ ฤดูกาลเราจะได้เห็นนักเตะหน้าใหม่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อ บางรายได้โอกาสต่อยอดไปยังสโมสรที่ใหญ่กว่าเดิม บางรายแจ้งเกิดในเวทีระดับโลกอย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา

เฌเรมี่ โดกู กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน เด็กหนุ่มวัย 18 ปีจากเบลเยียมกำลังทำผลงานที่ดีกับ แรนส์ สโมสรที่ไปดึงตัวแข้งรายนี้มาจาก อันเดอร์เลชท์ เมื่อช่วงต้นฤดูกาล

จากหนุ่มน้อยที่ก้าวขึ้นมาในระบบเยาวชนอันเลื่องชื่อของ อันเดอร์เลชท์ ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดกู ได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พยายามดึงไปร่วมทีมในตอนอายุครบ 15 ปี

แต่ตอนนั้น โรเมลู ลูกากู กองหน้าของอินเตอร์ มิลาน ในเวลานี้ได้มอบคำแนะนำให้กับ โดกู ว่าควรปฏิเสธข้อเสนอของสองทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ และมุ่งมั่นในการทำผลงานกับ อันเดอร์เลชท์

เฌเรมี่ โดกู 

คำแนะนำหนนั้นถือว่ามีค่ากับ โดกู อย่างมาก เพราะให้หลังไปปีเศษ ด้วยวัยเพียง 16 ปี 6 เดือน กับ 1 วัน โดกู ได้รับโอกาสสำคัญในการประเดิมทีมชุดใหญ่ให้กับ อันเดอร์เลชท์

พฤศจิกายน 2018 คือช่วงเวลาที่ โดกู มิอาจลืมเลือน เพราะมันคือการประเดิมสนามในเกมระดับอาชีพหนแรก ซึ่งปีต่อมาเขากลายมาเป็นแกนหลักของทีมโดยทันที

ผลงานอันยอดเยี่ยมยิ่งทำให้หลายๆ สโมสรในยุโรปจับตามอง แต่เป็น แรนส์ ที่ตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาล 26 ล้านยูโรเเพื่อดึงแข้งวัย 18 ปีรายนี้ไปครอง โดยพวกเขาหวังเอาไปแทน ราฟินญ่า ที่ย้ายไป ลีดส์ ยูไนเต็ด

อายุอาจจะยังน้อย ประสบการณ์อาจจะยังมีไม่มาก ที่สำคัญด้วยส่วนสูงเพียง 171 เซนติเมตรทำให้หลายๆ คนตั้งข้อสงสัยในตัวแข้งหนุ่มรายนี้

กระนั้น โดกู มีอาวุธเด็ดในเรื่องของการเลี้ยงบอลที่หาตัวจับยาก สเต็ปเท้าที่รวดเร็ว และการฉีกตัวประกบคือสิ่งที่อันตรายที่สุดของนักเตะรายนี้

“ผมคิดว่าเขามีอนาคตที่ยอดเยี่ยม เขามีทักษะในการดวลตัวต่อตัวที่บ้ามากๆ และเป็นคนที่เลี้ยงบอลได้สุดยอด” ซามีร์ นาสรี่ ที่เคยเล่นกับ โดกู ช่วงสั้นๆ ในทีม อันเดอร์เลชท์ กล่าว

“ในตอนที่เขายังเด็กกว่านี้ เขาอาจจะขาดในเรื่องของสภาพจิตใจและการจบสกอร์ แต่เขาลบจุดอ่อนตรงนั้นไปตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล สักวันหนึ่งเขาสามารถเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก 20 ลำดับแรกได้แน่นอน”

อย่างที่ นาสรี่ กล่าวไปข้างต้นว่า โดกู มีจุดอ่อนเรื่องการจบสกอร์ ซึ่งสิ่งนั้นนักเตะทราบดีและไม่ได้กังวลใจแต่อย่างใด เพราะเขารู้ว่าอาวุธเด็ดของตนเองอยู่ที่จุดไหน

ในโลกที่การทำประตูอาจจะเป็นทุกๆ อย่างของแนวรุก แต่ทาง โดกู กลับให้ความสำคัญในการเลี้ยงบอลของตนเอง เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งนี้คือไม้ตายและทำให้ตนเองได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง

“ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมถูกบอกอยู่เสมอว่าเลี้ยงบอลมากเกินไป  พวกเขาจะบอกให้ผมหยุด แต่ผมก็ทำต่อไป” แข้งชาวเบลเยียมกล่าวผ่าน Het Laatste Nieuws

“นี่คือส่วนหนึ่งของคำแนะนำที่ผมมอบให้นักเลี้ยงบอลวัยหนุ่มให้ได้ทราบ ทำมันต่อไป แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำมันในทิศทางที่ถูกต้อง อย่าแอบซ่อน หลายสิ่งมั่นขึ้นอยู่กับความมั่นใจของคุณ เมื่อผมเลี้ยงบอล ผมรู้ว่าผมผ่านตัวประกบได้บ่อยมาก

“ผมเห็นสถิติในตอนนี้ ผมเป็นคนที่ลี้ยงบอลได้ดีที่สุดในลีก เอิง ไม่แย่เลยใช่ไหมกับลีกที่มีทั้ง เนย์มาร์ และ เอ็มบั๊ปเป้?

