หลักการออกแบบบ้าน  สิ่งที่ควรรู้คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจสร้าง

หลักการออกแบบบ้าน  สิ่งที่ควรรู้คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจสร้าง

หลักการออกแบบบ้าน ไม่เพียง แต่ที่ดินเท่านั้นที่สำคัญมากก่อนสร้างบ้านทุกหลัง จ้างผู้รับเหมาสร้างบ้าน แต่ก่อนจะเริ่มก่อสร้างจำเป็นต้องมีการออกแบบบ้านที่ดีและรอบคอบ การเลือกซื้อบ้านให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับเจ้าของบ้านคือการคำนวณวัสดุที่จะใช้ในการก่อสร้างทั้งในด้านงบประมาณ ต้องใช้เวลาในการก่อสร้างแต่ละขั้นตอนจนถึงเจ้าของบ้านแต่ละหลังเพื่อให้ได้รูปแบบบ้านที่ชอบและตรงตามรสนิยมส่วนการออกแบบบ้านนั้นหากเจ้าของบ้านไม่ต้องการโครงสร้างบ้านที่ซับซ้อนมากก็สามารถ ออกแบบบ้านด้วยตัวเองอย่างไรก็ตามหากเป็นบ้านที่ซับซ้อนหรือมีงานระบบจำนวนมากควรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือสถาปนิกมาออกแบบเพื่อดูแลรักษา มีเพียงเจ้าของบ้านเท่านั้นที่บอกความต้องการว่าต้องการได้รับหลักการที่สถาปนิกบ้านจะนำไปใช้ในการออกแบบบ้านต่อไปและต้องคำนึงถึงหลักการต่อไปนี้

หลักการออกแบบบ้าน


1.หลักการออกแบบบ้านกำหนดสไตล์

จุดเริ่มต้นของการออกแบบบ้านในการเลือกแบบบ้านคือการกำหนดพื้นที่เป้าหมายเพื่อทำความฝันให้ชัดเจนขึ้น โดยการดูแบบบ้านในเว็บไซต์ต่างๆหรือพบบ้านที่ชอบเมื่อไหร่และที่ไหนก็ถ่ายรูปเก็บไว้เผื่อว่าจะได้ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบหรือลองนำไปปรับใช้กับบ้านในฝันของคุณก็ได้ มีรูปแบบบ้านให้เลือกเช่นสไตล์ไทยย้อนยุคสไตล์ลอฟท์สไตล์มินิมอลสไตล์ทรอปิคอล อย่างไรก็ตามเพื่อให้เป็นสไตล์ของตัวเองทีละนิดคุณต้องพิจารณาตำแหน่งเพื่อให้ได้รูปแบบที่ชอบ พิจารณาชุมชนรอบข้างที่รวมอยู่ด้วย


2.หลักการออกแบบกำหนดขนาด

โดยเป็นการกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป ต้องการให้มีความกว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขอบเขตการใช้งานของแต่ละห้องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์หาพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดได้ ซึ่งผลวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้รู้อีกว่าควรสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม กรณีที่มีที่ดินพร้อมปลูกสร้างแล้วจึงจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับที่ดินที่มีอยู่ แต่หากว่าคุณยังไม่ได้ซื้อที่ดิน การกำหนดขอบเขตเรื่องพื้นที่ใช้สอย จะช่วยทำให้คุณหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ แถมยังสามารถนำไปใช้อ้างอิงกับการประมาณงบประมาณในการก่อสร้างได้ด้วย


3.ออกแบบโดยกำหนดตำแหน่ง และทิศทางลม

การออกแบบบ้านที่ดีนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็คือการออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงควรนึกถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม ตามหลักธรรมชาติแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก และใต้ ฉะนั้นห้องที่ต้องการแสงมากหรือห้องที่ต้องการกำจัดความชื้นจึงควรออกแบบให้หันไปทางทิศนั้น เช่น ห้องน้ำ, ห้องครัว, ห้องซักล้าง เป็นต้น ส่วนห้องที่ต้องการปริมาณแสงที่เพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องทำงาน, ห้องดูหนัง เพราะห้องเหล่านี้ถ้ามีแสงเข้ามาเกินไปก็จะทำให้ห้องร้อนได้เช่นกัน ข้อดีของการออกแบบด้วยหลักการนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะถ้าบ้านมีแสงส่องสว่างเข้ามาเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในช่วงเวลากลางวัน


4.การวางตำแหน่งของเครื่องปรับอากาศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าด้วยสภาพภูมิอากาศประเทศเราเป็นเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้อยู่อาศัยต้องการความเย็นสบายเวลานอน การออกแบบห้องนอนจึงต้องคำนึงถึงมุมที่สามารถวางเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งจุดตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่ดูดความร้อนกลับเข้ามา หรือจะติดฉนวนกันความร้อนเพิ่มเข้าไป ก็ช่วยให้ห้องมีความเย็นสบายมากยิ่งขึ้น


5.ออกแบบเพื่อป้องกันเสียง

ในที่นี้หมายถึงทั้งเสียงรบกวนจากภายในบ้านและภายนอกบ้าน เช่น จากถนนหน้าบ้าน, เสียงจากข้างบ้าน ดังนั้นจึงควรออกแบบป้องกันเสียงจากที่ต่างๆ เช่น การออกแบบให้หน้าต่างกันเสียงได้ , การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน, การติดตั้งฉนวนกันเสียง, การทำกำแพงสองชั้น หรือการใช้ประตูทึบ เป็นต้น


6.ออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงอนาคต

ในการออกแบบ้านต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ และมองการณ์ไกลไปถึงอนาคต เพราะนอกจากจะคิดถึงเรื่องความสะดวกสบายของทุกคนภายในบ้านแล้ว ยังต้องคิดเผื่อว่าหากสมาชิกในครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ควรจะเลือกสร้างห้องหรือใช้โครงสร้างบ้านที่ดูแล้วปลอดภัย หลีกเลี่ยงการมีพื้นต่างระดับเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และควรเพิ่มห้องนอนชั้นล่างเพื่อความสะดวกของคนในครอบครัว และอย่าลืมเผื่อโครงสร้างกรณีที่อาจจะต้องมีการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หากต้องมีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม


หลักการออกแบบบ้านที่นำเสนอมาเป็นเพียงแค่ขั้นพื้นฐาน ซึ่งผู้ที่ต้องการสร้างบ้านจึงควรต้องศึกษาเพิ่มเติม ด้วยการใช้เหตุผลว่าบ้านคือที่อยู่อาศัยอันเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต แต่ทั้งนี้จากหลักการทั้งหมดก็สามารถนำไปเป็นแนวทางออกสร้างบ้านในฝันได้เช่นเดียวกันค่ะ

