“10 สุดยอดแบ็คซ้ายจอมแบก” บนดาวเคราะห์ที่เรียกว่าโลกในปี 2021

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องเก่งรอบด้าน และรวมถึงอาจจะต้องแบกทีมให้ได้ เหมือนอย่าง10นักเตะในลิสต์นี้ทำ และสุดยอดแบ็คซ้ายเหล่านี้คือคำตอบของเรื่องดังกล่าว

ตำแหน่งแบ็คซ้ายเคยเป็นเหมือนตำแหน่งลูกเมียน้อยมาก่อนในอดีตสำหรับเกมฟุตบอล แม้จะไม่มีคนเล่นบอลเท้าซ้ายอยู่ในทีมก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เหมือนเป็นตำแหน่งที่เหลือเผื่อไว้ให้สำหรับนักเตะที่ไม่มีตำแหน่งจะลงในทีมเท่านั้นในอดีต

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ระบบการเล่นของฟุตบอลพัฒนาขึ้น และตำแหน่งฟูลแบ็คก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ถูกลืมอีกต่อไป แต่กลับตรงกันข้าม นักเตะที่เรากำลังจะนำเสนอเหล่านี้ หลายๆคนเป็นถึงระดับ “ตัวแบก” ในสโมสร และทีมชาติของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่นักเตะตัวรับอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นตัวรุก ตัวสร้างสรรค์เกม ตัวทำสกอร์ ตัวเล่นเซ็ตพีซ และ”เป็นทุกอย่าง” จริงๆเหมือนที่วงRoom39เคยกล่าวเอาไว้

ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลา นี่คือสิบสุดยอดแบ็คซ้ายบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินในช่วงปี2021 แบบไม่เรียงลำดับความเก่ง เพราะมันเป็นเรื่องที่แล้วแต่มุมมองของคนอ่านล้วนๆว่าจะพิจารณายังไง และขึ้นอยู่กับฟอร์มช่วงนั้นๆด้วย

แต่ลิสต์นี้ก็การันตีฝีเท้าได้ค่อนข้างตรงกับความเป็นจริงแล้วในวงการฟุตบอลปัจจุบัน

10. Ben Chilwell (Chelsea)

โชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับเลสเตอร์ซิตี้ในช่วงโควิดระบาดหนักๆฤดูกาล 2019/20 และเป็นที่จับตามองทันทีเมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ดจ่ายเงิน 45ล้านปอนด์สอยเขามาเมื่อเดือนสิงหาคมที่แล้ว

เบน ชิลเวลล์มีทุกอย่างที่ฟูลแบ็คสมัยใหม่จะต้องมี ทั้งความเร็ว ความอึด ความเยือกเย็น ความแม่นยำในการขับเคลื่อนบอล และความฉลาดในเกมรับ ด้วยวัย24ปียังเหลือเวลาอีกเยอะมากๆให้ชิลเวลล์พัฒนาตัวเองไปได้ไกลกว่านี้ในฐานะแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดคนนึง กับสถิติ 3ประตู กับ7แอสซิสต์กับเชลซีในฤดูกาลแรกกับสแตมฟอร์ดบริดจ์ถือว่าอลังการมากแล้ว และก็เป็นหลักฐานอย่างดีถึงทักษะในเกมรุก แต่บอสคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอย่างโทมัส ทูเคิลก็ยังต้องการที่จะเห็นการปรับปรุงพัฒนาเรื่องทักษะในเกมรับต่างๆของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

9. Lucas Digne (Everton)

ไม่ว่าเอฟเวอร์ตันจะเล่นในระดับแบ็คโฟร์ หรือระบบหลังสาม แต่นายใหญ่อย่างคาร์โล อันเชล็อตติก็คาดหวังฟอร์มการเล่นระดับท็อปคลาสจากแบ็คซ้ายอย่างดีญมากขึ้น ซึ่งดาวเตะฝรั่งเศสรายนี้ขึ้นมาเป็นผู้นำในถิ่นกูดิสันปาร์ค และรับผิดชอบการขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายให้กับพวกเขา ซึ่งการทำ 7แอสซิสต์ เป็นหลักฐานการมีส่วนร่วมในเกมรุกของเขาให้กับทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินซีซั่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายแถวหน้าของโลกที่เด่นในด้านการเน้นเกมรับเพียวๆอีกด้วย