“ดาวดังระดับสูงเล่นอยู่ที่นี่ นักเตะแข็งแกร่งและรวดเร็วกว่าในเบลเยียม คุณไม่ได้เห็น เนย์มาร์ หรือ เอ็มบั๊ปเป้ เล่นในลีกเบลเยียม”

แน่นอนว่าถึงจะเป็นนักเตะที่เลี้ยงบอลได้ดีและน่าตื่นตา แต่หลายคนยังคงมองไปที่สถิติการทำประตูอันน้อยนิดของเขา หลังจากสอยตาข่ายไปได้เพียง 2 ประตูจจาก 34 เกมที่ลงสนามให้ แรนส์

กระนั้น โดกู ย้ำว่าตนเองไม่กังวลกับสถิติดังกล่าวแต่อย่างใด กลับกันเขามองว่าการเล่นฟุตบอลของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำประตูเท่านั้น เพราะเขาสามารถช่วยทีมในส่วนอื่นๆ ได้เช่นกัน

“เป็นคนส่วนใหญ่ที่พิจารณาไปยังสถิติ คนในเบลเยี่ยมรู้ดีว่าในอดีตที่ผ่านมาผมทำประตูไม่ได้มากนัก ผมไม่ใช่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช 

“จงระวังไว้ ผมเข้าใจว่ามีเสียงวิจารณ์เมื่อเรามองไปเพียงสถิติเท่านั้น แต่คนที่ดูทุกๆ เกมรู้ว่าผมกำลังทำได้ดี มิเช่นนั้นแล้ว ผมคงไม่ได้งสนามเป็นตัวจริงอยู่ตลอด ใช่มั้ย?”

มันคือความมั่นใจในฐานะนักฟุตของ เฌเรมี่ โดกู หากมองในมุมของเขาก็มีส่วนที่ถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือการถูกเรียกติดทีมชาติเบลเยียมในช่วงที่ผ่านมา

โดกู อาจจะมองเส้นทางของตนเองต่างจากแนวรุกคนอื่นๆ แต่จุดหมายของเขาไม่ต่างกันคือการช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ซึ่งสำหรับเขาแล้วคือการทำผลงานโดยการใช้อาวุธและทีเด็ดของตนเองออกมาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ด้วยวัยเพียง 18 ปี เส้นทางหลังจากนี้ยังคงทอดยาวและมีอะไรมากมายให้เขาต้องเรียนรู้และผ่านไปให้ได้

ภาจกิจสำคัญหลังจากนี้อาจจะเป็นการพา แรนส์ เปิดบ้านรับมือ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งมันมีความสำคัญทั้งกับสโมสรและตัวเขาเองที่ต้องดวลกับ เนย์มาร์ สตาร์จากเมืองหลวงแดนน้ำหอม (เอ็มบั๊ปเป้ ติดโทษแบนในนัดนี้)

งานของ โดกู คือการป่วนแนวรับ เปแอสเช ซึ่งต้องมาดูกันว่าทีเด็ดที่เขามั่นใจจะสามารถเล่นงานทีมที่กำลังลุ้นแชมป์ลีก เอิง ได้มากน้อยเพียงใด  แทงบอลออนไลน์

ภาพยนต์เรื่อง The Midnight Sky

The Midnight Sky

The Midnight Sky ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากนวนิยายเรื่อง “Good Morning, Midnight” ได้ มาร์ก แอล สมิธ มือเขียนบทจากเรื่อง The Revenant มารังสรรค์ เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่สร้างด้วยทุน100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เล่าเรื่องราวในภาคพื้นโลกและอวกาศ

The Midnight Sky

โทนของสองภาคนี้แตกต่างกันคนละเรื่อง สอดประสานเข้าด้วยกันด้วยความพยายามในการสื่อสาร ชวนให้นึกถึงสภาพความโดดเดี่ยวที่เราทุกคนต้องเปิด Zoom เพื่อบรรเทาความเหงา คลูนีย์บอกว่าการถ่ายทั้งภาคพื้นและภาคอวกาศยากคนละแบบ

“ถ่ายที่อาร์กติกสนุกมาก เราวางแผนกันหมดทุกขั้นตอนเลยนะเพราะมีเด็กอายุ 7 ขวบถ่ายด้วย อีกอย่างคือที่นั่นจะเริ่มสว่างตอน 11 โมง พอเริ่มบ่ายสามก็มืดแล้ว เราก็เลยต้องพร้อมตลอดเวลา ต้องรออากาศให้สดใสและมีแสงแดด ที่นั่นมีพายุบ่อยมาก ลมพัดแรงอย่างกับทอร์นาโด พอเปิดกล้องก็ต้องถ่ายให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เรื่องย่อ เรื่องราวหลังวันสิ้นโลกนี้ติดตามชีวิตของ ออกัสติน (จอร์จ คลูนีย์) นักวิทยาศาสตร์ที่โดดเดี่ยวในแถบอาร์กติก ซึ่งเร่งหยุดยั้ง ซัลลี่ (เฟลิซิตี้ โจนส์) และทีมนักบินอวกาศไม่ให้กลับมาเจอหายนะปริศนาบนโลก