รับออกแบบบ้าน

ภาพยนต์เรื่อง The Midnight Sky

The Midnight Sky

The Midnight Sky ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากนวนิยายเรื่อง “Good Morning, Midnight” ได้ มาร์ก แอล สมิธ มือเขียนบทจากเรื่อง The Revenant มารังสรรค์ เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่สร้างด้วยทุน100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เล่าเรื่องราวในภาคพื้นโลกและอวกาศ

The Midnight Sky

โทนของสองภาคนี้แตกต่างกันคนละเรื่อง สอดประสานเข้าด้วยกันด้วยความพยายามในการสื่อสาร ชวนให้นึกถึงสภาพความโดดเดี่ยวที่เราทุกคนต้องเปิด Zoom เพื่อบรรเทาความเหงา คลูนีย์บอกว่าการถ่ายทั้งภาคพื้นและภาคอวกาศยากคนละแบบ

“ถ่ายที่อาร์กติกสนุกมาก เราวางแผนกันหมดทุกขั้นตอนเลยนะเพราะมีเด็กอายุ 7 ขวบถ่ายด้วย อีกอย่างคือที่นั่นจะเริ่มสว่างตอน 11 โมง พอเริ่มบ่ายสามก็มืดแล้ว เราก็เลยต้องพร้อมตลอดเวลา ต้องรออากาศให้สดใสและมีแสงแดด ที่นั่นมีพายุบ่อยมาก ลมพัดแรงอย่างกับทอร์นาโด พอเปิดกล้องก็ต้องถ่ายให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เรื่องย่อ เรื่องราวหลังวันสิ้นโลกนี้ติดตามชีวิตของ ออกัสติน (จอร์จ คลูนีย์) นักวิทยาศาสตร์ที่โดดเดี่ยวในแถบอาร์กติก ซึ่งเร่งหยุดยั้ง ซัลลี่ (เฟลิซิตี้ โจนส์) และทีมนักบินอวกาศไม่ให้กลับมาเจอหายนะปริศนาบนโลก

หนังได้ชื่อว่าเต็งชิงออสการ์สาขาใดสาขาหนึ่ง โดยตัวความหวังมากสุดก็คงเป็นในสาขารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมของ จอร์จ คลูนีย์ เอง ที่เรื่องนี้เหมาทั้งแสดงนำและกำกับ โดยหนังดัดแปลงมาจากนิยายปี 2016 ชื่อ Good Morning, Midnight ของ ลิลี บรูกส์ ดัลตัน เจ้าของรางวัล The Oregon Book Award ในปี 2015 ด้วยฝีมือของมือเขียนบท มาร์ก แอล. สมิธ ที่เคยฝากฝีไม้ลายมือกับการร่วมเขียนบทหนังรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่าง The Revenant (2015) มาแล้ว ดูหนังออนไลน์

10 เรื่องควรรู้สำหรับการสร้างบ้านด้วยตัวเอง

10 เรื่องควรรู้สำหรับการสร้างบ้านด้วยตัวเอง

10 เรื่องควรรู้สำหรับการสร้างบ้านด้วยตัวเอง

10 เรื่องควรรู้สำหรับการสร้างบ้านด้วยตัวเอง ที่เจ้าของบ้านมือใหม่ไม่ควรมองข้าม

สร้างบ้านอยู่เอง…เมื่อเรื่องในฝันจะถูกทำให้เป็นจริง ก่อนตัดสินใจสร้างบ้านเจ้าของบ้านควรเตรียม

1. สำรวจทำเลที่ตั้งหรือที่ดินสำหรับปลูกสร้าง

พื้นที่อาคารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุด ผู้สร้างบ้านควรพิจารณาว่าพื้นที่ดังกล่าวจะให้ความสะดวกสบายมากที่สุดและสะดวกที่สุดเช่นการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน ไปสถานที่สำคัญเพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยของพื้นที่อยู่อาศัยรวมถึงเส้นทางไปบ้านนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะมีมากกว่าหนึ่งเส้นทาง

2. ทิศทางแดด ลม การวางแปลนบ้าน

แสงแดดสายลมและทิศทางของแผนครอบครัวที่ดี. จะช่วยให้ชีวิตสบายขึ้นและลดการใช้ไฟฟ้าแสงแดดจะกระจายจากทิศตะวันออกไปทิศใต้ในทิศทางใดและสิ้นสุดทางทิศตะวันตกจะใช้ได้กับห้องที่สมาชิกในบ้านไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน หรือห้องที่ต้องการแสงในเวลากลางวันเพื่อลดความชื้นเช่นห้องครัวห้องน้ำและพื้นที่ล้างมือเป็นมุมทางทิศเหนือซึ่งไม่ถูกแสงแดดรบกวนและสามารถวางตำแหน่งเป็นห้องนอนได้ บ้านที่มีทิศทางลมที่ดีกับห้องนั่งเล่นควรให้ด้านยาวของบ้านหันเข้าหาลมเพื่อเพิ่มพื้นที่รับลมธรรมชาติเข้าบ้าน ช่วยให้ร้านว่างเปล่าและลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ

3. จำนวนสมาชิกผู้พักอาศัย และความต้องการพื้นฐาน

จำนวนสมาชิกและความต้องการของผู้อยู่อาศัยมีผลต่อการออกแบบบ้านจำนวนชั้นการจัดสรรพื้นที่ว่างและการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างทั้งนี้ควรคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็นส่วนบุคคลของสมาชิกแต่ละคนด้วย ความต้องการโดยรวมสำหรับรูปแบบบ้านและแนวคิดเกี่ยวกับบ้านที่ต้องการ (เช่นบ้านประหยัดพลังงาน) เนอร์สซิ่งโฮมบ้านครอบครัวหลังใหญ่สร้างบ้านในฝันที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

4. ขนาดพื้นที่ใช้สอย

พื้นที่ว่างมีผลต่อการตัดสินใจออกแบบบ้านควรดูรูปแบบและความสัมพันธ์ของห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนห้องนั่งเล่นห้องรับแขกห้องครัวล้วนเข้ากับไลฟ์สไตล์ ความต้องการของสมาชิกในบ้านได้รับประโยชน์จากการอยู่อาศัยและฟังก์ชั่นสูงสุด

5. งบประมาณสำหรับการสร้างบ้าน

งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจสร้างบ้านงบประมาณที่รอบคอบจะช่วยให้คุณได้บ้านที่เหมาะสมที่สุด และจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาการอัพเกรดงบประมาณในอนาคตสิ่งนี้ทำให้เจ้าของบ้านได้รับคำตอบที่ง่ายและชัดเจนเพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจสร้างบ้านเลือกวิธีการก่อสร้างขนาดพื้นที่และการตกแต่งภายในเฟอร์นิเจอร์ , ก่อสร้างหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ รอบบ้าน. และพื้นที่สวน

