นอริชเซ็งโดนตีทดเจ็บแต่โอกาสขึ้นพรีเมียร์สดใส,วัตฟอร์ดเฮ6นัดติด

นอริช

นอริช

นอริช จ่าฝูงออกอาการเซ็งหลังชวดสามแต้มหลังโดนเจ้าถิ่น เปรสตัน ซัดตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้มีเพิ่มแค่หนึ่งคะแนน แต่โอกาสเลื่อนชั้นขึ้นพรีเมียร์ลีกโดยอัตโนมัติค่อนข้างสดใส โดยทิ้งอันดับ 2 วัตฟอร์ด 6 คะแนน หลัง “แตนอาละวาด” ยังเดินหน้าคว้าชัยแม้จะเปิดบ้านแค่เฉือน เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ส 1-0 กระนั้นทำสถิติชนะเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกันนั่งรองจ่าฝูง ในเกมเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

ฟุตบอลแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ
วันศุกร์ที่ 2 เมษายน 2564
เปรสตัน 1 – นอริช 1

สนาม : ดีพเดล สเตเดี้ยม

เปรสันตัน เจ้าถิ่น พาทีมเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวในลีกจาก 5 เกมหลังสุด เกมวันนี้พวกเขาใช้ สกอตต์ ซินแคลร์ เป็นเพลย์เมกเกอร์อยู่หลังคู่หน้าอย่าง เอมิล ริลส์ จาคอปเซ่น กับ เชด อีแวนส์ ทางฝั่ง นอริช จ่าฝูงชปชตอนนี้หยุดสถิติคว้าชัยไว้ที่ 9 นัดหลังล่าสุดทำโดน แบล็คเบิร์น ไล่เจ๊าไป 1-1 เกมนี้พวกเขาใช้ เอมิเลียโน่ บวนเดีย, คีแรน ดาวล์ และ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ เป็นสามแนวรุกทำเกมสนับสนุนหน้าเป้าอย่าง ตีมู ปุ๊กกี้

เริ่มเกมมาเพียงแค่ 11 นาทีแรก เจ้าบ้านก็มีโอาสได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ ซินแคลร์ จ่ายบอลเข้าไปให้ เชด อีแวนส์ วิ่งมายิงด้วยขวาบริเวณกรอบเขตโทษ แต่ทาง ทีม ครูล ยังช่วยเซฟเอาไว้ได้

แต่ในนาที 17 กลายเป็น นอริช ที่มาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 ในจังหวะที่ เคนนี แมคคลีน ปาดบอลกลับมาให้ทาง บวนเดีย จับหนึ่งจังหวะก่อนจะปั่นด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษบอลโค้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

แทงบอลออนไลน์

ผลสแกนออกมาแล้ว!โซลชาอัพเดทอาการเดี้ยงแม็กไกวร์

ข่าวดีหรือข่าวร้าย…

ข่าวดีหรือข่าวร้าย… โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาอัพเดทอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังคนเก่ง หลังจากที่ตัวนักเตะเข้ารับการสแกนเรียบร้อย

ข่าวดีหรือข่าวร้าย...

 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า ตรงข้อเท้าของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีมคนสำคัญ ไม่มีส่วนใดแตกหัก โดยมีแค่เส้นเอ็นได้รับความเสียหายเท่านั้น

แม็กไกวร์ ได้รับบาดเจ็บจากเกมลีกนัดที่ “ปีศาจแดง” บุกไปพลิกสอย แอสตัน วิลล่า 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยตอนแรกเป็นที่หวั่นเกรงกันว่า เจ้าตัวอาจจะต้องปิดเทอมยาวตลอดทั้งฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด โซลชา แจ้งข่าวดีว่า ปราการหลังร่างใหญ่วัย 28 ปี ได้เข้ารับการสแกนเรียบร้อย และไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงอย่างที่คิด แต่ไม่การันตีว่า เจ้าตัวจะฟิตทันช่วยทีมในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่ทัพ “ปีศาจแดง” มีคิวดวลกับ บียาร์เรอัล วันพุธที่ 26 พฤษภาคม หรือไม่

 “เขาเข้ารับการสแกนเรียบร้อย และข่าวดีคือ ตรงข้อเท้าไม่มีอะไรแตกหัก มีแค่เส้นเอ็นได้รับความเสียหายเท่านั้น ซึ่งเราก็หวังที่จะได้เห็นเขาอีกครั้งในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนเกมรอบชิงฯ ยูโรปา ลีก” โซลชา กล่าว ก่อนนำลูกทีมฟาดแข้งกับ เลสเตอร์ ซิตี้ คืนวันอังคารที่ 11 พฤษภาคม

แทงบอลออนไลน์

ครบทุกตำแหน่ง! ท็อป10แข้งที่จะกลายเป็นฟรีเอเยนต์ซัมเมอร์นี้

ช่วงซัมเมอร์นี้

ช่วงซัมเมอร์นี้ มีบรรดาแข้งชื่อดังมากมายที่กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดและเตรียมจะได้ย้ายทีมไปแบบไร้ค่าตัว หากยังไม่จรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไป

ช่วงซัมเมอร์นี้

เวลานี้ บรรดา 5 ลีกใหญ่ในยุโรปกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในการแข่งขันฤดูกาลนี้แล้ว และแน่นอนเมื่อใกล้จบซีซั่นข่าวความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะก็จะมีความเข้มข้นขึ้นตามสถานการณ์ในปัจจุบัน

ในยุคของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นสร้างผลกระทบเรื่องการเงินของหลายๆสโมสรยักษ์ใหญ่ที่อาจไม่สามารถทุ่มค่าตัวนักเตะมหาศาลเหมือนกับในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้แข้งฟรีเอเยนต์กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนในยุคปัจจุบัน

วันนี้เรายก 10 ดาวดังที่สามารถย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ หากยังไม่ต่อสัญญากับทีมออกไป

10.เยโรม บัวเต็ง 

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าปราการหลังจาก บาเยิร์น มิวนิค จะไม่ได้รับการต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด และเตรียมยุติเส้นทางในรัง “เสือใต้” ในรอบ 10 ปี หลังจากพวกเขาเตรียมได้ตัว ดาโยต์ อูปาเมคาโน่ ดาวรุ่งจาก แอร์เบ ไลป์ซิก เข้ามาร่วมทีมในซีซั่นหน้า