เมื่อใดก็ตามที่ตัวรุกคู่แข่งเห็นเขายืนจังก้าประจำตำแหน่งอยู่ มันจะต้องเป็นเกมที่ยากอย่างแน่นอน

ดีญยังเป็นตัวยืนหลักในฝั่งซ้ายของแผงแบ็คโฟร์ฝรั่งเศสช่วงซัมเมอร์นี้ ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บมาเมื่อสามปีก่อนในช่วงฟุตบอลโลกจึงไม่มีโอกาสได้ลงสนาม

ถึงคราวออกอัลบั้ม “ได้เวลาดีญ” และเป็นช่วงเวลาพิสูจน์ฝีเท้าของเขาแล้ว

8. Jordi Alba (Barcelona)

ครั้งหนึ่งเคยเป็นเต้ยของแบ็คซ้ายในยุโรป แต่ความฮอตของอัลบาก็ดูเหมือนจะดรอปๆลงเล็กน้อยในซีซั่นที่ผ่านมา แต่ในความจริงแล้วมันมีผลมาจากการดรอปลงของทีมมหาอำนาจในยุโรปอย่างบาร์เซโลน่าด้วยที่ดูจะชัดเจนกว่าที่จะเป็นการตกลงมาของฝีเท้าส่วนตัวฆอร์ดี้ อัลบาอย่างเดียว

แบ็คซ้ายสแปนิชยังคงมีส่วนผสมของสปีด สมาธิความเยือกเย็น การเล่นในจังหวะสุดท้าย และฝีเท้าสุดจี๊ด ด้วยผลงาน 5ประตู 15แอสซิสต์ในทุกรายการ เขามีส่วนสำคัญในเกมการเล่นของบาร์ซ่าอย่างมากในการลุ้นแชมป์ และหวังว่าจะได้ชูถ้วยในบ้านตัวเองสำหรับบอลยุโรปช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ในฐานะแบ็คตัวจริงทีมชาติสเปน

ในวัย32ปีของเขาน่าจะเป็นช่วงพีคสุดท้ายในด้านความเร็วแล้ว แต่ทักษะด้านเทคนิคจะยังคงอยู่กับคลาสการเล่นต่อไป ดังนั้นอัลบาน่าจะยังคงอยู่ในระดับท็อปๆของแบ็คซ้ายไปได้อีกหลายปีทีเดียว ซึ่งก็แค่ใช้ร่างกายน้องลง ใช้ชั้นเชิงมากขึ้นเท่านั้น

ทรงแบบนี้แหละที่จะกลายเป็นแบ็คซ้ายจอมเก๋าในอนาคตได้

7. Kieran Tierney (Arsenal)

แบ็คซ้ายเลือดสก็อตต์พิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะระดับท็อปคลาสเพียงไม่กี่คนที่ยังคงโชว์ผลงานอยู่กับอาร์เซนอลในซีซั่นนี้ ซึ่งเดอะกันเนอร์สมีนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์ขึ้นมาเยอะมากๆ แต่ก็มีจำนวนมากที่ล้มเหลว แต่สำหรับเทียร์นี่ถือเป็นข้อยกเว้นเหล่านั้นที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่น พลังใจที่เหนียวแน่น และคุณภาพของนักเตะชั้นยอดระดับแนวหน้า

ดาวเตะวัย23ปีแสดงให้เห็นถึงความเดือดทั้งยามเล่นกับบอล และยามที่ไม่มีบอล ด้วยการเข้าเล่นงานปีกของคู่แข่งในตอนที่เล่นเกมรับ และเติมขึ้นหน้าสุดซอยในยามที่ทีมเป็นฝ่ายครองบอลบุก