6. ช่วงเวลาและขั้นตอนของการสร้างบ้าน

กำหนดระยะเวลาในการก่อสร้างบ้านซึ่งจะช่วยในการวางแผนล่วงหน้าในขั้นตอนต่างๆของการก่อสร้าง เป็นที่ชัดเจนว่าไม่มีปัญหาในการทำงานเพราะหากขยายระยะเวลาการก่อสร้างและไม่ทราบระยะเวลาการทำงานที่ไม่เป็นระบบอาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดการลากที่ไม่สิ้นสุดเช่นฤดูกาลซึ่งจะทำให้ขั้นตอนการก่อสร้าง ใช้เวลามากกว่าปกติ ไม่รองรับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างบ้าน รวมงบประมาณสำหรับการเตรียมการชำระเงินเป็นขั้นตอน

7. ทำความเข้าใจแบบบ้านที่ต้องการ

เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มีประสบการณ์การสร้างบ้านด้วยตนเองเป็นครั้งแรก พวกเขาเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างงบประมาณหรือปัญหาอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง ดังนั้นเพื่อให้สื่อสารกับสถาปนิกวิศวกรหรือคนงานได้อย่างราบรื่นเจ้าของบ้านควรใช้เวลาเรียนรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน การรู้ประเภทของบ้านที่จำเป็นกลายเป็นพื้นฐานของความรู้ในการวางแผนการอภิปรายเพื่อให้มีความลื่นไหล

8. การขออนุญาตปลูกสร้างบ้าน

เอกสารสำหรับการขออนุญาตสร้างบ้านสามารถดำเนินการต่อได้ที่สำนักงานกิจการพลเรือนในพื้นที่ที่จะสร้างบ้าน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องและมาตรฐานในการสร้างบ้านจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น เอกสารที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

• เอกสารคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร (ข.1)

• แบบแปลนแผนผัง

• หนังสือรับรองว่าเป็นผู้ออกแบบ สถาปนิก วิศวกร พร้อมสำเนาใบอนุญาต

• สำเนาโฉนดที่ดินที่จะก่อสร้าง

• สำเนาบัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้านเจ้าของอาคาร

9. เลือกใช้มืออาชีพอย่างบริษัทรับสร้างบ้าน

บ้านที่ตรงตามความต้องการงบประมาณจะไม่อัพเกรดและสร้างบ้านและได้รับความหวัง บริษัท รับสร้างบ้านยังคงเป็นทางเลือกที่จะชนะใจผู้สร้างบ้าน คุณควรทำความเข้าใจกับแต่ละ บริษัท ก่อนตัดสินใจเลือก บริษัท รับสร้างบ้าน การเปรียบเทียบประสิทธิภาพเชื่อในบริการก่อนการก่อสร้างและหลังการก่อสร้างการบำรุงรักษาการตรวจสอบข้อบกพร่องและการรับประกันโครงสร้างหลังการสร้าง ใบอนุญาตธุรกิจและมาตรฐานของ บริษัท รวมถึงวัสดุที่ใช้ในโครงการก่อสร้างเครือข่ายของ บริษัท จำเป็นต้องค่อยๆพิจารณาว่าเวลาใดและรอบคอบที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากในอนาคต

10. เยี่ยมชมงาน รับสร้างบ้าน FOCUS 2020

เทศกาลการสร้างที่อยู่อาศัยแบบเปิดโลกที่เจ้าของบ้านไม่ควรพลาดเพราะนอกจากจะได้พบกับการออกแบบที่อยู่อาศัยมากกว่า 1,000 แบบจากผู้สร้างที่อยู่อาศัยชั้นนำแล้วยังมีการอัพเดทข่าวสารครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบ้านใหม่และนวัตกรรมการก่อสร้างที่อยู่อาศัยรวมถึง อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและไขข้อสงสัยต่างๆ สถาปนิก

“10 สุดยอดแบ็คซ้ายจอมแบก” บนดาวเคราะห์ที่เรียกว่าโลกในปี 2021

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องเก่งรอบด้าน และรวมถึงอาจจะต้องแบกทีมให้ได้ เหมือนอย่าง10นักเตะในลิสต์นี้ทำ และสุดยอดแบ็คซ้ายเหล่านี้คือคำตอบของเรื่องดังกล่าว

ตำแหน่งแบ็คซ้ายเคยเป็นเหมือนตำแหน่งลูกเมียน้อยมาก่อนในอดีตสำหรับเกมฟุตบอล แม้จะไม่มีคนเล่นบอลเท้าซ้ายอยู่ในทีมก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เหมือนเป็นตำแหน่งที่เหลือเผื่อไว้ให้สำหรับนักเตะที่ไม่มีตำแหน่งจะลงในทีมเท่านั้นในอดีต

กองหลังสมัยใหม่จะมีดีอยู่แค่เกมรับ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ระบบการเล่นของฟุตบอลพัฒนาขึ้น และตำแหน่งฟูลแบ็คก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ถูกลืมอีกต่อไป แต่กลับตรงกันข้าม นักเตะที่เรากำลังจะนำเสนอเหล่านี้ หลายๆคนเป็นถึงระดับ “ตัวแบก” ในสโมสร และทีมชาติของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่นักเตะตัวรับอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นตัวรุก ตัวสร้างสรรค์เกม ตัวทำสกอร์ ตัวเล่นเซ็ตพีซ และ”เป็นทุกอย่าง” จริงๆเหมือนที่วงRoom39เคยกล่าวเอาไว้

ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลา นี่คือสิบสุดยอดแบ็คซ้ายบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินในช่วงปี2021 แบบไม่เรียงลำดับความเก่ง เพราะมันเป็นเรื่องที่แล้วแต่มุมมองของคนอ่านล้วนๆว่าจะพิจารณายังไง และขึ้นอยู่กับฟอร์มช่วงนั้นๆด้วย

แต่ลิสต์นี้ก็การันตีฝีเท้าได้ค่อนข้างตรงกับความเป็นจริงแล้วในวงการฟุตบอลปัจจุบัน

10. Ben Chilwell (Chelsea)

โชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับเลสเตอร์ซิตี้ในช่วงโควิดระบาดหนักๆฤดูกาล 2019/20 และเป็นที่จับตามองทันทีเมื่อแฟรงค์ แลมพาร์ดจ่ายเงิน 45ล้านปอนด์สอยเขามาเมื่อเดือนสิงหาคมที่แล้ว

เบน ชิลเวลล์มีทุกอย่างที่ฟูลแบ็คสมัยใหม่จะต้องมี ทั้งความเร็ว ความอึด ความเยือกเย็น ความแม่นยำในการขับเคลื่อนบอล และความฉลาดในเกมรับ ด้วยวัย24ปียังเหลือเวลาอีกเยอะมากๆให้ชิลเวลล์พัฒนาตัวเองไปได้ไกลกว่านี้ในฐานะแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดคนนึง กับสถิติ 3ประตู กับ7แอสซิสต์กับเชลซีในฤดูกาลแรกกับสแตมฟอร์ดบริดจ์ถือว่าอลังการมากแล้ว และก็เป็นหลักฐานอย่างดีถึงทักษะในเกมรุก แต่บอสคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอย่างโทมัส ทูเคิลก็ยังต้องการที่จะเห็นการปรับปรุงพัฒนาเรื่องทักษะในเกมรับต่างๆของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