หนังได้ชื่อว่าเต็งชิงออสการ์สาขาใดสาขาหนึ่ง โดยตัวความหวังมากสุดก็คงเป็นในสาขารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของ จอร์จ คลูนีย์ เอง ที่เรื่องนี้เหมาทั้งแสดงนำและกำกับ โดยหนังดัดแปลงมาจากนิยายปี 2016 ชื่อ Good Morning, Midnight ของ ลิลี บรูกส์ ดัลตัน เจ้าของรางวัล The Oregon Book Award ในปี 2015 ด้วยฝีมือของมือเขียนบท มาร์ก แอล. สมิธ ที่เคยฝากฝีไม้ลายมือกับการร่วมเขียนบทหนังรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่าง The Revenant (2015) มาแล้ว ดูหนังออนไลน์

ภาพยนตร์ The Fast and the Furious

เร็ว..แรงทะลุนรก 5

เร็ว..แรงทะลุนรก 5 

เร็ว..แรงทะลุนรก 5 (อังกฤษ: Fast Five) หรือ Fast & Furious 5 หรือ Fast & Furious 5: Rio Heist เป็นภาพยนตร์โลดโผน/อาชญากรรมลำดับที่ 5 ในชุด เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส กำกับโดย จัสติน ลิน เขียนบทโดยคริส มอร์แกน นำแสดงโดยวิน ดีเซล, พอล วอล์กเกอร์และดเวย์น จอห์นสัน เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ. 2011

เรื่องย่อ

ขณะที่โดมินิก “ดอม” ทอเร็ตโตถูกส่งตัวไปที่เรือนจำลอมพ็อคด้วยรถบัส มีอา ทอเร็ตโตและไบรอัน โอคอนเนอร์ น้องสาวและเพื่อนของดอมได้ขับรถเข้ามาขัดขวางและทำให้รถบัสคว่ำ จากนั้นก็พาตัวดอมหนีไปที่เมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมืองที่เต็มไปด้วยคนติดอาวุธ และ

ปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ อีกทั้งปัญหาคอร์รัปชันจากทั้งนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หรือแม้แต่ข้าราชการด้วยกันเอง เพื่อไปขอพึ่งวินซ์ เพื่อนเก่าที่ไบรอันเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อครั้งอยู่ที่ลอสแอนเจลิสหลายปีก่อน วินซ์ทาบทามให้ไบรอันกับมีอาทำงานขโมยรถสามคันบนรถไฟ พอถึงวันลง

มือไบรอันและมีอาที่ทำหน้าที่เป็นนกต่อชี้เป้าที่อยู่บนขบวนรถไฟ ลอบเข้าไปยังตู้เป้าหมายที่มีรถ พบว่ารถสามคันดังกล่าวถูกยึดโดยหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (DEA) และกำลังถูกส่งไปยังสถานีตำรวจเมืองรีโอเดจาเนโรเพื่อส่งมอบหลักฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่ DEA โดยสารมาด้วย

สามนายเพื่อคุ้มกันของกลาง เมื่อดอมมาถึงพร้อมกับคนอื่น ๆ ด้วยรถขนย้ายด้านนอก พวกเขาเจาะตู้รถไฟ ระหว่างเตรียมขนย้ายรถของกลาง ดอมได้ยินว่าซีซี หนึ่งในลูกทีมต้องการรถ Ford GT40 ดอมจึงให้มีอาขับรถคันนั้นไป ซีซีไม่พอใจจึงเกิดการโต้เถียงขึ้นแต่สุดท้ายซีซีก็ยินยอม พอมีอาขับเลี้ยวไปอีกทาง ซีซีจึงรู้ตัวว่าถูกหักหลังและต่อสู้กับดอมและไบรอัน ขณะที่สู้กันซีซี

ยิงเจ้าหน้าที่ DEA ที่อยู่บนรถไฟเสียชีวิตทั้งสามนาย ส่วนไบรอันและดอมขับรถหนีออกมาแต่ถูกจับตัวโดยเฮร์แนน เรย์เอส นักค้ายาเสพติดผู้เป็นเจ้าพ่อใหญ่แห่งเมืองรีโอเดจาเนโร เรย์เอสสั่งให้ลูกน้องเค้นถามดอมและไบรอันว่ารถอยู่ไหน แต่ดอมและไบรอันขัดขืนและหนีออกมาได้