อย่างไรก็ดีชื่อของดาวเตะวัย 32 ปี ยังสามารถย้ายไปเล่นกับทีมระดับท็อปได้แบบสบายๆ โดยเจ้าตัวตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหลายทีมในอังกฤษทั้ง อาร์เซน่อล, เชลซี และ สเปอร์ส

9.ฮาคาน ชัลฮาโนกลู 

แม้ว่าดาวเตะชาวตุรกีจะเป็นกำลังสำคัญให้กับ เอซี มิลาน แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ได้บทสรุปในการต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดได้เลย โดยมีรายงานว่า ปัญหาหลักเป็นเพราะค่าเหนื่อยเนื่องจาก มิลาน ที่พร้อมจ่ายให้ที่ราว 3.5 ล้านยูโร (ประมาณ 129.5 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล แต่ ชัลฮาโนกลู ต้องการมากกว่านั้น 2 เท่า

จากผลงานยิง 4 ประตูกับทำอีก 9 แอสซิสต์ ในลีกฤดูกาลนี้ เชื่อได้ว่าน่าจะมีหลายทีมแสดงความสนใจเข้ามาไม่น้อย ซึ่งดาวเตะวัย 26 ปีจะกลายเป็นของฟรีชั้นยอดในช่วงซัมเมอร์นี้เลยทีเดียว

8.ลูคัส บาสเกซ

ดาวเตะสารพัดประโยชน์ถือเป็นแข้งคนโปรดของ ซีเนดีน ซีดาน ที่มักเลือกใช้งานอยู่เสมอ โดยในช่วงหลังเจ้าตัวถูกจับลงมายืนเป็นแบ็กขวาเป็นหลัก หลังจาก ดานี่ การ์บาฆาล มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนยึดตำแหน่งตัวจริงไปเรียบร้อยก่อนจะมีอาการบาดเจ็บไป

เวลานี้ดาวเตะวัย 29 ปี ยังตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “ราชันชุดขาว” ไม่ได้ ท่ามกลางกระแสข่าวกับหลายสโมสร โดยเฉพาะ บาเยิร์น มิวนิค

7.จานลุยจิ ดอนนารุมม่า 

ก่อนหน้าฤดูกาลนี้นายด่านทีมชาติอิตาลีเคยได้รับการคาดหมายว่าจะต่อสัญญาระยะยาวอยู่ในถิ่น ซาน ซิโร่ ต่อไป แต่ถึงตอนนี้ดูเหมือนอนาคตของเขามีความไม่แน่นอนมากขึ้น

ดาวเตะวัย 22 ปี ได้ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่จากสโมสร ซึ่งเชื่อว่าเจ้าตัวต้องการย้ายออกไปหาความท้าทายครั้งใหม่ หลังขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2015 และยังไม่ได้สัมผัสโทรฟี่รายการใหญ่ๆเลย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พิสูจน์ผลงานให้เห็นแล้วว่าเขาเหมาะสมที่จะย้ายไปเล่นให้สโมสรที่ใหญ่กว่านี้เพื่อประสบความสำเร็จในการค้าแข้ง

6.เอดินสัน คาวานี่ 

คาวานี่ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบไร้ค่าตัวเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยที่เซ็นสัญญากันจนถึงช่วงซัมเมอร์นี้พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาได้ 1 ปี ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวจะมีผลได้ก็ต่อเมื่อดาวเตะชาวอุรุกวัยยินยอมที่จะอยู่กับทีมต่อ

ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่ผ่านมา คาวานี่ ทำผลงานได้น่าประทับใจอย่างมากจน แมนฯ ยูไนเต็ด อยากเก็บเขาเอาไว้ใช้งานต่อ แต่มันก็มีข่าวลือมาโดยตลอดว่าดาวเตะวัย 34 ปีกำลังพิจารณาที่จะแยกทางกับทีมหลังจบซีซั่นนี้และกลับไปเล่นในทวีปอเมริกาใต้ โดยที่ โบคา จูเนียร์ส คือทีมที่เขาอยากย้ายไปร่วมงานด้วย

5.จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 

ช่วงที่ผ่านมาดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ตกเนข่าวเชื่อมโยงกับ บาร์เซโลน่า มาโดยตลอด หลังกำลังจะหมดสัญญากับ “หงส์แดง” หลังจบฤดูกาลนี้ และไม่มีวี่แววที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่เลย

แม้ดาวเตะวัย 30 ปี จะเป็นแกนหลักในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ด้วยความที่เจ้าตัวประสบความสำเร็จคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆมาแล้วทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก ทำให้เขาต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ

4.เมมฟิส เดอปาย 

ชื่อของกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์กลับมาเป็นแข้งเนื้อหอมอีกครั้ง หลังจากที่เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับ โอลิมปิก ลียง ในฤดูกาลนี้ และตอนนี้มีหลายสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป แสดงความสนใจอยากได้ ดาวเตะชาวดัตช์ ไปเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

นับตั้งแต่ที่เขาย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มาเล่นให้ ลียง ตั้งแต่ปี 2017 ดาวเตะวัย 27 ปี ก็กระหน่ำไปถึง 75 ประตูจาก 176 เกมทุกรายการ และด้วยฟอร์มที่สุดยอดจึงทำให้ยักษ์ใหญ่ในเวทียุโรปจับจ้องสถานการณ์ของนักเตะแบบไม่กระพริบตา

3.เซร์คิโอ รามอส 

แม้จะเป็นหนึ่งในแข้งคนสำคัญของ เรอัล มาดริด แต่ อนาคตของ รามอส เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากเจรจารายละเอียดในสัญญาฉบับใหม่ไม่ลงตัว ทำให้เขามีโอกาสจะปิดฉากการเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว หลังค้าแข้งมายาวนานกว่า 15ปี

ยิ่งไปกว่านั้นมีรายงานว่า เรอัล มาดริด ได้บรรลุข้อตกลงกับ ดาวิด อลาบา จาก บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทีมได้แล้ว ซึ่งอาจจะกลายเป็นตัวตายตัวแทนของปราการหลังกัปตันทีมรายนี้ก็เป็นได้

2.เซร์คิโอ อเกวโร่ 

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์จะย้ายออกจาก แมนฯ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังค้าแข้งมานานนับทศวรรษ แต่ก็ยังไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าจะไปล่าตาข่ายที่ไหนต่อไป