9. Lucas Digne (Everton)

ไม่ว่าเอฟเวอร์ตันจะเล่นในระดับแบ็คโฟร์ หรือระบบหลังสาม แต่นายใหญ่อย่างคาร์โล อันเชล็อตติก็คาดหวังฟอร์มการเล่นระดับท็อปคลาสจากแบ็คซ้ายอย่างดีญมากขึ้น ซึ่งดาวเตะฝรั่งเศสรายนี้ขึ้นมาเป็นผู้นำในถิ่นกูดิสันปาร์ค และรับผิดชอบการขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายให้กับพวกเขา ซึ่งการทำ 7แอสซิสต์ เป็นหลักฐานการมีส่วนร่วมในเกมรุกของเขาให้กับทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินซีซั่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายแถวหน้าของโลกที่เด่นในด้านการเน้นเกมรับเพียวๆอีกด้วย

เมื่อใดก็ตามที่ตัวรุกคู่แข่งเห็นเขายืนจังก้าประจำตำแหน่งอยู่ มันจะต้องเป็นเกมที่ยากอย่างแน่นอน

ดีญยังเป็นตัวยืนหลักในฝั่งซ้ายของแผงแบ็คโฟร์ฝรั่งเศสช่วงซัมเมอร์นี้ ที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บมาเมื่อสามปีก่อนในช่วงฟุตบอลโลกจึงไม่มีโอกาสได้ลงสนาม

ถึงคราวออกอัลบั้ม “ได้เวลาดีญ” และเป็นช่วงเวลาพิสูจน์ฝีเท้าของเขาแล้ว

8. Jordi Alba (Barcelona)

ครั้งหนึ่งเคยเป็นเต้ยของแบ็คซ้ายในยุโรป แต่ความฮอตของอัลบาก็ดูเหมือนจะดรอปๆลงเล็กน้อยในซีซั่นที่ผ่านมา แต่ในความจริงแล้วมันมีผลมาจากการดรอปลงของทีมมหาอำนาจในยุโรปอย่างบาร์เซโลน่าด้วยที่ดูจะชัดเจนกว่าที่จะเป็นการตกลงมาของฝีเท้าส่วนตัวฆอร์ดี้ อัลบาอย่างเดียว

แบ็คซ้ายสแปนิชยังคงมีส่วนผสมของสปีด สมาธิความเยือกเย็น การเล่นในจังหวะสุดท้าย และฝีเท้าสุดจี๊ด ด้วยผลงาน 5ประตู 15แอสซิสต์ในทุกรายการ เขามีส่วนสำคัญในเกมการเล่นของบาร์ซ่าอย่างมากในการลุ้นแชมป์ และหวังว่าจะได้ชูถ้วยในบ้านตัวเองสำหรับบอลยุโรปช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ในฐานะแบ็คตัวจริงทีมชาติสเปน

ในวัย32ปีของเขาน่าจะเป็นช่วงพีคสุดท้ายในด้านความเร็วแล้ว แต่ทักษะด้านเทคนิคจะยังคงอยู่กับคลาสการเล่นต่อไป ดังนั้นอัลบาน่าจะยังคงอยู่ในระดับท็อปๆของแบ็คซ้ายไปได้อีกหลายปีทีเดียว ซึ่งก็แค่ใช้ร่างกายน้องลง ใช้ชั้นเชิงมากขึ้นเท่านั้น

ทรงแบบนี้แหละที่จะกลายเป็นแบ็คซ้ายจอมเก๋าในอนาคตได้

7. Kieran Tierney (Arsenal)

แบ็คซ้ายเลือดสก็อตต์พิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะระดับท็อปคลาสเพียงไม่กี่คนที่ยังคงโชว์ผลงานอยู่กับอาร์เซนอลในซีซั่นนี้ ซึ่งเดอะกันเนอร์สมีนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์ขึ้นมาเยอะมากๆ แต่ก็มีจำนวนมากที่ล้มเหลว แต่สำหรับเทียร์นี่ถือเป็นข้อยกเว้นเหล่านั้นที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่น พลังใจที่เหนียวแน่น และคุณภาพของนักเตะชั้นยอดระดับแนวหน้า

ดาวเตะวัย23ปีแสดงให้เห็นถึงความเดือดทั้งยามเล่นกับบอล และยามที่ไม่มีบอล ด้วยการเข้าเล่นงานปีกของคู่แข่งในตอนที่เล่นเกมรับ และเติมขึ้นหน้าสุดซอยในยามที่ทีมเป็นฝ่ายครองบอลบุก

หากว่าอาร์เซนอลยังไม่มีแชมป์ให้กับอดีตดาวเตะเซลติกรายนี้ได้สัมผัสกับชัยชนะบ้างในภายหน้า ก็อาจจะเป็นการยากที่รั้งเขาไว้ให้อยู่กับทีมไปตลอดรอดฝั่งได้

ส่วนในทีมชาตินั้นน่าเสียดายว่า สก็อตแลนด์มีแบ็คซ้ายระดับท็อปของโลกถึงสองคนซ้ำตำแหน่งเดียวกันสำหรับเทียร์นี่ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆว่าสก็อตแลนด์จะจัดการใช้งานนักเตะสองคนนี้ให้ได้ยังไงบ้าง

6. Raphael Guerreiro (Borussia Dortmund)

นักเตะทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ติดในลิสต์นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ ตอนที่ทีมชาติของเขาคว้าแชมป์ยุโรปเมื่อห้าปีที่แล้ว (UEFA Team of the Tournament) ด้วยวัยตอนนั้นเพียงแค่22ปีเท่านั้นเอง และเขากำลังพยายามที่จะทำให้ได้แบบนั้นอีกครั้งในทัวร์นาเมนต์บอลยุโรปช่วงซัมเมอร์นี้

ราฟาเอล เกร์เรโร ย้ายมาร่วมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในตลาดซัมเมอร์ปี2016 และขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะฝีเท้าโดดเด่นของทีมเสือเหลืองที่มีฟอร์มการเล่นที่แน่นอนและน่ากลัวคนนึง ซึ่งแบ็คซ้ายน้อยคนที่จะมีสเต็ปฝีเท้ายอดเยี่ยมซึ่งมาพร้อมกับสัมผัสบอลแรกอันสุดยอด รวมถึงจบสกอร์ได้ด้วยเช่นนี้ในบุนเดสลีกา ในขณะที่ทาง Jude Bellingham ก็กล่าวว่า เกร์เรโร่คือนักเตะที่ทำให้เขาประทับใจที่สุดมากกว่าใครๆนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงปีที่ผ่านมา

5ประตูกับอีก9แอสซิสต์สำหรับเสือเหลืองในทุกรายการ คือผลงานที่สุดยอดมากสำหรับผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็ค และดอร์ทมุนด์ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสัญญากับเขาไปอีกยาวๆแน่นอน ซึ่งสัญญาปัจจุบันจะหมดลงในช่วงปี2023