หากว่าอาร์เซนอลยังไม่มีแชมป์ให้กับอดีตดาวเตะเซลติกรายนี้ได้สัมผัสกับชัยชนะบ้างในภายหน้า ก็อาจจะเป็นการยากที่รั้งเขาไว้ให้อยู่กับทีมไปตลอดรอดฝั่งได้

ส่วนในทีมชาตินั้นน่าเสียดายว่า สก็อตแลนด์มีแบ็คซ้ายระดับท็อปของโลกถึงสองคนซ้ำตำแหน่งเดียวกันสำหรับเทียร์นี่ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆว่าสก็อตแลนด์จะจัดการใช้งานนักเตะสองคนนี้ให้ได้ยังไงบ้าง

6. Raphael Guerreiro (Borussia Dortmund)

นักเตะทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ติดในลิสต์นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ ตอนที่ทีมชาติของเขาคว้าแชมป์ยุโรปเมื่อห้าปีที่แล้ว (UEFA Team of the Tournament) ด้วยวัยตอนนั้นเพียงแค่22ปีเท่านั้นเอง และเขากำลังพยายามที่จะทำให้ได้แบบนั้นอีกครั้งในทัวร์นาเมนต์บอลยุโรปช่วงซัมเมอร์นี้

ราฟาเอล เกร์เรโร ย้ายมาร่วมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในตลาดซัมเมอร์ปี2016 และขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะฝีเท้าโดดเด่นของทีมเสือเหลืองที่มีฟอร์มการเล่นที่แน่นอนและน่ากลัวคนนึง ซึ่งแบ็คซ้ายน้อยคนที่จะมีสเต็ปฝีเท้ายอดเยี่ยมซึ่งมาพร้อมกับสัมผัสบอลแรกอันสุดยอด รวมถึงจบสกอร์ได้ด้วยเช่นนี้ในบุนเดสลีกา ในขณะที่ทาง Jude Bellingham ก็กล่าวว่า เกร์เรโร่คือนักเตะที่ทำให้เขาประทับใจที่สุดมากกว่าใครๆนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงปีที่ผ่านมา

5ประตูกับอีก9แอสซิสต์สำหรับเสือเหลืองในทุกรายการ คือผลงานที่สุดยอดมากสำหรับผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็ค และดอร์ทมุนด์ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสัญญากับเขาไปอีกยาวๆแน่นอน ซึ่งสัญญาปัจจุบันจะหมดลงในช่วงปี2023

5. Ferland Mendy (Real Madrid)

การต้องถูกคาดหวังกับมาตรฐานในการตามรอยเท้าของนักเตะระดับมาร์เซโล่นั้น ไม่มีใครบนโลกนี้อยากจะเจอการเปรียบเทียบแบบนั้นแน่ๆแต่Ferland Mendy แสดงให้เห็นว่าเขาจะเป็นผู้นำยุคใหม่ของเรอัลมาดริดต่อไป ซึ่งแม้เจ้าตัวอาจจะไม่ได้มีช็อตมหัศจรรย์เหมือนเจ้าของตำแหน่งคนเก่า แต่เขามีเกมรับที่ชาญฉลาดสุดๆและมีความแข็งแกร่งสายกายภาพอย่างสุดยอดโคตร

เมนดี้นั้นจี๊ดมากและเร็ว เล่นกับฟุตบอลคล่องแคล่ว และอ่านเกมได้ดีเยี่ยม เขาผนึกกำลังกันช่วยงานกับจอมเทพจากบราซิลเลียนอย่างมาร์เซโล่ผู้ซึ่งก็ยังคงเป็นฟูลแบ็คระดับท็อปของโลกเช่นกัน และเมนดี้ก็สามารถเกิดขึ้นมาได้ในขณะที่มาร์เซโล่ก็ยังคงอยู่ในทีมเหมือนเดิม