ไบรอัน ดอมและมีอาพากันแยกส่วนรถ Ford GT40 เพื่อค้นหาเบาะแสบางอย่าง พวกเขาพบวินซ์ที่ลอบเข้ามาค้นหาชิปคอมพิวเตอร์ชิ้นหนึ่งที่อยู่ในเครื่องเสียงติดรถยนต์ วินซ์ยอมรับว่าตนต้องการชิปนี้เพื่อนำไปขายให้เรย์เอส ดอมซึ่งพบว่าวินซ์พามีอามาเสี่ยงจึงไล่วินซ์ไป ไบรอันนำชิปนั้นไปตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของเรย์เอสทั้งหมด รวมถึงที่เก็บเงินสด 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางการทูต (DSS) ลุค ฮ็อบส์และลูกทีมเดินทางมาที่รีโอเดจาเนโรเพื่อตามจับดอมและไบรอันตามคำสั่งของทางการสหรัฐ พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากเอเลนา เนเวส ตำรวจท้องที่ที่พวกเขาขอตัวมาเพื่อช่วยเรื่อง

ล่ามและความเชี่ยวชาญในพื้นที่ แถมฮ็อบส์ยังสืบประวัติเธอและพบว่าเอเลนาไม่เคยรับสินบนจากใคร ทีมของฮ็อบส์ตามรอยมายังที่ซ่อนของดอม แต่ขณะเดียวกันก็ปะทะกับพวกลูกน้องของเรย์เอสที่ต่างตามมาไล่ล่าพวกดอม หลังจากที่ดอม ไบรอันและมีอาหนีรอดมาได้ ดอมเสนอให้แยกกันหนี แต่มีอาสารภาพว่าตนกำลังท้องกับไบรอัน ทั้งหมดจึงตัดสินใจอยู่ด้วยกันต่อและคิดแผนขโมยเงินของเรย์เอสเพื่อนำไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยดอมตั้งทีมปล้น ประกอบด้วยโรมัน เพียร์ซ, เทจ, ฮาน, จีเซล, เลโอ, ซานโตส และวินซ์

ระหว่างที่พวกดอมกำลังดำเนินงานกันนั้น ฮ็อบส์ที่ไล่ล่าดอมกับพรรคพวกพาลูกทีมเข้ายึดที่กบดานและของกลางคือซากรถเพื่อมาตรวจสอบหาเบาะแสจนพบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรย์เอส ด้านดอมนำทีมปล้นเงินจากเรย์เอสและเผาเงินทิ้ง ฝ่ายเรย์เอสที่ทราบข่าวว่าถูกพวกดอมปล้นโกรธจัด จึงสั่งการให้ซีซีมือขวาของตน รีบรวบรวมเงินทั้งหมดไปไว้ในตู้นิรภัยที่สถานีตำรวจเมืองรีโอเดจาเนโร ที่ซึ่งเขาได้ติดสินบนพวกตำรวจเอาไว้ทั้งกรม เพื่อกันไม่ให้พวกดอมมาปล้นอีกได้ แต่พวกดอมก็ไม่ลดละ พยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อที่จะเข้าไปเอาเงินให้ได้

ฮ็อบส์และลูกทีมตามมาเจอดอมอีกครั้ง และจับกุมดอม มีอา ไบรอัน และวินซ์ แต่ขณะถูกส่งตัวทั้งหมดถูกลูกน้องของเรย์เอสซุ่มโจมตี ลูกทีมของฮ็อบส์ถูกฆ่าทั้งหมด ส่วนดอมช่วยฮ็อบส์ออกมา แต่ขณะที่หลบหนีวินซ์ถูกยิงและเสียชีวิตกลางทาง พอกลับที่กบดานเดิม ฮ็อบส์และเอเลนาขอร่วมทีมปล้นกับดอมเพื่อล้างแค้นให้ลูกทีมตัวเอง ฮ็อบส์รับเป็นด่านหน้า ใช้รถกันกระสุนของตัวเองบุกฝ่าเข้าไปในสถานีตำรวจ ส่วนดอมและไบรอันขับรถตามเข้าไปขโมยตู้นิรภัย ทั้งสองขับรถลากตู้นิรภัยไปตามถนนในเมืองรีโอเดจาเนโรจนมาถึงกลางสะพาน ดอมตัดสินใจระเบิดสายตะขอของไบรอันออกจากตู้นิรภัย เพื่อให้ไบรอันหนีไปและใช้รถตัวเองกับตู้นิรภัยเป็นอาวุธสู้กับตำรวจและลูกน้องของเรย์เอส หลังจัดการเรย์เอสพร้อมลูกน้องได้ ซีซีที่บาดเจ็บพยายามจะฆ่าดอม แต่ถูกไบรอันที่กลับรถตามมาช่วยทันยิงจนเสียชีวิต จากนั้นฮ็อบส์ที่ตามมายิงเรย์เอสที่ได้รับบาดเจ็บหนักจนเสียชีวิตอีกคน ฮ็อบส์ตัดสินใจไม่จับดอมและไบรอัน แต่ให้เวลา 24 ชั่วโมงเพื่อหลบหนีไปโดยต้องทิ้งตู้นิรภัยไว้ที่นี่ ดอมและไบรอันจึงหนีไป ต่อมาฮ็อบส์พบว่าตู้นิรภัยที่ทั้งสองลากมาเป็นตู้นิรภัยเปล่า ส่วนของจริงถูกสับเปลี่ยนก่อนหน้านี้ ดอมกับไบรอันพอมาสมทบกับเพื่อน ๆ เปิดตู้นิรภัยใบนั้นแล้วนำเงินมาแบ่งเท่ากันทุก ๆ คนรวมถึงวินซ์ที่เสียชีวิตด้วย สุดท้ายเอเลน่าตัดสินใจขอลาออกจากตำรวจ และหันมาคบกับดอมอย่างจริงจัง หลังจากที่เธอสืบที่อยู่ของดอมจนพบ พร้อมกับย้ายไปอยู่กินกับดอมเยี่ยงสามี-ภรรยาอีกด้วย