เวลานี้มีหลายทีมยักษ์ใหญ่ต่างรุมแสดงให้ความสนใจดึงตัวไปร่วมทีม โดยเฉพาะ บาร์เซโลน่า ที่มีรายงานว่าได้ทำการเจรจากับตัวแทนของ  อเกวโ แล้ว เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีม

1.ลิโอเนล เมสซี่ 

มหากาพย์ของ เมสซี่ ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามถึงตอนนี้ว่าเจ้าตัวจะอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่ หลังยังไม่ได้มีการเจรจาต่อสัญญาาฉบับใหม่ออกไป
โดยเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน สตาร์เลือดฟ้าขาวจุดประเด็นร้อนด้วยการยื่นเรื่องขอย้ายทีม และถึงแม้ตอนนั้นจะยังไม่สมหวังแต่อนาคตของเจ้าตัวก็ยังถูกพูดถึงอยู่เรื่อยๆ

อย่างไรก็ตามก็มีข่าวว่า โจน ลาปอร์ต้า ประธานคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า กับ ฮอร์เก้ บิดาของ เมสซี่ มีการคุยเรื่องการต่อสัญญากัน และมันก็เป็นการเจรจากันในทางที่ดี โดยที่รายละเอียดของสัญญานี้นั้นจะทำให้ เมสซี่ ได้เล่นกับ บาร์เซโลน่า ไปอีกเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเปิดทาให้เขาไปเล่นให้ทีมในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) เพื่อปิดฉากอาชีพการค้าแข้งกับที่นั่น

แต่หากสุดท้ายไม่เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็กลายเป็นสองตัวเต็งที่จะได้ตัว เมสซี่ ไปล่าตาข่าย

แทงบอลออนไลน์

รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด : ขอเกิดใหม่ในเมืองเบียร์

ย้อนกลับไปครั้งหนึ่ง

ย้อนกลับไปครั้งหนึ่ง หากคุณขอให้บอกรายชื่อนักฟุตบอลดาวรุ่งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์คนต่อไปของอังกฤษ ในจำนวนนั้นจะต้องมีชื่อของ รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด อย่างแน่นอน

    มันน่าตื่นเต้น เมื่อเด็กน้อยวัยเพียง 16 ปี ได้ประเดิมเกมพรีเมียรืลีก ให้ เวสต์แฮม ในนัดเจอกับ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2015 ซึ่งเขาแทบจะเก็บ เมซุต โอซิล ใส่กระเป๋า และในไม่ช้าการเปรียบเทียบก็เริ่มต้นขึ้น

อ็อกซ์ฟอร์ด ถูกยกย่องว่าจะเป็น ริโอ เฟอร์ดินานด์ คนต่อไป ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง โดยเขาสามารถขยับขึ้นมาเล่นในบทบาทของมิดฟิลด์ก็ยังได้ ในขณะที่เขาก้าวพ้นขึ้นมาจากทีมอะคาเดมี่ของ ขุนค้อน

ย้อนกลับไปครั้งหนึ่ง

แน่นอน สิ่งนั้นอาจเป็นเรื่องดี แต่มันก็สร้างความกดดัน และหน้าที่อันหนักอึ้งให้กับตัวเขาเช่นกัน

6 ปีต่อมา ตอนนี้เขาอายุ 22 ปี อ็อกซ์ฟอร์ด พยายามที่จะช่วยให้ เอาก์สบวร์ก อยู่รอดปลอดภัยในบุนเดสลีกา หลังจากได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 8 นัด และการถูกปล่อยให้ เร้ดดิ้ง, มึนเช่นกลัดบัค และ เอาก์สบวร์ก ยืมตัว เวสต์แฮม ก็ขายขาด อ็อกซ์ฟอร์ด ไปให้กับสโมสรเยอรมันในราคาเพียงแค่ 3 ล้านปอนด์เท่านั้น

อ็อกซ์ฟอร์ด เชื่อว่าเขาจะได้รับโอกาสที่ดีกว่าในการไปเล่นต่างแดน แต่เขาก็ยอมรับเช่นกันว่าเขาพบว่ามันยากสำหรับการได้ยินคำยกยอ และเม็ดเงินที่เข้ามาพร้อมๆ กัน โดย อ็อกซ์ฟอร์ด ได้เซ็นสัญญามูลค่า 20,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หลังจากฉลองวันเกิดอายุครบ 18 ปี

“ผู้คนเชื่อมั่นว่าผมจะเป็น ริโอ เฟอร์ดินานด์ คนต่อไป” อ็อกซ์ฟอร์ด กล่าว

“มันผลักดันผมได้นิดหน่อยนะ แต่ในทางกลับกันมันก็เหมือนการแบกความกดดันไว้บนบ่า มันเป็นวิธีที่คุณต้องหาทางจัดการกับมัน”

“ผมรู้สึกว่ามันอาจเป็นเวลานับปีนะที่ผมไม่ได้จัดการกับทุกอย่างได้ดีนัก และนั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกย้ายมาเยอรมันเพื่อมุ่งหน้าแบบเส้นตรง และพยายามโฟกัสกับมันให้มากขึ้นอีก”

“มีความกดดันมากมายที่อังกฤษเกี่ยวกับนักเตะอายุน้อย มีเงินจำนวนมากรอบตัวในวงการฟุตบอลอังกฤษ บางครั้งมันก็เป็นเรื่องยากสำหรับผู้เล่นดาวรุ่งที่ต้องไปอยู่ตรงนั้น และรับมือกับสื่อทั้งหมด กับเยอรมันนั้นแตกต่างออกไปมาก พวกเขาไม่ได้โยนความกดดันใส่คุณมากนัก ผมรู้สึกว่านี่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผม”

เมื่อคุณได้เห็นว่า ดีแคลน ไรซ์ พัฒนา และเติบโตที่ เวสต์แฮม ยังไง คุณคงสงสัยว่าทำไม อ็อกซ์ฟอร์ด ถึงไม่เป็นแบบเดียวกัน แหล่งข่าวจากสโมสรรู้สึกว่าในขณะที่ อ็อกซ์ฟอร์ด มีพรสวรรค์ที่เหนือกว่า ไรซ์ เองกลับทำได้ดีกว่าในเรื่องของการประยุกต์ทุกอย่างเพื่อนำมาใช้ เขาเป็นคนที่พร้อมจะรับฟังโค้ช และนักเตะว่าเขาจะปรับปรุงอย่างไรได้บ้าง