5. Ferland Mendy (Real Madrid)

การต้องถูกคาดหวังกับมาตรฐานในการตามรอยเท้าของนักเตะระดับมาร์เซโล่นั้น ไม่มีใครบนโลกนี้อยากจะเจอการเปรียบเทียบแบบนั้นแน่ๆแต่Ferland Mendy แสดงให้เห็นว่าเขาจะเป็นผู้นำยุคใหม่ของเรอัลมาดริดต่อไป ซึ่งแม้เจ้าตัวอาจจะไม่ได้มีช็อตมหัศจรรย์เหมือนเจ้าของตำแหน่งคนเก่า แต่เขามีเกมรับที่ชาญฉลาดสุดๆและมีความแข็งแกร่งสายกายภาพอย่างสุดยอดโคตร

เมนดี้นั้นจี๊ดมากและเร็ว เล่นกับฟุตบอลคล่องแคล่ว และอ่านเกมได้ดีเยี่ยม เขาผนึกกำลังกันช่วยงานกับจอมเทพจากบราซิลเลียนอย่างมาร์เซโล่ผู้ซึ่งก็ยังคงเป็นฟูลแบ็คระดับท็อปของโลกเช่นกัน และเมนดี้ก็สามารถเกิดขึ้นมาได้ในขณะที่มาร์เซโล่ก็ยังคงอยู่ในทีมเหมือนเดิม

เมนดี้ยังต้องอัพเกรดเกมรุกของตัวเองด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านลูกครอส แต่ถึงกระนั้นบนโลกนี้ก็เหลือแบ็คที่ดีกว่าเขาเพียงแค่ไม่กี่รายอยู่ดี และซัดไปแล้วสองประตูให้กับเรอัลมาดริดในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น37นัด และส่วนใหญ่เป็นแบ็คตัวจริงของมาดริดแทบทุกเกม น่าจะพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงคลาสของเขาฃ

4. Theo Hernandez (AC Milan)

นี่คือแบ็คซ้ายที่โดดเด่นสุดๆในเซเรียอาปีนี้ สำหรับเตโอ เอร์นานเดซ งานดีๆจากเอซีมิลานที่ระเบิดไปแล้ว6ประตู กับ7แอสซิสต์รัวๆให้ปีศาจแดงดำ โดยที่มีจุดเด่นในด้านการเลี้ยงไปกับบอลที่ดูจะเป็นหนึ่งในตองอูคนนึงด้านการเลี้ยงบอลในลิสต์บทความนี้ ซึ่งแบ็คซ้ายชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งเกิดจากบ้านเกิดมาร์กเซย์รายนี้ มีการครองบอลและไปกับบอลที่ดูเพลินตามาก แถมยังช่วยoverloadเติมเกมรุกเข้าไปใส่แนวรับคู่แข่งได้อีกด้วย

ภาคการจ่ายบอลและความนิ่งในการเล่นนั้นแทบจะไม่มีใครเทียบได้ในหมู่กองหลังเซเรียอา ถึงแม้ว่ายังต้องปรับเรื่องลูกครอส แต่ด้วยวัยแค่23 เอร์นานเดซยังไม่เคยติดทีมชาติฝรั่งเศสเลยด้วยซ้ำซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า squad depth ในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้บัญชาของดิดิเย่ร์ เดชองส์นั้น มีคุณภาพเชิงลึกที่ลึกมากเพียงใด

เขามีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้าบนเส้นทางการเป็นสุดยอดแบ็คซ้ายอีกคนนึงแน่นอน3. Andrew Robertson (Liverpool)

เป็นฤดูกาลที่ยากลำบากสำหรับกองหลังลิเวอร์พูล แต่แอนดี้ โรเบิร์ตสันนั้นก็ยังคงเป็นป้อมปราการอันมั่นคงเพียง “หนึ่งเดียว” ที่หาได้ยากเหลือเกินในแนวรับลิเวอร์พูลปีนี้

น้ามูเอ่ยว่า เพียงแค่นั่งดูเจ้าหมอนี่เล่น เขาก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้ว และความขยันของwork rateตรงนี้ช่วยให้ลิเวอร์พูลทำอันดับขยับขึ้นมาเบียดได้บ้างในช่วงหลายวีคที่ผ่านมา ดังนั้นคุณจะสามารถคาดหวังความทุ่มเท100%จากอดีตนักเตะฮัลล์ซิตี้รายนี้ได้อย่างแน่นอน ในฐานะผู้นำอีกคนของทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติของตัวเขาเอง

กัปตันสก็อตแลนด์รายนี้อาจจะเป็นนักเตะอีกคนนึงที่จ่ายบอลได้ดีที่สุดในลิสต์ ลูกครอสแม้จะเปิดในจังหวะที่วิ่งเต็มสปีดก็แทบจะไม่หลุดจากเป้าหมายมากนัก จนทำให้เขาคืออีกหนึ่งกลจักรสำคัญของเกมรุกลิเวอร์พูล

เขาทั้งเร็ว เหนียวแน่น จ่ายบอลดี และตะโกนสั่งการแนวรับให้เพื่อน กับ1ประตู และ5แอสซิสต์ปีนี้ในวัย27ปีแสดงให้เห็นถึงผลงานที่ยอดเยี่ยมตามปกติมาตรฐานของเจ้าตัว แต่นอกจากนี้มันยังน่าประทับใจมากๆหากพิจารณาสถานการณ์ของทีมอย่างที่เห็น

หากว่าสก็อตแลนด์จะมีโอกาสในการผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ในยูโรครั้งนี้ พวกเขาคงจะต้องพึ่งพาperformanceจากแบ็คซ้ายตัวกลั่นรายนี้อย่างมากแน่นอน

2. Luke Shaw (Manchester United)

หากเป็นเมื่อปีก่อนคงจะมีน้อยคนนักที่ใส่ชื่อของ ลุค ชอว์ เอาไว้ในลิสต์สุดยอดแบ็คซ้ายแนวหน้า แต่ตอนนี้มันกลับตาลปัตรแล้ว เพราะใครที่ไม่ใส่ชื่อลุค ชอว์มาต่างหากที่จะดูประหลาดไปเลยที่ไม่ใส่เขาติดมา

ชอว์เล่นได้ในระดับปรากฏการณ์(ที่เหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่)สำหรับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดซีซั่นนี้ ความอดทนในเกมรับ และคุกคามใส่คู่แข่งในเกมรุกสูงมากๆจากพื้นที่final thirdซึ่งเป็นที่ทำการของปีกซ้ายซะด้วยซ้ำ ผลงาน 1ประตู 6แอสซิสต์ในทุกๆรายการทำให้ยูไนเต็ดก้าวขึ้นมาท้าชิงพรีเมียร์ลีกได้อย่างแข็งแกร่งในอันดับที่สองของปีศาจแดง

