บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัว 1.155% หลังร่วงช่วงแรก ขานรับเฟดย้ำตรึงดอกเบี้ยต่ำ

บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัว 1.155% หลังร่วงช่วงแรก ขานรับเฟดย้ำตรึงดอกเบี้ยต่ำ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังจากร่วงลงในช่วงแรก จากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ย้ำว่า เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน

ณ เวลา 00.04 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 1.155% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.934%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

ทั้งนี้ นายพาวเวลกล่าวสุนทรพจน์ในงานเสวนาของสมาคมเศรษฐกิจแห่งนิวยอร์กวานนี้ว่า เฟดต้องการเห็นตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์มูลค่า 1.20 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน พร้อมกับย้ำว่า เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ระดับ 793,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 760,000 ราย แต่ต่ำกว่าระดับ 812,000 รายที่มีการรายงานในสัปดาห์ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลง 145,000 ราย สู่ระดับ 4.54 ล้านราย หลังจากที่พุ่งแตะระดับ 24.9 ล้านรายในช่วงต้นเดือนพ.ค.2563 โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งทำให้มีการปิดเศรษฐกิจ และปลดพนักงานจำนวนมาก ufabet

ทำความรู้จักกับ Bond Yield
          Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เป็นผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดหวังจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอายุต่างๆ สำหรับ Bond Yield ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจคือ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury Yield)
ไขข้อสงสัยทำไมตลาดหุ้นปรับตัวลง เมื่อ Bond Yield เพิ่มสูงขึ้น
            เมื่อ Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ ความกังวลของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรุนแรง โดยก่อนที่ Bond Yield จะทำจุดสูงสุดในรอบ 7 ปี นักลงทุนคาดการณ์กันว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2561 เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง แต่เมื่อ Bond Yield ทำ New High นักลงทุนเริ่มมองกันว่า ในปีนี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 4 ครั้ง
            สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น หากอัตราดอกเบี้ยค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น เพราะเศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ดี กรณีนี้ถือว่า เป็นข่าวบวกสำหรับนักลงทุน แต่เมื่อไรที่อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แทนที่จะสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี จะเป็นตัวบั่นทอนการขยายตัวของกำไรบริษัทต่างๆ เพราะต้นทุนในการกู้ยืมเพื่อทำธุรกิจจะสูงขึ้น
            นอกจากนี้ ในสายตาของนักลงทุน เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จะทำให้ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนตราสารหนี้สูงขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น หากการลงทุนหุ้นยังให้ผลตอบแทนโดยรวมไม่ต่างจากเดิม แต่การลงทุนตราสารหนี้กลับมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จึงทำให้เสน่ห์หรือความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้นลดลงไป
            สิ่งที่นักลงทุนควรทำเพื่อรับมือกับสถานการณ์ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น คือ ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่า การปรับเพิ่มขึ้นของ Bond Yield จะส่งผลกระทบทางลบกับกำไรของบริษัทจดทะเบียนหรือไม่ โดยหากกำไรของบริษัทฯ ยังมีทิศทางขยายตัวในระดับที่ไม่แตกต่างจากเดิม หรือมากขึ้นจากเดิม การเพิ่มขึ้นของ Bond Yield ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล แต่เป็นตัวสะท้อนว่า เศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี
ตราสารหนี้ก็ได้รับผลกระทบจาก Bond Yield ด้วยเช่นกัน
            Bond Yield ที่สูงขึ้น นอกจากจะส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นแล้ว ยังมีผลกับราคาตราสารหนี้อีกด้วย โดยปกติแล้ว อัตราดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้เคลื่อนไหวสวนทางกับราคาตราสารหนี้ เมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ตราสารหนี้ที่มีอยู่เดิมมีความน่าสนใจน้อยกว่าตราสารหนี้ที่ออกใหม่ เพราะตราสารหนี้ที่ออกใหม่ให้ดอกเบี้ยที่ดีขึ้นจากเดิม ดังนั้นราคาของตราสารหนี้ฉบับเดิมจึงปรับลดลง
            นอกจากนี้ เมื่อ Bond Yield ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลของประเทศต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นตาม (เพื่อป้องกันไม่ให้เงินลงทุนไหลออกจากประเทศของตนเองไปยังสหรัฐฯ) ส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้ต่างๆ ปรับลดลง
            เมื่ออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลของไทยสูงขึ้นตาม Bond Yield ของสหรัฐฯ ราคาของตราสารหนี้ของไทยที่ซื้อขายกันในตลาดตราสารหนี้จึงปรับตัวลดลง ผู้ที่ลงทุนกองทุนตราสารหนี้จึงมีโอกาสพบกับสถานการณ์ที่ราคา NAV ของกองทุนปรับตัวลงในช่วงที่ Bond Yield สูงขึ้น แต่เมื่อลงทุนไประยะหนึ่งซึ่งกองทุนได้รับดอกเบี้ยจากการลงทุนตราสารหนี้เข้ามา จะช่วยให้ผลตอบแทนโดยรวมของกองทุนกลับมาเป็นบวกได้ ดังนั้นผู้ที่ลงทุนกองทุนตราสารหนี้ จึงไม่ควรตกใจหรือรีบเทขายกองทุน เมื่อ Bond Yield ปรับเพิ่มสูงขึ้น
          คำว่า “Bond Yield” ดูจะเป็นคำศัพท์ที่ใหม่สำหรับนักลงทุนหลายๆ คน  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากในการศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อช่วยให้เราลงทุนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น K-Expert เชื่อว่า ในโลกของการลงทุนจะมีเครื่องมือทางการเงิน สถานการณ์ใหม่ๆ ที่นักลงทุนไม่คุ้นเคยเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงอย่างหุ้น หรือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ การทำความเข้าใจสิ่งที่เราลงทุน และสถานการณ์การลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคนค่ะ