วันหนึ่งดอมและเอเลนามาเยี่ยมไบรอันและมีอา โดยไบรอันขอท้าดอมแข่งรถเพื่อพิสูจน์ว่าใครเก่งกว่ากัน

ในฉากหลังเครดิต ฮ็อบส์ได้รับไฟล์ข้อมูลเกี่ยวกับการจารกรรมขบวนรถทหารในเบอร์ลิน จากฟูเอนเตส เพื่อนร่วมงานสาว เขาพบภาพของเลตตี โอติซ แฟนเก่าของดอมซึ่งเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว และตอนนี้เธออยู่ร่วมทีมที่จารกรรมขบวนรถทหารนั้น

รีวิวหนังภาคแรก 365 DNI : อีโรติกดราม่า เผ็ดพริกยกสวน 20+

รีวิวหนังภาคแรก 365 DNI : อีโรติกดราม่า เผ็ดพริกยกสวน 20+ ลุ้นภาค2 จะออกเมื่อไหร่

รีวิวหนังใหม่ 365 DNI ที่ร้อนแรงใน Netflix | TrueID In-Trend

ภาพยนตร์เผ็ดร้อนจากโปแลนด์ที่ต้องบอกว่า อีโรติกดราม่า แซบพริกหมดสวนไปเลยจ้ะ ถ้าเป็นกับข้าวก็เครื่องแกงแน่นตั้บ เรื่องนี้สร้างมาจากหนังสือของ Blanka Lipinska นักเขียนสาวสุดแซบวัย 35 ชาวโปแลนด์ ซึ่งออกมาถึง 3 เล่มกันเลยเชียว

เล่าเรื่องราวของ มัสซิโม (michele morrone) มาเฟียกล้ามแน่น เข้ม ดุ กับ เลาร่า (Anna Maria Sieklucka) นักธุรกิจสาวสุดเซ็กซี่ เลาร่านี่เป็นสาวน้อยในฝันของมัสซิโม่ เขาแอบฝันถึง แอบเห็น ปิ๊งหนักหน่วงจนจำฝังใจและอยากได้มาครอบครอง ในที่สุดก็ใช้วิธีแบบมาเฟียคือการลักพาตัวมาอยู่ด้วยซะเลย พร้อมมอบประโยคเด็ดที่ว่า

“ผมจะให้โอกาสคุณตกหลุมรักผมภายใน 365 วัน ผมจะไม่แตะต้องคุณถ้าคุณไม่ยินยอม แต่อย่ามายั่วผมก็แล้วกันเพราะผมอ่อนโยนไม่เป็นหรอกนะ” เข้มมากจ้ะ เข้มทั้งหน้า เข้มทั้งหุ่นและการกระทำ แต่สุดท้ายก็ยั่วกันไปยั่วกันมา จนในที่สุดก็ลงเอย ก็หนังเปิดมาแบบนี้ไม่เสร็จโจรก็ไม่รู้จะว่ายังไง ที่สำคัญไปกว่านั้นคือสองคนตกหลุมรักกันอย่างเมามัน จนถึงขั้นตกลงแต่งงานและจบเรื่องราวความรักแซบ ๆ ฉบับนี้ไปแบบมาเฟีย 365 DNI

รีวิวหนังเรื่อง The King  ของNetflix กับ สงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส

รีวิวหนังเรื่อง The King  ของNetflix กับ สงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส

The King Netflix

The King Netflix ภาพยนตร์ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเชิดชูวีรกรรมของ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 (Henry V) ซึ่งเป็นกษัตริย์อังกฤษผู้เข้าร่วมในสงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส และมีชื่อเสียงมากในบรรดากษัตริย์ของอังกฤษ

The King เป็นผลงาน กำกับ และ เขียนบท โดย David Michôd ซึ่งเข้าใจว่านี่คือผลงานกำกับเต็มตัวเองเรื่องแรก หลังจากเคยทำหน้าที่เป็นคนเขียนบทให้กับผลงานอย่าง Animal Kingdom, The Rover, War Machine (ทั้งหมดสามารถรับชมได้ทาง Netflix)