ดูเหมือนจะถูกแส้แห่งโจเซ่เฆี่ยนตีเอาซะหลังลายในยุคของกุนซือรายนี้ แต่เขาเรียกความมั่นใจกลับมาได้นับตั้งแต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามากุมบังเหียนทีมต่อในปี2018

แทนที่ต้องกังวลว่าอาจจะต้องเสียตำแหน่งต่อแบ็คซ้ายรายใหม่ที่เข้ามาในทีมปีนี้อย่าง Alex Telles เขากลับได้รับความท้าทายเพิ่มมากขึ้นจนเรียกฟอร์มเก่งมาได้จนดูท่าทางจะเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงแน่ๆแล้วสำหรับทีมชาติอังกฤษที่จะลุยบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปีนี้ มันจึงเป็นการคัมแบ็คที่โคตรไม่น่าเชื่อของนักเตะที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมาเยอะมากๆ ในขณะที่เขาเพิ่งจะอายุ “25” เท่านั้นเอง

1. Alphonso Davies (Bayern Munich)

ฉายาสิงห์เจ้าถนน “Roadrunner” จากเพื่อนๆร่วมทีมนั้น อัลฟองโซ่ เดวีสทำลายสถิติสปรินท์ด้วยความเร็วสูงสุดจนเละเทะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยทำสถิติไป 36.51 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (22.6 ไมล์ต่อชั่วโมง) ดาวเตะแคเนเดียนรายนี้รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ดีไม่ดีอาจจะเร็วที่สุดในโลกฟุตบอลยุคนี้เลยด้วยซ้ำ

แตเขามีดีกว่าสปีดนรกแตกอันนี้เยอะ

ด้วยความเป็นปีกธรรมชาติในตัว เดวีสสามารถเล่นในบทบาทเกมรุกได้ด้วยในทีมชาติ เขาบุกจู่โจมได้อย่างอันตรายในแดนหน้า โดยที่การเคลื่อนที่และการเลี้ยงบอลของเจ้าตัวนั้นพูดได้เลยว่าอยู่ในระดับเวิร์ลด์คลาสจริงๆ ใครที่เคยเห็นความนรกตรงนี้ของอัลฟองโซ่ เดวีสก็คงจะรู้ดี และมันมักจะทำให้กองหลังคู่แข่งประสาทแดกทุกครั้งเวลาที่เขาเติมเกมรุกมาเล่นร่วมกับเลอรอย ซาเน่ ในฝั่งซ้ายของบาเยิร์นมิวนิค ซึ่งทำให้ซาเน่สามารถตัดเข้าไปป่วนด้านในกรอบเขตโทษได้อิสระมาก

นอกจากนี้เดวีสยังเป็นสุดยอดแนวรับอีกด้วย ซึ่งความสามารถในการดวลตัวต่อตัวของเขานั้น น้อยครั้งมากจริงๆที่จะเห็นคู่แข่งผ่านพี่แกไปได้ และไอ้การโดนผ่านไปได้แบบ “น้อยครั้ง” ที่ว่านั้น สปีดของเดวีสก็สูงพอจะวิ่งตามไปแย่งบอลกลับมาได้อีกสบายๆ เป็นสิ่งที่เรียกว่า “เลี้ยงผ่านก็ไม่เหมือนเลี้ยงผ่าน”

Getsunova คงอยากจะตั้งชื่อเพลงแบบนี้ ที่สรุปแล้วก็คือ ไม่มีใครหน้าไหนชนะการดวลกับหมอนี่ได้จริงๆเลยสักคน

การทำSextupleที่คว้า”6แชมป์” เมื่อปี2020 จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยหากว่าไม่มีเดวีสอยู่ในทีม แม้การเล่นในพื้นที่สุดท้ายจะยังต้องปรับปรุงอยู่ กับสถิติ 1ประตุ 3แอสซิสต์ในปีนี้ แต่เจ้าหนูที่วัยเพียง20ปี ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือมากๆในการที่จะเก่งยิ่งๆขึ้นไปกว่านี้อีก ทั้งๆที่ตอนนี้ก็เป็นที่สุดของที่สุดในตำแหน่งของตัวเองไปแล้ว แทงบอลออนไลน์

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก

ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 เป็นปีที่มีการเพิ่มสถิติสองอย่างให้ยืดออกไปอีก

หนึ่งคือผู้จัดการทีมที่คุมสโมสรในพรีเมียร์ลีกมากทีมที่สุด นั่นคือ แซม อัลลาร์ไดซ์ จากที่ครองสถิติ 7 ทีมเอาไว้อยู่แล้ว ซีซั่นนี้ก็เพิ่ม เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เข้าไปเป็นทีมที่ 8 ทิ้งอันดับสอง มาร์ค ฮิวจ์ส ที่คุมไป 6 ทีม

และสองคือผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าไม่ใช่ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่เป็นเจ้าของสถิติคุมทีมในเกมพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 828 เกม หรือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานแห่งพรีเมียร์ลีกที่คุมไป 810 เกม
หรือแม้แต่ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ที่ตอนนี้อายุอานาม 74 ปีแล้ว แต่ก็รีไทร์ไปตั้งแต่ปี 2017
แล้วใครกันที่กลายเป็นคูณปู่หรือคุณทวดแห่งพรีเมียร์ลีก นี่คือ 5 อันดับแรกเจ้าของสถิติผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก
5. กุส ฮิดดิ้งค์ 69 ปี, 189 วัน
เชลซี เคยดึงตัว ฮิดดิ้งค์ มาคุมทีมชั่วคราวครั้งแรกในปี 2009 แทนที่ ลุยซ์ เฟลีเป้ สโกลารี่ ที่โดนไล่ออกในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการคุมทีมสั้นๆ จนจบฤดูกาล ควบคู่ไปกับงานคุมทีมชาติรัสเซียที่ยังคงมีสัญญากับสหพันธ์ฯ อยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ โรมัน อบราโมวิช
ซีซั่นนั้น ฮิดดิ้งค์ มีแชมป์เอฟเอคัพ ติดไม้ติดมือกับ เชลซี
และหลังจากปลด โชเซ่ มูรินโญ่ รอบสองในเดือนธันวาคมปี 2015 ฮิดดิ้งค์ ก็ถูกร้องขอจาก อบราโมวิช ให้มาช่วยทีมอีกครั้งในบทบาทเดิม รักษาการณ์ผู้จัดการทีม แบกทีมจากอันดับ 16 ขึ้นมาจบฤดูกาล 2015-16 ในอันดับ 10 ได้อย่างภาคภูมิ และจบวันสุดท้ายที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่อายุ 69 ปี 189 วัน
4. นีล วอร์น็อค 70 ปี, 83 วัน
เรื่องการพาทีมเลื่อนชั้น และลุ้นหนีตกชั้น ชื่อของ นีล วอร์น็อค ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร และยังเป็นเจ้าของสถิติผู้จัดการทีมคนแรกที่พาทีมเลื่อนชั้นในฟุตบอลลีกอาชีพของอังกฤษมากถึง 8 ครั้ง
ฤดูกาลสุดท้ายที่ วอร์น็อค คุมทีมในพรีเมียร์ลีกคือการคุม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ซีซั่น 2018-19 น่าเสียดายที่แม้ไม่สามารถพาทีมอยู่รอดในปีแรก แต่ชื่อของ วอร์น็อค ก็ครองอันดับ 4 สถิติคุมทีมพรีเมียร์ลีกอายุมากสุดที่ 70 ปี 83 วัน
3. เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 71 ปี, 139 วัน
เฟอร์กูสัน ตำนานแห่งพรีเมียร์ลีก เคยครองสถิติต่างๆ เอาไว้มากมาย อาทิ คุมทีมในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 21 ฤดูกาล, คุมทีมในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด 810 เกม แต่สุดท้ายตัวเลขพวกนี้ก็ถูกทำลายโดย อาร์แซน เวนเกอร์ ทั้งสิ้น
แต่สถิติหนึ่งที่ยากจะหาใครทำลาย นั่นก็คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากถึง 13 สมัย ทิ้งห่าง อาร์แซน เวนเกอร์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ตามมาห่างๆ 3 สมัยแบบไม่เห็นฝุ่น
อย่างไรก็ตาม เฟอร์กี้ ไม่อาจไปถึงสถิติผู้จัดการทีมที่อายุมากสุด แม้มีการเลื่อนรีไทร์ออกมาจนจบฤดูกาล 2012-13 ซึ่งวันสุดท้ายที่ได้ชูโทรฟี่พรีเมียร์ลีก คือวันที่กุนซือชาวสกอตต์อายุ 71 ปี 139 วัน
2. เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน 71 ปี, 192 วัน
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คือสโมสรสุดท้ายในการคุมทีมของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ตำนานผู้ล่วงลับ หลังจากเข้ามาคุมทีมในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค ในปี 1999 และสิ้นสุดเกมสุดท้ายในเดือนสิงหาคมปี 2004 เพราะผลงานในช่วงต้นฤดูกาลไม่ดีนัก และถูกไล่ออกโดย เฟร็ดดี้ เชฟเฟิร์ด ประธานสโมสรในช่วงเวลานั้น
ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก
5 ปีต่อมา ร็อบสัน เสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งที่ปอดมาอย่างยาวนาน เป็นการฝากสถิติกุนซืออายุมากที่สุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกเอาไว้ที่ 71 ปี 192 วัน
1. รอย ฮ็อดจ์สัน 73 ปี, 217 วัน
ฮ็อดจ์สัน มีผลงานที่น่าพอใจกับสโมสรเล็กๆ ในพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น คริสตัล พาเลซ, ฟูแล่ม, แบล็คเบิร์น, เวสต์บรอมวิช แต่ไม่ประสบความสำเร็จกับทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล
ว่าด้วยเรื่องผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีก
หลังจากความล้มเหลวกับทีมชาติอังกฤษในศึกยูโร 2016 ฮ็อดจ์สัน ก็รับงาน คริสตัล พาเลซ ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2017-18 แทนที่ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ที่คุมทีมแป๊ปเดียวก็โดนไล่ออก
และในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 ฮ็อดจ์สัน ก็ทำลายสถิติผู้จัดการทีมอายุมากสุดที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ลง และถึงปัจจุบันนี้สถิติของ ปู่รอย ยังคงถูกยืดออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสัญญากับ คริสตัล พาเลซ หลังจบฤดูกาลนี้ แทงบอลออนไลน์

ภาพยนตร์ The Fast and the Furious

เร็ว..แรงทะลุนรก 5

เร็ว..แรงทะลุนรก 5 

เร็ว..แรงทะลุนรก 5 (อังกฤษ: Fast Five) หรือ Fast & Furious 5 หรือ Fast & Furious 5: Rio Heist เป็นภาพยนตร์โลดโผน/อาชญากรรมลำดับที่ 5 ในชุด เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส กำกับโดย จัสติน ลิน เขียนบทโดยคริส มอร์แกน นำแสดงโดยวิน ดีเซล, พอล วอล์กเกอร์และดเวย์น จอห์นสัน เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ. 2011

เรื่องย่อ

ขณะที่โดมินิก “ดอม” ทอเร็ตโตถูกส่งตัวไปที่เรือนจำลอมพ็อคด้วยรถบัส มีอา ทอเร็ตโตและไบรอัน โอคอนเนอร์ น้องสาวและเพื่อนของดอมได้ขับรถเข้ามาขัดขวางและทำให้รถบัสคว่ำ จากนั้นก็พาตัวดอมหนีไปที่เมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมืองที่เต็มไปด้วยคนติดอาวุธ และ

ปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ อีกทั้งปัญหาคอร์รัปชันจากทั้งนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หรือแม้แต่ข้าราชการด้วยกันเอง เพื่อไปขอพึ่งวินซ์ เพื่อนเก่าที่ไบรอันเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อครั้งอยู่ที่ลอสแอนเจลิสหลายปีก่อน วินซ์ทาบทามให้ไบรอันกับมีอาทำงานขโมยรถสามคันบนรถไฟ พอถึงวันลง

มือไบรอันและมีอาที่ทำหน้าที่เป็นนกต่อชี้เป้าที่อยู่บนขบวนรถไฟ ลอบเข้าไปยังตู้เป้าหมายที่มีรถ พบว่ารถสามคันดังกล่าวถูกยึดโดยหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (DEA) และกำลังถูกส่งไปยังสถานีตำรวจเมืองรีโอเดจาเนโรเพื่อส่งมอบหลักฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่ DEA โดยสารมาด้วย

สามนายเพื่อคุ้มกันของกลาง เมื่อดอมมาถึงพร้อมกับคนอื่น ๆ ด้วยรถขนย้ายด้านนอก พวกเขาเจาะตู้รถไฟ ระหว่างเตรียมขนย้ายรถของกลาง ดอมได้ยินว่าซีซี หนึ่งในลูกทีมต้องการรถ Ford GT40 ดอมจึงให้มีอาขับรถคันนั้นไป ซีซีไม่พอใจจึงเกิดการโต้เถียงขึ้นแต่สุดท้ายซีซีก็ยินยอม พอมีอาขับเลี้ยวไปอีกทาง ซีซีจึงรู้ตัวว่าถูกหักหลังและต่อสู้กับดอมและไบรอัน ขณะที่สู้กันซีซี

ยิงเจ้าหน้าที่ DEA ที่อยู่บนรถไฟเสียชีวิตทั้งสามนาย ส่วนไบรอันและดอมขับรถหนีออกมาแต่ถูกจับตัวโดยเฮร์แนน เรย์เอส นักค้ายาเสพติดผู้เป็นเจ้าพ่อใหญ่แห่งเมืองรีโอเดจาเนโร เรย์เอสสั่งให้ลูกน้องเค้นถามดอมและไบรอันว่ารถอยู่ไหน แต่ดอมและไบรอันขัดขืนและหนีออกมาได้