แนวโน้มดัชนีเช้าผันผวน ตลาดเอเชียปิดแต่มีแรงหนุนจากตปท.-หุ้น OR เข้าเทรด

หุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าผันผวน หลายตลาดเอเชียปิดแต่มีแรงหนุนจากตปท.-หุ้น OR เข้าเทรด

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวผันผวน จากการที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ปิดทำการในเทศกาลตรุษจีน และเป็นช่วงวันทำการสุดท้ายก่อนตลาดหุ้นไทยจะปิดในวันหยุดพิเศษพรุ่งนี้ (12 ก.พ.) ทำให้ทิศทางของตลาดอาจจะซึมได้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น และการถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อ อีกทั้งยังมีความคาดหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นสหรัฐฯมากขึ้น และวันนี้ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นขนาดใหญ่ที่เข้าซื้อขายในตลาดวันแรก คือ บมจ.ปตท.น้ำมันและค้าปลีก (OR) ซึ่งมีมูลค่าตลาดใหญ่ราว 2 แสนล้านบาท ที่จะเข้ามาเป็นปัจจัยหนุนให้กับตลาดหุ้นไทยได้ส่วนหนึ่ง แม้ว่าเมื่อวานนี้ดัชนีจะปรับลดลงมาเล็กน้อย แต่ยังไม่หลุดระดับแนวรับที่ 1,510 จุด ซึ่งยังเป็นมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นได้ต่อ และให้แนวต้านที่ 1,530 จุด ufa

หุ้น’OR’ เปิด 26.50 บาท เหนือจอง 47%

ราคาหุ้นบริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ ORเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้(11 ก.พ.) เป็นวันแรก โดยเปิดตลาดที่ 26.50 บาท สูงกว่าราคาจอง 8.50 บาท หรือ 47% มูลค่าการซื้อขายทะลัก 1}370 ล้านบาท

ขณะที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดว่าหุ้น ORจะสามารถยืนเหนือจองได้ และแนะนำให้ลงทุนระยะยาว เพราะเป็นหุ้นที่พื้นฐานดี

OR ขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือ ไอพีโอ จำนวน 2,610 ล้านหุ้น รวมกรีนชูอีก 390 ล้านหุ้น รวมเป็น 3,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 18 บาท โดยจัดสรรให้รายย่อย 1,036.94 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศไทย 1,213.05 ล้านหุ้น นักลงทุนสถาบันที่จองซื้อในต่างประเทศ 450 ล้านหุ้น และ ผู้ถือหุ้นเดิมปตท.อีก 300 ล้านหุ้น

จากรูปแบบการจัดสรรหุ้นให้แก่รายย่อย ที่ใช้วิธี Small lot first ที่จะจัดสรรหุ้นให้นักลงทุนที่จองหุ้นผ่าน 3 ธนาคารที่ร่วมจัดจำหน่าย คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และ ธนาคารกสิกรไทย ที่เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 25 ม.ค.-เวลา 12.00 น. ของวันที่ 2 ก.พ. 2564 ปรากฎว่า มีการจองซื้อเข้ามากว่า 530,000 รายการ และนักลงทุนรายย่อยได้หุ้น ORเฉลี่ยรายละ 4,500 หุ้น