สำหรับ The King นับว่าเป็นผลงานที่ดัดแปลงและอ้างอิงเนื้อหามาจาก Henry V บทละครเรื่องยิ่งใหญ่ของ วิลเลียม เช็คสเปียร์ กวีชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานอมตะมากมายไว้ให้โลก ไม่ว่าจะเป็น Romeo & Juliet, Hamlet, The Midsummer Night Dream ฯลฯ

เรื่องย่อ

เรื่องราวในหนังจะเริ่มจับเหตุการณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 14-15 ในยุคสมัยที่ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส กำลังทำสงคราม 100 ปี โดยจะบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยยังเป็น เจ้าชาย เฮนรี่ “ฮัล” (รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเม็ต) โอรสองค์โตของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 กษัตริย์แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าชายที่มีอุปนิสัย เสเพล ชอบการดื่มสุรา และผู้หญิง และยังมีความขัดแย้งกับบิดาตนเอง ทำให้ตำแหน่งรัชทายาทไปอยู่กับโธมัสที่เป็นน้องชาย แม้ว่าที่จริงแล้วเจ้าชายเฮนรี่จะเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถ ทั้งในด้านการทำสงครามและทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างจากบิดาตนเอง

สำหรับสถานการณ์ของอังกฤษในเวลานั้น กำลังเผชิญหน้ากับการลุกฮือก่อกบฏภายในจากสก็อตแลนด์และเวลส์ ในขณะที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 ล้มป่วยและสิ้นลง เจ้าชายโธมัสก็เสียชีวิตในสนามรบ ทำให้ เจ้าชายเฮนรี่ ผู้ซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้รับสืบทอดราชบัลลังก์ต่อมาแล้วกลายเป็น พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 เรื่องราวจึงได้เริ่มขึ้น

เรื่องราวในหนังช่วงแรกจะโฟกัสที่ความขัดแย้งภายในของอังกฤษ ซึ่งเฮนรี่ต้องเผชิญตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ เมื่อเขาขึ้นเป็นกษัตริย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาหลายอย่างด้วยมุมมองและวิธีการที่แตกต่างจากบิดาตนเอง

ส่วนในช่วงที่สอง ซึ่งถือว่าเป็นเส้นเรื่องหลักอีกเส้น ก็คือความขัดแย้งกับฝรั่งเศส ซึ่งมีโดแฟ็งแห่งฝรั่งเศส (รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน พระเอกดังจาก ทไวท์ไลท์) เป็นคู่ปรับคนสำคัญ

สำหรับปัญหาของหนังคือ การเล่าเรื่องราวในช่วงนี้ ไม่ได้ปราณีกับคนดูที่ไม่ได้ทราบพื้นหลังภายในอังกฤษเวลานั้นเอาซะเลย แม้ว่าตัวหนังจะมีการเดินเรื่องที่ค่อนข้างกระชับ แต่มันกลายเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ได้ทราบประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นมาบ้าง จะมีปัญหาพอสมควร เพราะเรื่องไม่ได้มีการปูพื้นให้คนดูทราบเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ ในอังกฤษ รวมถึงกับฝรั่งเศสมากนัก

ปัญหาอีกจุดที่เกิดขึ้นคือ การปูเรื่องราวส่วนตัวของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ซึ่งพบว่าตัวหนังไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกเกิดความน่าเชื่อถือนักว่า เจ้าชายหนุ่มจอมเสเพลและปลงโลกจากในช่วงต้นเรื่อง ในเวลาเพียงไม่นาน เขากลับกลายมาเป็นนักการทหาร นักรบ และนักการเมืองชั้นยอดได้ยังไง ซึ่งทั้งหมดนี้กลับใช้เวลาภายในไม่กี่ฉากของหนังเท่านั้น แต่ตรงนี้ก็พอเข้าใจได้ว่า เพราะตัวหนังเองไม่มีเวลาปูเรื่องนี้ตรงนี้มากนัก เนื่องจากความขัดแย้งและสถานการณ์ภายในตัวหนังเองก็มีความซับซ้อน และโดยบริบทของเรื่องเองก็ไม่ได้ให้เวลาตัวละครตั้งหลักมากอยู่แล้ว เมื่อเจ้าชายหนุ่มคนนี้ต้องขึ้นมาเป็นกษัตริย์ปกครองอังกฤษในช่วงเวลาที่ยำแย่ และปัญหามากมายจากสมัยของพระบิดา

นอกจากนี้ ตัวหนังยังมีการดัดแปลงประวัติศาสตร์บางอย่าง ดังนั้นถ้าจะเอาความถูกต้องทางประวัติศาสตร์จากในหนังเรื่องนี้คงทำไม่ได้