อ็อกซ์ฟอร์ด ซื่อสัตย์พอที่จะยอมรับว่าเขาจัดการกับมันได้ไม่ดีนัก แต่ตอนนี้เขาก็เพิ่งจะอายุแค่ 22 ปี และเขาก็มีวุฒิภาวะมากขึ้น

“ผมพัฒนาขึ้นมาในฐานะคนๆ หนึ่ง ใครๆ ก็บอกว่าผมโตแล้ว”

คุณมักจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อคุณทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลังเพื่อย้ายไปยังต่างแดน โดยไม่เข้าใจภาษานั้น เขาสามารถเข้าใจทุกอย่างได้แล้ว เขาไม่ได้พบเจอครอบครัวของเขามานาน 8 เดือน เนื่องจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่เมื่อต้องตัดสินใจไปยังต่างแดนแล้ว เขาก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร

“ผมไม่เสียใจเลย ผมมีความสุขกับ เวสต์แฮม ด้วย พวกเขามีฤดูกาลที่น่าเหลือเชื่อ มันก็แค่เวลาเท่านั้น”

“นักเตะจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะไม่ก้าวหน้าอีกต่อไปในทีม ผมจะไม่ฝืนเดินผ่าน หรือก่อปัญหา แต่ผมรู้สึกว่าตัวเลือกที่ดีที่สุดของผมก็คือการย้ายไปที่อื่น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในอาชีพของผม สโมสรช่วยผมอย่างมาก ผมรู้สึกว่าไม่มีทางเดินสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว”

“ผมจะไม่บอกว่ามันเป็นเพราะว่าผมขึ้นมาเร็วเกินไป ผมทำทุกอย่างได้ถูกต้องตั้งแต่อายุยังน้อย ผมเป็นกัปตันทีมที่สองของ เวสต์แฮม ตอนอายุ 15 ปี”

“มีสิ่งเล็กน้อยที่ผู้คนลืมไป คุณทำผิดพลาดกับทุกสิ่งที่นักเตะอายุแบบคุณทำอยู่ ตัวอย่างเช่นทีมชุดใหญ่ไม่ได้สร้างโปรแกรมยิมแบบที่เหมาะสมกับคุณ ผมได้รับบาดเจ็บอยู่บ้างที่นี่ เพราะผมซ้อมกับทีม กล้ามเนื้อของผมยังไม่พร้อม”

“บางครั้ง คุณต้องย้อนกลับไปดูว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ผมรู้สึกเหมือนว่าได้ย้อนกลับไป”

“ผมต้องทำงานหนักแทนที่จะพึ่งพาความสามารถของผมเอง ผมรู้สึกว่าตอนนี้กำลังทำอยู่ ทำงานให้หนัก และเชื่อมั่นในความสามารถของผมในการเป็นนักเตะชั้นนำ”

อ็อกซ์ฟอร์ด เป็นหนึ่งในดาวรุ่งอังกฤษที่กำลังเติบโตในเยอรมัน เจดอน ซานโช่ และ จู๊ด เบลลิงแฮม กลายเป็นดาวเด่นในบุนเดสลีกา ตอนนี้พวกเขาสองคนมีพรสวรรค์ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในยุโรป

อ็อกซ์ฟอร์ด ไม่สนใจหรอกว่าเขาจะมองเห็นอนาคตตัวเองในอังกฤษอีกครั้งหรือไม่ เขากำลังโฟกัสไปยัง เอาก์สบวร์ก เท่านั้น เป้าหมายใหญ่ของเขาก็คือทำให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษมองเห็นบ้าง

   “นั่นคือสเต็ปต่อไป ผมพยายามที่จะหาโอกาสลงสนามที่นี่ และหวังว่าผมจะสามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ และได้รับโอกาส นั่นแหละสเต็ปต่อไป” แทงบอลออนไลน์

“10 สุดยอดแบ็คซ้ายจอมแบก” บนดาวเคราะห์ที่เรียกว่าโลกในปี 2021

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องเก่งรอบด้าน และรวมถึงอาจจะต้องแบกทีมให้ได้ เหมือนอย่าง10นักเตะในลิสต์นี้ทำ และสุดยอดแบ็คซ้ายเหล่านี้คือคำตอบของเรื่องดังกล่าว

ตำแหน่งแบ็คซ้ายเคยเป็นเหมือนตำแหน่งลูกเมียน้อยมาก่อนในอดีตสำหรับเกมฟุตบอล แม้จะไม่มีคนเล่นบอลเท้าซ้ายอยู่ในทีมก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เหมือนเป็นตำแหน่งที่เหลือเผื่อไว้ให้สำหรับนักเตะที่ไม่มีตำแหน่งจะลงในทีมเท่านั้นในอดีต

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ระบบการเล่นของฟุตบอลพัฒนาขึ้น และตำแหน่งฟูลแบ็คก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ถูกลืมอีกต่อไป แต่กลับตรงกันข้าม นักเตะที่เรากำลังจะนำเสนอเหล่านี้ หลายๆคนเป็นถึงระดับ “ตัวแบก” ในสโมสร และทีมชาติของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่นักเตะตัวรับอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นตัวรุก ตัวสร้างสรรค์เกม ตัวทำสกอร์ ตัวเล่นเซ็ตพีซ และ”เป็นทุกอย่าง” จริงๆเหมือนที่วงRoom39เคยกล่าวเอาไว้

ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลา นี่คือสิบสุดยอดแบ็คซ้ายบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินในช่วงปี2021 แบบไม่เรียงลำดับความเก่ง เพราะมันเป็นเรื่องที่แล้วแต่มุมมองของคนอ่านล้วนๆว่าจะพิจารณายังไง และขึ้นอยู่กับฟอร์มช่วงนั้นๆด้วย

แต่ลิสต์นี้ก็การันตีฝีเท้าได้ค่อนข้างตรงกับความเป็นจริงแล้วในวงการฟุตบอลปัจจุบัน

10. Ben Chilwell (Chelsea)

โชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับเลสเตอร์ซิตี้ในช่วงโควิดระบาดหนักๆฤดูกาล 2019/20 และเป็นที่จับตามองทันทีเมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ดจ่ายเงิน 45ล้านปอนด์สอยเขามาเมื่อเดือนสิงหาคมที่แล้ว