เมนดี้ยังต้องอัพเกรดเกมรุกของตัวเองด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านลูกครอส แต่ถึงกระนั้นบนโลกนี้ก็เหลือแบ็คที่ดีกว่าเขาเพียงแค่ไม่กี่รายอยู่ดี และซัดไปแล้วสองประตูให้กับเรอัลมาดริดในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น37นัด และส่วนใหญ่เป็นแบ็คตัวจริงของมาดริดแทบทุกเกม น่าจะพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงคลาสของเขาฃ

4. Theo Hernandez (AC Milan)

นี่คือแบ็คซ้ายที่โดดเด่นสุดๆในเซเรียอาปีนี้ สำหรับเตโอ เอร์นานเดซ งานดีๆจากเอซีมิลานที่ระเบิดไปแล้ว6ประตู กับ7แอสซิสต์รัวๆให้ปีศาจแดงดำ โดยที่มีจุดเด่นในด้านการเลี้ยงไปกับบอลที่ดูจะเป็นหนึ่งในตองอูคนนึงด้านการเลี้ยงบอลในลิสต์บทความนี้ ซึ่งแบ็คซ้ายชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งเกิดจากบ้านเกิดมาร์กเซย์รายนี้ มีการครองบอลและไปกับบอลที่ดูเพลินตามาก แถมยังช่วยoverloadเติมเกมรุกเข้าไปใส่แนวรับคู่แข่งได้อีกด้วย

ภาคการจ่ายบอลและความนิ่งในการเล่นนั้นแทบจะไม่มีใครเทียบได้ในหมู่กองหลังเซเรียอา ถึงแม้ว่ายังต้องปรับเรื่องลูกครอส แต่ด้วยวัยแค่23 เอร์นานเดซยังไม่เคยติดทีมชาติฝรั่งเศสเลยด้วยซ้ำซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า squad depth ในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้บัญชาของดิดิเย่ร์ เดชองส์นั้น มีคุณภาพเชิงลึกที่ลึกมากเพียงใด

เขามีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้าบนเส้นทางการเป็นสุดยอดแบ็คซ้ายอีกคนนึงแน่นอน3. Andrew Robertson (Liverpool)

เป็นฤดูกาลที่ยากลำบากสำหรับกองหลังลิเวอร์พูล แต่แอนดี้ โรเบิร์ตสันนั้นก็ยังคงเป็นป้อมปราการอันมั่นคงเพียง “หนึ่งเดียว” ที่หาได้ยากเหลือเกินในแนวรับลิเวอร์พูลปีนี้

น้ามูเอ่ยว่า เพียงแค่นั่งดูเจ้าหมอนี่เล่น เขาก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้ว และความขยันของwork rateตรงนี้ช่วยให้ลิเวอร์พูลทำอันดับขยับขึ้นมาเบียดได้บ้างในช่วงหลายวีคที่ผ่านมา ดังนั้นคุณจะสามารถคาดหวังความทุ่มเท100%จากอดีตนักเตะฮัลล์ซิตี้รายนี้ได้อย่างแน่นอน ในฐานะผู้นำอีกคนของทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติของตัวเขาเอง

กัปตันสก็อตแลนด์รายนี้อาจจะเป็นนักเตะอีกคนนึงที่จ่ายบอลได้ดีที่สุดในลิสต์ ลูกครอสแม้จะเปิดในจังหวะที่วิ่งเต็มสปีดก็แทบจะไม่หลุดจากเป้าหมายมากนัก จนทำให้เขาคืออีกหนึ่งกลจักรสำคัญของเกมรุกลิเวอร์พูล

เขาทั้งเร็ว เหนียวแน่น จ่ายบอลดี และตะโกนสั่งการแนวรับให้เพื่อน กับ1ประตู และ5แอสซิสต์ปีนี้ในวัย27ปีแสดงให้เห็นถึงผลงานที่ยอดเยี่ยมตามปกติมาตรฐานของเจ้าตัว แต่นอกจากนี้มันยังน่าประทับใจมากๆหากพิจารณาสถานการณ์ของทีมอย่างที่เห็น