มีจุดที่หนังทำออกมาได้ค่อนข้างดิบดี นั่นคือฉากดวลกันระหว่าง เจ้าชายเฮนรี่ กับ ฮอตสเปอร์ ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเรื่อง เป็นฉากการดวลกันระหว่างอัศวินในชุดเกราะเหล็กที่ทำออกมาได้ชวนน่าขบขัน ปนสังเวช ของอัศวินในชุดเกราะสองคนที่ต่อสู้ตะลุมบอนกันในระดับมวยวัด เรียกว่าเทคนิคชั้นเชิงในฐานะนักดาบหรืออัศวินแทบไม่ต้องมีกันเลย แต่ก็ถือว่าเป็นความกล้าของทีมสร้างที่ทำให้ฉากนี้ออกมาดูมีความดิบ และสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งตรงกันข้ามของฉากดวลดาบระหว่างยอดอัศวินในหนังที่ใช้ฉากแนวยุคกลางเรื่องอื่น ๆ ซึ่งฉากสงครามในช่วงท้ายเรื่อง ก็ถือว่าเป็นจุดที่ทำได้ดี ดูหนังออนไลน์

รีวิวซีรีย์ Riverdale – Season 5 ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความคุ้มค่า

รีวิวซีรีย์ Riverdale – Season 5 ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความคุ้มค่า

Riverdale TH ♡ (@RiverdaleTH) | Twitter

Riverdale ซีซั่นล่าสุดซึ่งเป็นละครวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงในเรื่องความคุ้มค่าและพล็อตเรื่องแปลกใหม่และสรุปว่าไม่ทำให้ผิดหวัง

การจับกุมจำนวนมากในโรงเรียนฆาตกรต่อเนื่องการโจมตีของหมีและฟาร์มที่มีการเก็บเกี่ยวอวัยวะเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงเรื่องที่แปลกประหลาดที่ได้รับความนิยมจากหน้าจอของเราตั้งแต่Riverdaleเริ่มในปี 2560 ซึ่งเป็นการแสดงที่เริ่มต้นโดยเกือบจะไร้เดียงสาเมื่อเทียบกับ เรื่องราวต่อมาบางเรื่องกับการตายอย่างลึกลับของ Jason Blossom (Trevor Stines) ตามชีวิตของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆริเวอร์เดลเป็นละครวัยรุ่นที่กำลังจะมาถึงซึ่งเต็มไปด้วยความเสียใจครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์และเพื่อนที่ซื่อสัตย์
“เต็มไปด้วยความเสียใจครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์และเพื่อนที่ซื่อสัตย์”
เวอร์เดลซีซั่นสี่ครอบคลุมพื้นที่มากมาย: เบ็ตตี้ (ลิลี่ไรน์ฮาร์ท) และจั๊กเฮด (โคลสปราส์) เริ่มทำงานสืบสวนให้เอฟบีไอโดยไม่มีคุณสมบัติใด ๆ นอกจาก ‘ยีนฆาตกรต่อเนื่อง’ ที่สร้างขึ้นของเบ็ตตี้; Cheryl (Madelaine Petsch) และ Veronica (Camila Mendes) เริ่มต้นธุรกิจเหล้ารัมทำให้ Hiram (Mark Consuelos) ไม่พอใจ; และอาร์ชี (KJ Apa) พิจารณาเข้าร่วมโรงเรียนนายเรือหลังจากการจากไปอย่างน่าเศร้าของพ่อของเขา หลังจากโครงเรื่องการตายปลอม ๆ ของ Jughead ถูกปิดฉากลงในที่สุดฤดูกาลก็สิ้นสุดลงโดยธรรมชาติทำให้ผู้ชมหมดหวังที่จะค้นหาว่าใครเป็นผู้สร้างวิดีโอเทปที่น่าขนลุกเหล่านั้นซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงพฤติกรรมในเมืองเล็ก ๆ ที่ธรรมดามาก
ตามปกติมีหลายอย่างเกิดขึ้นในสามตอนแรกของซีซั่นใหม่ซึ่งจะกลับมาอย่างเต็มกำลังเต็มไปด้วยตุ๊กตุ่นริเวอร์เดลทั่วไปที่ทำให้การแสดงสนุกสนานไม่รู้จบ การฆาตกรรมวิดีโอเทปที่น่าขนลุกยิ่งกว่าและในที่สุดการสำเร็จการศึกษาล้วนได้รับการสนับสนุนจากเหตุการณ์ในฤดูกาลก่อนโดยผู้ชมสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อใดที่การจูบ Barchie ที่น่าทึ่งจะถูกเปิดเผยต่อคู่ค้าของพวกเขาและสิ่งนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้วิทยาลัยแห่งนั้นอยู่บนขอบฟ้า
นอกเหนือจากการห่อโครงเรื่องเก่า ๆ อย่างรวดเร็วแล้วเรื่องราวที่อาจถูกลากออกไปนานเกินไปเล็กน้อยผู้ชมยังรู้สึกได้ว่าริเวอร์เดลในขณะที่เรารู้ว่ากำลังจะสิ้นสุดลงโดยมีการสรุปพล็อตตัวละครอย่างชัดเจน แต่ละตอนเต็มไปด้วยความรู้สึกคิดถึงและคำอำลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์เมื่อตัวละครถึงจุดสิ้นสุดของช่วงมัธยมปลายโดยตระหนักว่าพวกเขากำลังรับประทานอาหารกลางวันหรือนั่งอยู่ในชั้นเรียนด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งนี้ช่วยให้ผู้เขียนสามารถเปลี่ยนไปสู่อนาคตได้อย่างราบรื่นจากตอนของสัปดาห์หน้าซึ่งแนะนำการกระโดดครั้งใหญ่ในที่สุดก็เปิดโอกาสให้นักแสดงได้เล่นตามอายุจริงของพวกเขาสิ่งนี้จะทำให้ผู้ชมโล่งใจอย่างมากหลังจากดู Cole Sprouse เล่นเป็นตัวละคร เห็นได้ชัดว่าสิบปีที่เป็นจูเนียร์ของเขามานานมาก เราได้เห็นจากใหม่รถพ่วงที่อาร์ชีออกจากการต่อสู้ในสงครามหลังจากล้มเหลวในการจบการศึกษาระดับมัธยมในที่สุดเบ็ตตี้ก็ติดตามรากเหง้าของเธอและกลายเป็นตัวแทนเอฟบีไอจั๊กกลายเป็นนักเขียนและเวโรนิกาแต่งงานกัน แต่แกนหลักทั้งสี่กลับมารวมตัวกันพร้อมกับเพื่อนคนอื่น ๆ เพื่อช่วยริเวอร์เดล ยังวิกฤตอีกครั้ง  Season 5