เบน ชิลเวลล์มีทุกอย่างที่ฟูลแบ็คสมัยใหม่จะต้องมี ทั้งความเร็ว ความอึด ความเยือกเย็น ความแม่นยำในการขับเคลื่อนบอล และความฉลาดในเกมรับ ด้วยวัย24ปียังเหลือเวลาอีกเยอะมากๆให้ชิลเวลล์พัฒนาตัวเองไปได้ไกลกว่านี้ในฐานะแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดคนนึง กับสถิติ 3ประตู กับ7แอสซิสต์กับเชลซีในฤดูกาลแรกกับสแตมฟอร์ดบริดจ์ถือว่าอลังการมากแล้ว และก็เป็นหลักฐานอย่างดีถึงทักษะในเกมรุก แต่บอสคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอย่างโทมัส ทูเคิลก็ยังต้องการที่จะเห็นการปรับปรุงพัฒนาเรื่องทักษะในเกมรับต่างๆของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

9. Lucas Digne (Everton)

ไม่ว่าเอฟเวอร์ตันจะเล่นในระดับแบ็คโฟร์ หรือระบบหลังสาม แต่นายใหญ่อย่างคาร์โล อันเชล็อตติก็คาดหวังฟอร์มการเล่นระดับท็อปคลาสจากแบ็คซ้ายอย่างดีญมากขึ้น ซึ่งดาวเตะฝรั่งเศสรายนี้ขึ้นมาเป็นผู้นำในถิ่นกูดิสันปาร์ค และรับผิดชอบการขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายให้กับพวกเขา ซึ่งการทำ 7แอสซิสต์ เป็นหลักฐานการมีส่วนร่วมในเกมรุกของเขาให้กับทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินซีซั่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายแถวหน้าของโลกที่เด่นในด้านการเน้นเกมรับเพียวๆอีกด้วย

เมื่อใดก็ตามที่ตัวรุกคู่แข่งเห็นเขายืนจังก้าประจำตำแหน่งอยู่ มันจะต้องเป็นเกมที่ยากอย่างแน่นอน

ดีญยังเป็นตัวยืนหลักในฝั่งซ้ายของแผงแบ็คโฟร์ฝรั่งเศสช่วงซัมเมอร์นี้ ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บมาเมื่อสามปีก่อนในช่วงฟุตบอลโลกจึงไม่มีโอกาสได้ลงสนาม

ถึงคราวออกอัลบั้ม “ได้เวลาดีญ” และเป็นช่วงเวลาพิสูจน์ฝีเท้าของเขาแล้ว

8. Jordi Alba (Barcelona)

ครั้งหนึ่งเคยเป็นเต้ยของแบ็คซ้ายในยุโรป แต่ความฮอตของอัลบาก็ดูเหมือนจะดรอปๆลงเล็กน้อยในซีซั่นที่ผ่านมา แต่ในความจริงแล้วมันมีผลมาจากการดรอปลงของทีมมหาอำนาจในยุโรปอย่างบาร์เซโลน่าด้วยที่ดูจะชัดเจนกว่าที่จะเป็นการตกลงมาของฝีเท้าส่วนตัวฆอร์ดี้ อัลบาอย่างเดียว

แบ็คซ้ายสแปนิชยังคงมีส่วนผสมของสปีด สมาธิความเยือกเย็น การเล่นในจังหวะสุดท้าย และฝีเท้าสุดจี๊ด ด้วยผลงาน 5ประตู 15แอสซิสต์ในทุกรายการ เขามีส่วนสำคัญในเกมการเล่นของบาร์ซ่าอย่างมากในการลุ้นแชมป์ และหวังว่าจะได้ชูถ้วยในบ้านตัวเองสำหรับบอลยุโรปช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ในฐานะแบ็คตัวจริงทีมชาติสเปน

ในวัย32ปีของเขาน่าจะเป็นช่วงพีคสุดท้ายในด้านความเร็วแล้ว แต่ทักษะด้านเทคนิคจะยังคงอยู่กับคลาสการเล่นต่อไป ดังนั้นอัลบาน่าจะยังคงอยู่ในระดับท็อปๆของแบ็คซ้ายไปได้อีกหลายปีทีเดียว ซึ่งก็แค่ใช้ร่างกายน้องลง ใช้ชั้นเชิงมากขึ้นเท่านั้น

ทรงแบบนี้แหละที่จะกลายเป็นแบ็คซ้ายจอมเก๋าในอนาคตได้

7. Kieran Tierney (Arsenal)

แบ็คซ้ายเลือดสก็อตต์พิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะระดับท็อปคลาสเพียงไม่กี่คนที่ยังคงโชว์ผลงานอยู่กับอาร์เซนอลในซีซั่นนี้ ซึ่งเดอะกันเนอร์สมีนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์ขึ้นมาเยอะมากๆ แต่ก็มีจำนวนมากที่ล้มเหลว แต่สำหรับเทียร์นี่ถือเป็นข้อยกเว้นเหล่านั้นที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่น พลังใจที่เหนียวแน่น และคุณภาพของนักเตะชั้นยอดระดับแนวหน้า

ดาวเตะวัย23ปีแสดงให้เห็นถึงความเดือดทั้งยามเล่นกับบอล และยามที่ไม่มีบอล ด้วยการเข้าเล่นงานปีกของคู่แข่งในตอนที่เล่นเกมรับ และเติมขึ้นหน้าสุดซอยในยามที่ทีมเป็นฝ่ายครองบอลบุก

หากว่าอาร์เซนอลยังไม่มีแชมป์ให้กับอดีตดาวเตะเซลติกรายนี้ได้สัมผัสกับชัยชนะบ้างในภายหน้า ก็อาจจะเป็นการยากที่รั้งเขาไว้ให้อยู่กับทีมไปตลอดรอดฝั่งได้

ส่วนในทีมชาตินั้นน่าเสียดายว่า สก็อตแลนด์มีแบ็คซ้ายระดับท็อปของโลกถึงสองคนซ้ำตำแหน่งเดียวกันสำหรับเทียร์นี่ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆว่าสก็อตแลนด์จะจัดการใช้งานนักเตะสองคนนี้ให้ได้ยังไงบ้าง