หากว่าสก็อตแลนด์จะมีโอกาสในการผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ในยูโรครั้งนี้ พวกเขาคงจะต้องพึ่งพาperformanceจากแบ็คซ้ายตัวกลั่นรายนี้อย่างมากแน่นอน

2. Luke Shaw (Manchester United)

หากเป็นเมื่อปีก่อนคงจะมีน้อยคนนักที่ใส่ชื่อของ ลุค ชอว์ เอาไว้ในลิสต์สุดยอดแบ็คซ้ายแนวหน้า แต่ตอนนี้มันกลับตาลปัตรแล้ว เพราะใครที่ไม่ใส่ชื่อลุค ชอว์มาต่างหากที่จะดูประหลาดไปเลยที่ไม่ใส่เขาติดมา

ชอว์เล่นได้ในระดับปรากฏการณ์(ที่เหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่)สำหรับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดซีซั่นนี้ ความอดทนในเกมรับ และคุกคามใส่คู่แข่งในเกมรุกสูงมากๆจากพื้นที่final thirdซึ่งเป็นที่ทำการของปีกซ้ายซะด้วยซ้ำ ผลงาน 1ประตู 6แอสซิสต์ในทุกๆรายการทำให้ยูไนเต็ดก้าวขึ้นมาท้าชิงพรีเมียร์ลีกได้อย่างแข็งแกร่งในอันดับที่สองของปีศาจแดง

ดูเหมือนจะถูกแส้แห่งโจเซ่เฆี่ยนตีเอาซะหลังลายในยุคของกุนซือรายนี้ แต่เขาเรียกความมั่นใจกลับมาได้นับตั้งแต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามากุมบังเหียนทีมต่อในปี2018

แทนที่ต้องกังวลว่าอาจจะต้องเสียตำแหน่งต่อแบ็คซ้ายรายใหม่ที่เข้ามาในทีมปีนี้อย่าง Alex Telles เขากลับได้รับความท้าทายเพิ่มมากขึ้นจนเรียกฟอร์มเก่งมาได้จนดูท่าทางจะเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงแน่ๆแล้วสำหรับทีมชาติอังกฤษที่จะลุยบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปีนี้ มันจึงเป็นการคัมแบ็คที่โคตรไม่น่าเชื่อของนักเตะที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมาเยอะมากๆ ในขณะที่เขาเพิ่งจะอายุ “25” เท่านั้นเอง

1. Alphonso Davies (Bayern Munich)

ฉายาสิงห์เจ้าถนน “Roadrunner” จากเพื่อนๆร่วมทีมนั้น อัลฟองโซ่ เดวีสทำลายสถิติสปรินท์ด้วยความเร็วสูงสุดจนเละเทะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยทำสถิติไป 36.51 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (22.6 ไมล์ต่อชั่วโมง) ดาวเตะแคเนเดียนรายนี้รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ดีไม่ดีอาจจะเร็วที่สุดในโลกฟุตบอลยุคนี้เลยด้วยซ้ำ

แตเขามีดีกว่าสปีดนรกแตกอันนี้เยอะ

ด้วยความเป็นปีกธรรมชาติในตัว เดวีสสามารถเล่นในบทบาทเกมรุกได้ด้วยในทีมชาติ เขาบุกจู่โจมได้อย่างอันตรายในแดนหน้า โดยที่การเคลื่อนที่และการเลี้ยงบอลของเจ้าตัวนั้นพูดได้เลยว่าอยู่ในระดับเวิร์ลด์คลาสจริงๆ ใครที่เคยเห็นความนรกตรงนี้ของอัลฟองโซ่ เดวีสก็คงจะรู้ดี และมันมักจะทำให้กองหลังคู่แข่งประสาทแดกทุกครั้งเวลาที่เขาเติมเกมรุกมาเล่นร่วมกับเลอรอย ซาเน่ ในฝั่งซ้ายของบาเยิร์นมิวนิค ซึ่งทำให้ซาเน่สามารถตัดเข้าไปป่วนด้านในกรอบเขตโทษได้อิสระมาก