รีวิวซีรีย์เกาหลี 2021 : Taxi Driver ที่มาแรงแซงทางโค้งตอนนี้ 

รีวิวซีรีย์เกาหลี 2021 : Taxi Driver ที่มาแรงแซงทางโค้งตอนนี้ 

ดูดีไหม ? Taxi Driver (2021) | แท็กซี่ VIP พร้อมปิดบัญชีแค้น

ซีรีส์ที่มาแรงแซงทางโค้งในตอนนี้จะเป็นเรื่องอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจาก Taxi Driver ถึงแม้จะออกอากาศมาเพียง 4 ตอนแต่สามารถเรียกเรตติ้งไปได้มากถึง 15.6%!!!  ซึ่งคิดเทียบจำนวนผู้ชมในเกาหลีใต้ในตอนดังกล่าว จำนวนผู้ชมตอนนี้จึงมีมากถึง 3.117 ล้านคนเลยทีเดียว เรียกได้ว่าซิ่งแรงแซงทางโค้งเรื่องอื่นๆแบบไม่เห็นฝุ่น และเรื่องนี้ยังเป็นการกลับมารับบทนำซีรีส์ในรอบ 3 ปี ของนักแสดงอีเจฮุนอีกด้วย บอกได้คำเดียวว่าปังมากกก งานดีงานพรีเมี่ยม ไม่ดูไม่ได้!

axi Driver เป็นซีรีส์อีกเรื่องในปีนี้ที่สร้างมาจากเว็บตูนที่ชื่อว่า โมบอมเท็กชี (모범택시) ผลงานของนักเขียนคาร์ลอส และนักวาดอีแจจิน เมื่อถูกนำมาเนรมิตให้กลายเป็นซีรีส์สุดมันส์ในล็อตที่ 2 ของไตรมาสนี้ก็ได้นักเขียนบทโอซังโฮ นักเขียนบทสายหนังแอคชั่นเจ้าของผลงาน Codename: Jackal (2012) , Fabricated City (2017) และได้ผู้กำกับอย่าง พัคจุนอู จากซีรีส์เรื่อง Doctor Detective มาร่วมทีมในการรังสรรค์ Taxi Driver ให้ออกมาพรีเมี่ยมที่สุด

เมื่อกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่จริง กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทวงคืนความเป็นคนคืนให้พวกเขาได้ เสียงกรีดร้องและความทุกข์ทรมาณที่ไม่มีใครได้ยิน ความเจ็บปวดที่เดินทางมาถึงจุดสูงสุดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่แล้วแสงสว่างหนึ่งเดียวท่ามกลางชีวิตที่มืดมนก็ได้ปรากฎขึ้น Rainbow taxi company “อย่าตาย แก้แค้นสิ เราจัดการให้เอง” ฮีโร่สายดาร์กจะมาช่วยคุณปิดบัญชีแค้นให้อย่างสาสมเอง!

จางซองชอล (รับบทโดย คิมอึยซอง) ประธานมูลนิธินกสีฟ้าที่คอยช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมรุนแรงที่ถูกทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรมรวมไปถึงดูแลและเยียวยาครอบครัวของเหยื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง เจ้าของบริษัท Rainbow taxi company ที่เบื้องหลังมีบริการพิเศษให้กับลูกค้าอย่างการ ‘รับแก้แค้น’ โดยคนขับแท็กซี่ระดับ VIP คิมโดกี (รับบทโดย อีเจฮุน) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษจู่โจมใต้น้ำ ที่มีความแค้นฝังหุ่นกับพวกคนไร้อารยธรรมเพราะแม่ของเขาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทำให้เขาผันตัวมาเป็นคนขับแท็กซี่ระดับ VIP ดูหนังออนไลน์