6. Raphael Guerreiro (Borussia Dortmund)

นักเตะทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ติดในลิสต์นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ ตอนที่ทีมชาติของเขาคว้าแชมป์ยุโรปเมื่อห้าปีที่แล้ว (UEFA Team of the Tournament) ด้วยวัยตอนนั้นเพียงแค่22ปีเท่านั้นเอง และเขากำลังพยายามที่จะทำให้ได้แบบนั้นอีกครั้งในทัวร์นาเมนต์บอลยุโรปช่วงซัมเมอร์นี้

ราฟาเอล เกร์เรโร ย้ายมาร่วมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในตลาดซัมเมอร์ปี2016 และขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะฝีเท้าโดดเด่นของทีมเสือเหลืองที่มีฟอร์มการเล่นที่แน่นอนและน่ากลัวคนนึง ซึ่งแบ็คซ้ายน้อยคนที่จะมีสเต็ปฝีเท้ายอดเยี่ยมซึ่งมาพร้อมกับสัมผัสบอลแรกอันสุดยอด รวมถึงจบสกอร์ได้ด้วยเช่นนี้ในบุนเดสลีกา ในขณะที่ทาง Jude Bellingham ก็กล่าวว่า เกร์เรโร่คือนักเตะที่ทำให้เขาประทับใจที่สุดมากกว่าใครๆนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงปีที่ผ่านมา

5ประตูกับอีก9แอสซิสต์สำหรับเสือเหลืองในทุกรายการ คือผลงานที่สุดยอดมากสำหรับผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็ค และดอร์ทมุนด์ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสัญญากับเขาไปอีกยาวๆแน่นอน ซึ่งสัญญาปัจจุบันจะหมดลงในช่วงปี2023

5. Ferland Mendy (Real Madrid)

การต้องถูกคาดหวังกับมาตรฐานในการตามรอยเท้าของนักเตะระดับมาร์เซโล่นั้น ไม่มีใครบนโลกนี้อยากจะเจอการเปรียบเทียบแบบนั้นแน่ๆแต่Ferland Mendy แสดงให้เห็นว่าเขาจะเป็นผู้นำยุคใหม่ของเรอัลมาดริดต่อไป ซึ่งแม้เจ้าตัวอาจจะไม่ได้มีช็อตมหัศจรรย์เหมือนเจ้าของตำแหน่งคนเก่า แต่เขามีเกมรับที่ชาญฉลาดสุดๆและมีความแข็งแกร่งสายกายภาพอย่างสุดยอดโคตร

เมนดี้นั้นจี๊ดมากและเร็ว เล่นกับฟุตบอลคล่องแคล่ว และอ่านเกมได้ดีเยี่ยม เขาผนึกกำลังกันช่วยงานกับจอมเทพจากบราซิลเลียนอย่างมาร์เซโล่ผู้ซึ่งก็ยังคงเป็นฟูลแบ็คระดับท็อปของโลกเช่นกัน และเมนดี้ก็สามารถเกิดขึ้นมาได้ในขณะที่มาร์เซโล่ก็ยังคงอยู่ในทีมเหมือนเดิม

เมนดี้ยังต้องอัพเกรดเกมรุกของตัวเองด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านลูกครอส แต่ถึงกระนั้นบนโลกนี้ก็เหลือแบ็คที่ดีกว่าเขาเพียงแค่ไม่กี่รายอยู่ดี และซัดไปแล้วสองประตูให้กับเรอัลมาดริดในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น37นัด และส่วนใหญ่เป็นแบ็คตัวจริงของมาดริดแทบทุกเกม น่าจะพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงคลาสของเขาฃ

4. Theo Hernandez (AC Milan)

นี่คือแบ็คซ้ายที่โดดเด่นสุดๆในเซเรียอาปีนี้ สำหรับเตโอ เอร์นานเดซ งานดีๆจากเอซีมิลานที่ระเบิดไปแล้ว6ประตู กับ7แอสซิสต์รัวๆให้ปีศาจแดงดำ โดยที่มีจุดเด่นในด้านการเลี้ยงไปกับบอลที่ดูจะเป็นหนึ่งในตองอูคนนึงด้านการเลี้ยงบอลในลิสต์บทความนี้ ซึ่งแบ็คซ้ายชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งเกิดจากบ้านเกิดมาร์กเซย์รายนี้ มีการครองบอลและไปกับบอลที่ดูเพลินตามาก แถมยังช่วยoverloadเติมเกมรุกเข้าไปใส่แนวรับคู่แข่งได้อีกด้วย

ภาคการจ่ายบอลและความนิ่งในการเล่นนั้นแทบจะไม่มีใครเทียบได้ในหมู่กองหลังเซเรียอา ถึงแม้ว่ายังต้องปรับเรื่องลูกครอส แต่ด้วยวัยแค่23 เอร์นานเดซยังไม่เคยติดทีมชาติฝรั่งเศสเลยด้วยซ้ำซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า squad depth ในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้บัญชาของดิดิเย่ร์ เดชองส์นั้น มีคุณภาพเชิงลึกที่ลึกมากเพียงใด

เขามีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้าบนเส้นทางการเป็นสุดยอดแบ็คซ้ายอีกคนนึงแน่นอน3. Andrew Robertson (Liverpool)

เป็นฤดูกาลที่ยากลำบากสำหรับกองหลังลิเวอร์พูล แต่แอนดี้ โรเบิร์ตสันนั้นก็ยังคงเป็นป้อมปราการอันมั่นคงเพียง “หนึ่งเดียว” ที่หาได้ยากเหลือเกินในแนวรับลิเวอร์พูลปีนี้

น้ามูเอ่ยว่า เพียงแค่นั่งดูเจ้าหมอนี่เล่น เขาก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้ว และความขยันของwork rateตรงนี้ช่วยให้ลิเวอร์พูลทำอันดับขยับขึ้นมาเบียดได้บ้างในช่วงหลายวีคที่ผ่านมา ดังนั้นคุณจะสามารถคาดหวังความทุ่มเท100%จากอดีตนักเตะฮัลล์ซิตี้รายนี้ได้อย่างแน่นอน ในฐานะผู้นำอีกคนของทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติของตัวเขาเอง

กัปตันสก็อตแลนด์รายนี้อาจจะเป็นนักเตะอีกคนนึงที่จ่ายบอลได้ดีที่สุดในลิสต์ ลูกครอสแม้จะเปิดในจังหวะที่วิ่งเต็มสปีดก็แทบจะไม่หลุดจากเป้าหมายมากนัก จนทำให้เขาคืออีกหนึ่งกลจักรสำคัญของเกมรุกลิเวอร์พูล

เขาทั้งเร็ว เหนียวแน่น จ่ายบอลดี และตะโกนสั่งการแนวรับให้เพื่อน กับ1ประตู และ5แอสซิสต์ปีนี้ในวัย27ปีแสดงให้เห็นถึงผลงานที่ยอดเยี่ยมตามปกติมาตรฐานของเจ้าตัว แต่นอกจากนี้มันยังน่าประทับใจมากๆหากพิจารณาสถานการณ์ของทีมอย่างที่เห็น

หากว่าสก็อตแลนด์จะมีโอกาสในการผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ในยูโรครั้งนี้ พวกเขาคงจะต้องพึ่งพาperformanceจากแบ็คซ้ายตัวกลั่นรายนี้อย่างมากแน่นอน

2. Luke Shaw (Manchester United)

หากเป็นเมื่อปีก่อนคงจะมีน้อยคนนักที่ใส่ชื่อของ ลุค ชอว์ เอาไว้ในลิสต์สุดยอดแบ็คซ้ายแนวหน้า แต่ตอนนี้มันกลับตาลปัตรแล้ว เพราะใครที่ไม่ใส่ชื่อลุค ชอว์มาต่างหากที่จะดูประหลาดไปเลยที่ไม่ใส่เขาติดมา

ชอว์เล่นได้ในระดับปรากฏการณ์(ที่เหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่)สำหรับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดซีซั่นนี้ ความอดทนในเกมรับ และคุกคามใส่คู่แข่งในเกมรุกสูงมากๆจากพื้นที่final thirdซึ่งเป็นที่ทำการของปีกซ้ายซะด้วยซ้ำ ผลงาน 1ประตู 6แอสซิสต์ในทุกๆรายการทำให้ยูไนเต็ดก้าวขึ้นมาท้าชิงพรีเมียร์ลีกได้อย่างแข็งแกร่งในอันดับที่สองของปีศาจแดง

ดูเหมือนจะถูกแส้แห่งโจเซ่เฆี่ยนตีเอาซะหลังลายในยุคของกุนซือรายนี้ แต่เขาเรียกความมั่นใจกลับมาได้นับตั้งแต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามากุมบังเหียนทีมต่อในปี2018

แทนที่ต้องกังวลว่าอาจจะต้องเสียตำแหน่งต่อแบ็คซ้ายรายใหม่ที่เข้ามาในทีมปีนี้อย่าง Alex Telles เขากลับได้รับความท้าทายเพิ่มมากขึ้นจนเรียกฟอร์มเก่งมาได้จนดูท่าทางจะเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงแน่ๆแล้วสำหรับทีมชาติอังกฤษที่จะลุยบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปีนี้ มันจึงเป็นการคัมแบ็คที่โคตรไม่น่าเชื่อของนักเตะที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมาเยอะมากๆ ในขณะที่เขาเพิ่งจะอายุ “25” เท่านั้นเอง

1. Alphonso Davies (Bayern Munich)

ฉายาสิงห์เจ้าถนน “Roadrunner” จากเพื่อนๆร่วมทีมนั้น อัลฟองโซ่ เดวีสทำลายสถิติสปรินท์ด้วยความเร็วสูงสุดจนเละเทะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยทำสถิติไป 36.51 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (22.6 ไมล์ต่อชั่วโมง) ดาวเตะแคเนเดียนรายนี้รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ดีไม่ดีอาจจะเร็วที่สุดในโลกฟุตบอลยุคนี้เลยด้วยซ้ำ

แตเขามีดีกว่าสปีดนรกแตกอันนี้เยอะ

ด้วยความเป็นปีกธรรมชาติในตัว เดวีสสามารถเล่นในบทบาทเกมรุกได้ด้วยในทีมชาติ เขาบุกจู่โจมได้อย่างอันตรายในแดนหน้า โดยที่การเคลื่อนที่และการเลี้ยงบอลของเจ้าตัวนั้นพูดได้เลยว่าอยู่ในระดับเวิร์ลด์คลาสจริงๆ ใครที่เคยเห็นความนรกตรงนี้ของอัลฟองโซ่ เดวีสก็คงจะรู้ดี และมันมักจะทำให้กองหลังคู่แข่งประสาทแดกทุกครั้งเวลาที่เขาเติมเกมรุกมาเล่นร่วมกับเลอรอย ซาเน่ ในฝั่งซ้ายของบาเยิร์นมิวนิค ซึ่งทำให้ซาเน่สามารถตัดเข้าไปป่วนด้านในกรอบเขตโทษได้อิสระมาก

นอกจากนี้เดวีสยังเป็นสุดยอดแนวรับอีกด้วย ซึ่งความสามารถในการดวลตัวต่อตัวของเขานั้น น้อยครั้งมากจริงๆที่จะเห็นคู่แข่งผ่านพี่แกไปได้ และไอ้การโดนผ่านไปได้แบบ “น้อยครั้ง” ที่ว่านั้น สปีดของเดวีสก็สูงพอจะวิ่งตามไปแย่งบอลกลับมาได้อีกสบายๆ เป็นสิ่งที่เรียกว่า “เลี้ยงผ่านก็ไม่เหมือนเลี้ยงผ่าน”

Getsunova คงอยากจะตั้งชื่อเพลงแบบนี้ ที่สรุปแล้วก็คือ ไม่มีใครหน้าไหนชนะการดวลกับหมอนี่ได้จริงๆเลยสักคน

การทำSextupleที่คว้า”6แชมป์” เมื่อปี2020 จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยหากว่าไม่มีเดวีสอยู่ในทีม แม้การเล่นในพื้นที่สุดท้ายจะยังต้องปรับปรุงอยู่ กับสถิติ 1ประตุ 3แอสซิสต์ในปีนี้ แต่เจ้าหนูที่วัยเพียง20ปี ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือมากๆในการที่จะเก่งยิ่งๆขึ้นไปกว่านี้อีก ทั้งๆที่ตอนนี้ก็เป็นที่สุดของที่สุดในตำแหน่งของตัวเองไปแล้ว แทงบอลออนไลน์