นอกจากนี้เดวีสยังเป็นสุดยอดแนวรับอีกด้วย ซึ่งความสามารถในการดวลตัวต่อตัวของเขานั้น น้อยครั้งมากจริงๆที่จะเห็นคู่แข่งผ่านพี่แกไปได้ และไอ้การโดนผ่านไปได้แบบ “น้อยครั้ง” ที่ว่านั้น สปีดของเดวีสก็สูงพอจะวิ่งตามไปแย่งบอลกลับมาได้อีกสบายๆ เป็นสิ่งที่เรียกว่า “เลี้ยงผ่านก็ไม่เหมือนเลี้ยงผ่าน”

Getsunova คงอยากจะตั้งชื่อเพลงแบบนี้ ที่สรุปแล้วก็คือ ไม่มีใครหน้าไหนชนะการดวลกับหมอนี่ได้จริงๆเลยสักคน

การทำSextupleที่คว้า”6แชมป์” เมื่อปี2020 จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยหากว่าไม่มีเดวีสอยู่ในทีม แม้การเล่นในพื้นที่สุดท้ายจะยังต้องปรับปรุงอยู่ กับสถิติ 1ประตุ 3แอสซิสต์ในปีนี้ แต่เจ้าหนูที่วัยเพียง20ปี ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือมากๆในการที่จะเก่งยิ่งๆขึ้นไปกว่านี้อีก ทั้งๆที่ตอนนี้ก็เป็นที่สุดของที่สุดในตำแหน่งของตัวเองไปแล้ว แทงบอลออนไลน์

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 เป็นปีที่มีการเพิ่มสถิติสองอย่างให้ยืดออกไปอีก

หนึ่งคือผู้จัดการทีมที่คุมสโมสรในพรีเมียร์ลีกมากทีมที่สุด นั่นคือ แซม อัลลาร์ไดซ์ จากที่ครองสถิติ 7 ทีมเอาไว้อยู่แล้ว ซีซั่นนี้ก็เพิ่ม เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เข้าไปเป็นทีมที่ 8 ทิ้งอันดับสอง มาร์ค ฮิวจ์ส ที่คุมไป 6 ทีม

และสองคือผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าไม่ใช่ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่เป็นเจ้าของสถิติคุมทีมในเกมพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 828 เกม หรือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานแห่งพรีเมียร์ลีกที่คุมไป 810 เกม
หรือแม้แต่ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ที่ตอนนี้อายุอานาม 74 ปีแล้ว แต่ก็รีไทร์ไปตั้งแต่ปี 2017
แล้วใครกันที่กลายเป็นคูณปู่หรือคุณทวดแห่งพรีเมียร์ลีก นี่คือ 5 อันดับแรกเจ้าของสถิติผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก
5. กุส ฮิดดิ้งค์ 69 ปี, 189 วัน
เชลซี เคยดึงตัว ฮิดดิ้งค์ มาคุมทีมชั่วคราวครั้งแรกในปี 2009 แทนที่ ลุยซ์ เฟลีเป้ สโกลารี่ ที่โดนไล่ออกในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการคุมทีมสั้นๆ จนจบฤดูกาล ควบคู่ไปกับงานคุมทีมชาติรัสเซียที่ยังคงมีสัญญากับสหพันธ์ฯ อยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ โรมัน อบราโมวิช
ซีซั่นนั้น ฮิดดิ้งค์ มีแชมป์เอฟเอคัพ ติดไม้ติดมือกับ เชลซี
และหลังจากปลด โชเซ่ มูรินโญ่ รอบสองในเดือนธันวาคมปี 2015 ฮิดดิ้งค์ ก็ถูกร้องขอจาก อบราโมวิช ให้มาช่วยทีมอีกครั้งในบทบาทเดิม รักษาการณ์ผู้จัดการทีม แบกทีมจากอันดับ 16 ขึ้นมาจบฤดูกาล 2015-16 ในอันดับ 10 ได้อย่างภาคภูมิ และจบวันสุดท้ายที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่อายุ 69 ปี 189 วัน
4. นีล วอร์น็อค 70 ปี, 83 วัน
เรื่องการพาทีมเลื่อนชั้น และลุ้นหนีตกชั้น ชื่อของ นีล วอร์น็อค ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร และยังเป็นเจ้าของสถิติผู้จัดการทีมคนแรกที่พาทีมเลื่อนชั้นในฟุตบอลลีกอาชีพของอังกฤษมากถึง 8 ครั้ง
ฤดูกาลสุดท้ายที่ วอร์น็อค คุมทีมในพรีเมียร์ลีกคือการคุม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ซีซั่น 2018-19 น่าเสียดายที่แม้ไม่สามารถพาทีมอยู่รอดในปีแรก แต่ชื่อของ วอร์น็อค ก็ครองอันดับ 4 สถิติคุมทีมพรีเมียร์ลีกอายุมากสุดที่ 70 ปี 83 วัน
3. เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 71 ปี, 139 วัน
เฟอร์กูสัน ตำนานแห่งพรีเมียร์ลีก เคยครองสถิติต่างๆ เอาไว้มากมาย อาทิ คุมทีมในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 21 ฤดูกาล, คุมทีมในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 810 เกม แต่สุดท้ายตัวเลขพวกนี้ก็ถูกทำลายโดย อาร์แซน เวนเกอร์ ทั้งสิ้น
แต่สถิติหนึ่งที่ยากจะหาใครทำลาย นั่นก็คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากถึง 13 สมัย ทิ้งห่าง อาร์แซน เวนเกอร์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ตามมาห่างๆ 3 สมัยแบบไม่เห็นฝุ่น
อย่างไรก็ตาม เฟอร์กี้ ไม่อาจไปถึงสถิติผู้จัดการทีมที่อายุมากสุด แม้มีการเลื่อนรีไทร์ออกมาจนจบฤดูกาล 2012-13 ซึ่งวันสุดท้ายที่ได้ชูโทรฟี่พรีเมียร์ลีก คือวันที่กุนซือชาวสกอตต์อายุ 71 ปี 139 วัน
2. เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน 71 ปี, 192 วัน
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คือสโมสรสุดท้ายในการคุมทีมของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ตำนานผู้ล่วงลับ หลังจากเข้ามาคุมทีมในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค ในปี 1999 และสิ้นสุดเกมสุดท้ายในเดือนสิงหาคมปี 2004 เพราะผลงานในช่วงต้นฤดูกาลไม่ดีนัก และถูกไล่ออกโดย เฟร็ดดี้ เชฟเฟิร์ด ประธานสโมสรในช่วงเวลานั้น
ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก
5 ปีต่อมา ร็อบสัน เสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งที่ปอดมาอย่างยาวนาน เป็นการฝากสถิติกุนซืออายุมากที่สุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกเอาไว้ที่ 71 ปี 192 วัน
1. รอย ฮ็อดจ์สัน 73 ปี, 217 วัน
ฮ็อดจ์สัน มีผลงานที่น่าพอใจกับสโมสรเล็กๆ ในพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น คริสตัล พาเลซ, ฟูแล่ม, แบล็คเบิร์น, เวสต์บรอมวิช แต่ไม่ประสบความสำเร็จกับทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล
ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก
หลังจากความล้มเหลวกับทีมชาติอังกฤษในศึกยูโร 2016 ฮ็อดจ์สัน ก็รับงาน คริสตัล พาเลซ ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2017-18 แทนที่ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ที่คุมทีมแป๊ปเดียวก็โดนไล่ออก
และในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 ฮ็อดจ์สัน ก็ทำลายสถิติผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ลง และถึงปัจจุบันนี้สถิติของ ปู่รอย ยังคงถูกยืดออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสัญญากับ คริสตัล พาเลซ หลังจบฤดูกาลนี้ แทงบอลออนไลน์