ไบรอัน ดอมและมีอาพากันแยกส่วนรถ Ford GT40 เพื่อค้นหาเบาะแสบางอย่าง พวกเขาพบวินซ์ที่ลอบเข้ามาค้นหาชิปคอมพิวเตอร์ชิ้นหนึ่งที่อยู่ในเครื่องเสียงติดรถยนต์ วินซ์ยอมรับว่าตนต้องการชิปนี้เพื่อนำไปขายให้เรย์เอส ดอมซึ่งพบว่าวินซ์พามีอามาเสี่ยงจึงไล่วินซ์ไป ไบรอันนำชิปนั้นไปตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของเรย์เอสทั้งหมด รวมถึงที่เก็บเงินสด 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางการทูต (DSS) ลุค ฮ็อบส์และลูกทีมเดินทางมาที่รีโอเดจาเนโรเพื่อตามจับดอมและไบรอันตามคำสั่งของทางการสหรัฐ พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากเอเลนา เนเวส ตำรวจท้องที่ที่พวกเขาขอตัวมาเพื่อช่วยเรื่อง

ล่ามและความเชี่ยวชาญในพื้นที่ แถมฮ็อบส์ยังสืบประวัติเธอและพบว่าเอเลนาไม่เคยรับสินบนจากใคร ทีมของฮ็อบส์ตามรอยมายังที่ซ่อนของดอม แต่ขณะเดียวกันก็ปะทะกับพวกลูกน้องของเรย์เอสที่ต่างตามมาไล่ล่าพวกดอม หลังจากที่ดอม ไบรอันและมีอาหนีรอดมาได้ ดอมเสนอให้แยกกันหนี แต่มีอาสารภาพว่าตนกำลังท้องกับไบรอัน ทั้งหมดจึงตัดสินใจอยู่ด้วยกันต่อและคิดแผนขโมยเงินของเรย์เอสเพื่อนำไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยดอมตั้งทีมปล้น ประกอบด้วยโรมัน เพียร์ซ, เทจ, ฮาน, จีเซล, เลโอ, ซานโตส และวินซ์

ระหว่างที่พวกดอมกำลังดำเนินงานกันนั้น ฮ็อบส์ที่ไล่ล่าดอมกับพรรคพวกพาลูกทีมเข้ายึดที่กบดานและของกลางคือซากรถเพื่อมาตรวจสอบหาเบาะแสจนพบว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรย์เอส ด้านดอมนำทีมปล้นเงินจากเรย์เอสและเผาเงินทิ้ง ฝ่ายเรย์เอสที่ทราบข่าวว่าถูกพวกดอมปล้นโกรธจัด จึงสั่งการให้ซีซีมือขวาของตน รีบรวบรวมเงินทั้งหมดไปไว้ในตู้นิรภัยที่สถานีตำรวจเมืองรีโอเดจาเนโร ที่ซึ่งเขาได้ติดสินบนพวกตำรวจเอาไว้ทั้งกรม เพื่อกันไม่ให้พวกดอมมาปล้นอีกได้ แต่พวกดอมก็ไม่ลดละ พยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อที่จะเข้าไปเอาเงินให้ได้

ฮ็อบส์และลูกทีมตามมาเจอดอมอีกครั้ง และจับกุมดอม มีอา ไบรอัน และวินซ์ แต่ขณะถูกส่งตัวทั้งหมดถูกลูกน้องของเรย์เอสซุ่มโจมตี ลูกทีมของฮ็อบส์ถูกฆ่าทั้งหมด ส่วนดอมช่วยฮ็อบส์ออกมา แต่ขณะที่หลบหนีวินซ์ถูกยิงและเสียชีวิตกลางทาง พอกลับที่กบดานเดิม ฮ็อบส์และเอเลนาขอร่วมทีมปล้นกับดอมเพื่อล้างแค้นให้ลูกทีมตัวเอง ฮ็อบส์รับเป็นด่านหน้า ใช้รถกันกระสุนของตัวเองบุกฝ่าเข้าไปในสถานีตำรวจ ส่วนดอมและไบรอันขับรถตามเข้าไปขโมยตู้นิรภัย ทั้งสองขับรถลากตู้นิรภัยไปตามถนนในเมืองรีโอเดจาเนโรจนมาถึงกลางสะพาน ดอมตัดสินใจระเบิดสายตะขอของไบรอันออกจากตู้นิรภัย เพื่อให้ไบรอันหนีไปและใช้รถตัวเองกับตู้นิรภัยเป็นอาวุธสู้กับตำรวจและลูกน้องของเรย์เอส หลังจัดการเรย์เอสพร้อมลูกน้องได้ ซีซีที่บาดเจ็บพยายามจะฆ่าดอม แต่ถูกไบรอันที่กลับรถตามมาช่วยทันยิงจนเสียชีวิต จากนั้นฮ็อบส์ที่ตามมายิงเรย์เอสที่ได้รับบาดเจ็บหนักจนเสียชีวิตอีกคน ฮ็อบส์ตัดสินใจไม่จับดอมและไบรอัน แต่ให้เวลา 24 ชั่วโมงเพื่อหลบหนีไปโดยต้องทิ้งตู้นิรภัยไว้ที่นี่ ดอมและไบรอันจึงหนีไป ต่อมาฮ็อบส์พบว่าตู้นิรภัยที่ทั้งสองลากมาเป็นตู้นิรภัยเปล่า ส่วนของจริงถูกสับเปลี่ยนก่อนหน้านี้ ดอมกับไบรอันพอมาสมทบกับเพื่อน ๆ เปิดตู้นิรภัยใบนั้นแล้วนำเงินมาแบ่งเท่ากันทุก ๆ คนรวมถึงวินซ์ที่เสียชีวิตด้วย สุดท้ายเอเลน่าตัดสินใจขอลาออกจากตำรวจ และหันมาคบกับดอมอย่างจริงจัง หลังจากที่เธอสืบที่อยู่ของดอมจนพบ พร้อมกับย้ายไปอยู่กินกับดอมเยี่ยงสามี-ภรรยาอีกด้วย

วันหนึ่งดอมและเอเลนามาเยี่ยมไบรอันและมีอา โดยไบรอันขอท้าดอมแข่งรถเพื่อพิสูจน์ว่าใครเก่งกว่ากัน

ในฉากหลังเครดิต ฮ็อบส์ได้รับไฟล์ข้อมูลเกี่ยวกับการจารกรรมขบวนรถทหารในเบอร์ลิน จากฟูเอนเตส เพื่อนร่วมงานสาว เขาพบภาพของเลตตี โอติซ แฟนเก่าของดอมซึ่งเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว และตอนนี้เธออยู่ร่วมทีมที่จารกรรมขบวนรถทหารนั้น