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 เป็นปีที่มีการเพิ่มสถิติสองอย่างให้ยืดออกไปอีก

หนึ่งคือผู้จัดการทีมที่คุมสโมสรในพรีเมียร์ลีกมากทีมที่สุด นั่นคือ แซม อัลลาร์ไดซ์ จากที่ครองสถิติ 7 ทีมเอาไว้อยู่แล้ว ซีซั่นนี้ก็เพิ่ม เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เข้าไปเป็นทีมที่ 8 ทิ้งอันดับสอง มาร์ค ฮิวจ์ส ที่คุมไป 6 ทีม

และสองคือผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าไม่ใช่ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่เป็นเจ้าของสถิติคุมทีมในเกมพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 828 เกม หรือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานแห่งพรีเมียร์ลีกที่คุมไป 810 เกม
หรือแม้แต่ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ที่ตอนนี้อายุอานาม 74 ปีแล้ว แต่ก็รีไทร์ไปตั้งแต่ปี 2017
แล้วใครกันที่กลายเป็นคูณปู่หรือคุณทวดแห่งพรีเมียร์ลีก นี่คือ 5 อันดับแรกเจ้าของสถิติผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก
5. กุส ฮิดดิ้งค์ 69 ปี, 189 วัน
เชลซี เคยดึงตัว ฮิดดิ้งค์ มาคุมทีมชั่วคราวครั้งแรกในปี 2009 แทนที่ ลุยซ์ เฟลีเป้ สโกลารี่ ที่โดนไล่ออกในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการคุมทีมสั้นๆ จนจบฤดูกาล ควบคู่ไปกับงานคุมทีมชาติรัสเซียที่ยังคงมีสัญญากับสหพันธ์ฯ อยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ โรมัน อบราโมวิช
ซีซั่นนั้น ฮิดดิ้งค์ มีแชมป์เอฟเอคัพ ติดไม้ติดมือกับ เชลซี
และหลังจากปลด โชเซ่ มูรินโญ่ รอบสองในเดือนธันวาคมปี 2015 ฮิดดิ้งค์ ก็ถูกร้องขอจาก อบราโมวิช ให้มาช่วยทีมอีกครั้งในบทบาทเดิม รักษาการณ์ผู้จัดการทีม แบกทีมจากอันดับ 16 ขึ้นมาจบฤดูกาล 2015-16 ในอันดับ 10 ได้อย่างภาคภูมิ และจบวันสุดท้ายที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่อายุ 69 ปี 189 วัน
4. นีล วอร์น็อค 70 ปี, 83 วัน
เรื่องการพาทีมเลื่อนชั้น และลุ้นหนีตกชั้น ชื่อของ นีล วอร์น็อค ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร และยังเป็นเจ้าของสถิติผู้จัดการทีมคนแรกที่พาทีมเลื่อนชั้นในฟุตบอลลีกอาชีพของอังกฤษมากถึง 8 ครั้ง
ฤดูกาลสุดท้ายที่ วอร์น็อค คุมทีมในพรีเมียร์ลีกคือการคุม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ซีซั่น 2018-19 น่าเสียดายที่แม้ไม่สามารถพาทีมอยู่รอดในปีแรก แต่ชื่อของ วอร์น็อค ก็ครองอันดับ 4 สถิติคุมทีมพรีเมียร์ลีกอายุมากสุดที่ 70 ปี 83 วัน
3. เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 71 ปี, 139 วัน
เฟอร์กูสัน ตำนานแห่งพรีเมียร์ลีก เคยครองสถิติต่างๆ เอาไว้มากมาย อาทิ คุมทีมในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 21 ฤดูกาล, คุมทีมในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 810 เกม แต่สุดท้ายตัวเลขพวกนี้ก็ถูกทำลายโดย อาร์แซน เวนเกอร์ ทั้งสิ้น
แต่สถิติหนึ่งที่ยากจะหาใครทำลาย นั่นก็คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากถึง 13 สมัย ทิ้งห่าง อาร์แซน เวนเกอร์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ตามมาห่างๆ 3 สมัยแบบไม่เห็นฝุ่น
อย่างไรก็ตาม เฟอร์กี้ ไม่อาจไปถึงสถิติผู้จัดการทีมที่อายุมากสุด แม้มีการเลื่อนรีไทร์ออกมาจนจบฤดูกาล 2012-13 ซึ่งวันสุดท้ายที่ได้ชูโทรฟี่พรีเมียร์ลีก คือวันที่กุนซือชาวสกอตต์อายุ 71 ปี 139 วัน
2. เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน 71 ปี, 192 วัน
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คือสโมสรสุดท้ายในการคุมทีมของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ตำนานผู้ล่วงลับ หลังจากเข้ามาคุมทีมในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค ในปี 1999 และสิ้นสุดเกมสุดท้ายในเดือนสิงหาคมปี 2004 เพราะผลงานในช่วงต้นฤดูกาลไม่ดีนัก และถูกไล่ออกโดย เฟร็ดดี้ เชฟเฟิร์ด ประธานสโมสรในช่วงเวลานั้น
ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก
5 ปีต่อมา ร็อบสัน เสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งที่ปอดมาอย่างยาวนาน เป็นการฝากสถิติกุนซืออายุมากที่สุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกเอาไว้ที่ 71 ปี 192 วัน
1. รอย ฮ็อดจ์สัน 73 ปี, 217 วัน
ฮ็อดจ์สัน มีผลงานที่น่าพอใจกับสโมสรเล็กๆ ในพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น คริสตัล พาเลซ, ฟูแล่ม, แบล็คเบิร์น, เวสต์บรอมวิช แต่ไม่ประสบความสำเร็จกับทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล
ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก
หลังจากความล้มเหลวกับทีมชาติอังกฤษในศึกยูโร 2016 ฮ็อดจ์สัน ก็รับงาน คริสตัล พาเลซ ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2017-18 แทนที่ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ที่คุมทีมแป๊ปเดียวก็โดนไล่ออก
และในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 ฮ็อดจ์สัน ก็ทำลายสถิติผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ลง และถึงปัจจุบันนี้สถิติของ ปู่รอย ยังคงถูกยืดออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสัญญากับ คริสตัล พาเลซ หลังจบฤดูกาลนี้ แทงบอลออนไลน์