ในตลาดทางการเงิน หุ้น เป็นหน่วยที่ใช้กับกองทุนรวม ห้างหุ้นส่วนจำกัด และความไว้วางใจในการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของหุ้นในบริษัทเป็นผู้ถือหุ้น(หรือหุ้นส่วน)ของบริษัท หุ้นเป็นหน่วยทุนที่แบ่งแยกไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์การเป็นเจ้าของร่วมกันระหว่างบริษัทและผู้ถือหุ้น ค่าที่เป็นตัวเงินของหุ้นคือมูลค่าที่ตราไว้ และทั้งหมดของมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นที่ออกแสดงให้เห็นถึงทุนของบริษัท ซึ่งอาจจะไม่สะท้อนมูลค่าตลาดของหุ้นเหล่านั้น

รายได้ที่ได้รับจากการเป็นเจ้าของหุ้นคือเงินปันผล กระบวนการของการสั่งซื้อและขายหุ้นมักจะเกี่ยวข้องกับการผ่านนายหน้าซื้อขายหุ้น(โบรกเกอร์) ในฐานะที่เป็นคนกลาง หุ้นมีหลายประเภท เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นโบนัส หุ้นที่ถูกต้อง และหุ้นแผนทางเลือกหุ้นลูกจ้าง

Flagship ของกลุ่มปตท.

โออาร์ เป็นบริษัทแกนนำ (Flagship) ของกลุ่มปตท. ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้ง เป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกและตลาดพาณิชย์ สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในประเทศ โดยออกแบบและบริหารจัดการธุรกิจอย่างผสมผสาน เติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค

พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลและยั่งยืน ผ่านสถานีบริการน้ำมัน PTT Station กว่า 1,900 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) ด้วยส่วนแบ่งการตลาดถึง 38.9% เมื่อพิจารณาจากปริมาณการขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดย Wood Mackenzie)

ร้านกาแฟ Café Amazon สาขามากสุด

นอกจากนี้ โออาร์ ยังดำเนินธุรกิจร้านกาแฟ Café Amazon ที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศไทยกว่า 3,100 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) และยังเป็นแบรนด์ร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากเป็นอันดับ 6 ของโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดย Euromonitor)

รวมถึงได้รับสิทธิอนุญาตแต่ผู้เดียวในประเทศไทยในการดำเนินธุรกิจร้านค้าภายใต้แบรนด์ “เท็กซัส ชิคเก้น” (Texas Chicken) และได้รับสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ของธุรกิจอาหารแบรนด์ “ฮั่วเซ่งฮงติ่มซำ” (Hua Seng Hong Dim Sum) รวมทั้งยังมีพันธมิตรธุรกิจทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยชั้นนำอีกมากมาย

นิกเกอิปิดเช้าบวก 25.55 จุด ขานรับผลประกอบการแกร่ง

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิปิดเช้าบวก 25.55 จุด ขานรับผลประกอบการแกร่ง

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่การซื้อขายเพื่อไล่ราคาขึ้นนั้นเป็นไปอย่างระมัดระวัง หลังจากดัชนีนิกเกอิปิดตลาดวานนี้ที่ระดับนิวไฮในรอบ 30 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 29,531.48 จุด เพิ่มขึ้น 25.55 จุด หรือ +0.09%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง, กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง ufa

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

เดิมทีตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมีให้เทรดกันมากกว่า 10 ตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ ตลาดหุ้น Tokyo, Osaka, Fukuoka, Jasdaq เป็นต้น ซึ่งภายหลังมีการควบรวมกันระหว่าง Tokyo Stock Exchange กับ Osaka Securities Exchange ทำให้เกิดเป็น JPX ที่ได้รับการยืนยันจาก Statista แล้วว่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และจากเหตุผลข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความสำคัญในแง่ของการประเมินภาพรวมของสภาวะการลงทุน ไม่ใช่เพราะว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่สำคัญตรงที่ “ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” มันจึงถูกใช้เป็นดัชนีเพื่อประเมินสุขภาพการลงทุนของทั้งเอเชีย โดยจะพิจารณาผ่าน “ดัชนีนิเคอิ” ไอเดียคร่าวๆ ของการประเมินจะเป็นลักษณะนี้

  • ถ้าดัชนีนิเคอิ “ปิดบวก” ก็หมายความว่า ตลาดหุ้นเอเชียสดใส ซึ่งถ้าหุ้นสหรัฐ, ยุโรป ‘ปิดลบ’ ก็อาจหมายถึง กระแสเงินวิ่งหนีตายจากอเมริกามายังตลาดหุ้นเอเชีย เป็นต้น
  • ถ้าเกิดข่าวร้ายในเอเชีย เช่น เกิดระเบิด, ก่อการร้ายในประเทศจีน-ญี่ปุ่น หรือสถานที่ลงทุนสำคัญๆ ในเอเชีย นักลงทุนจะพิจารณา “ดัชนีนิเคอิ” ก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าราคาของดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 เกิด ‘ปิดลบ’ ก็ชัดเจนว่า นี่เป็นข่าวที่กระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียจริงๆ แต่ถ้านิเคอิไม่ได้ลบแรงหรือแทบไม่ขยับเลย ก็แปลว่า ข่าวนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร

จะเห็นว่า ถ้าพูดลอยๆ ว่า ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ นักลงทุนจะคิดถึง “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ไม่ใช่ตัวตลาด JPX เหตุผลว่าทำไม “ดัชนีนิเคอิมีความสำคัญกว่า” นั้นจะได้อธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาด JPX จะมีอธิบายในหัวข้อท้ายๆ

ข้อดีของการลงทุนดัชนีนิเคอิ

สำหรับนักเทรดชาวไทย สิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของการเทรดนิเคอิ คือ พฤติกรรมของดัชนีนิเคอิเอง โดยหากบรรยากาศของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกำลังเป็นไปอย่างคึกคัก มีโอกาสสูงมากที่จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Nikkei 225 Index

ความหมายก็คือเราสามารถประเมินดัชนีนิเคอิได้จากบรรยากาศของคนในตลาดหุ้นไทย ทำให้เราได้เปรียบนักลงทุนในอเมริกาหรือยุโรป และในแง่ของการกระจายการลงทุน เมื่อตลาดหุ้นไทยดี เราก็อาจจะกระจายไปลงทุนดัชนีนิเคอิได้ด้วย แต่ที่เหนือกว่า คือ ดัชนีนิเคอิจะมีสภาพคล่องสูงกว่ามาก และมีความผันผวนที่พอเหมาะมากกว่า ทำให้เราคำนวณ Stop Loss ได้ง่าย (ศึกษาเพิ่มเติมที่บทความ Stop Loss คืออะไร) และสามารถเทรดทำรอบได้มากกว่าตลาดหุ้นไทย

อีกทั้งยังมีเรื่องของ QE ที่ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงอัดฉีดเงินเข้าระบบ ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินส่วนเกินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่ตลอด และในทางกลยุทธ์ ดัชนีนิเคอิ มีการพักตัวเพียงระยะเวลาสั้นๆ และมี Pattern การกลับตัวที่สามารถมองเห็นได้ง่าย (เมื่อเทียบกับตลาดอื่น) ทำให้นักลงทุนที่เน้น “ซื้อและถือ” มีโอกาสขาดทุนน้อยกว่าตลาดหุ้นโหด ๆ ของประเทศอื่น

เริ่มต้นเทรด ดัชนีนิเคอิ ได้อย่างไร?

หัวข้อนี้จะเกี่ยวกับวิธีการเล่นดัชนีนิเคอิในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งคุณสามารถ เปิดบัญชีทดลองเพื่อรับรหัสผ่านในการเข้าเล่นได้ทันที ไม่ได้บังคับต้องเติมเงินจริงๆ เข้าไปลงทุน สามารถฝึกฝนก่อนได้ จะอธิบายพื้นฐานปุ่มต่างๆ และการเปิดหาดัชนีนิเคอิ (ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ หรือกลยุทธ์ จะอยู่ในหัวข้อถัดไปอีก)

  • วิธีการเปิดหาดัชนีนิเคอิใน MT5
  • วิธีเปิดคำสั่ง Buy-Sell ดัชนีนิเคอิ ใน MT5

ปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ

ต้องเข้าใจก่อนว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาวะ “เงินฝืด” ต่อเนื่องและยาวนาน  และ “โยชิฮิเดะ สุงะ” (Yoshihide Suga) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ‘ชินโซ อาเบะ’ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2020 ที่ผ่านมา ได้ให้คำมั่นอย่างชัดแจ้งแล้วว่า จะมีการสานต่อนโยบายของ Abe อย่างแข็งขัน

ฉะนั้น ประเด็นหลักของปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ จะเป็นลักษณะเฉพาะของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเอง นโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงนโยบายด้านการคลังของรัฐบาล โดยจะแบ่งอธิบายดังนี้คือ

  • ความสัมพันธ์ค่าเงินเยน (JPY) กับดัชนีนิเคอิ
  • นโยบายการเงินของ BOJ

ฮั่งเส็งเปิดบวก 191.59 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

หุ้นฮ่องกง : ฮั่งเส็งเปิดบวก 191.59 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (4 ก.พ.) ขานรับข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐจะเร่งผลักดันให้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในไม่ช้านี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ 29,305.09 จุด เพิ่มขึ้น 191.59 จุด หรือ +0.66% ufa

ดัชนีหลักทรัพย์ฮั่งเส็ง หรือ Hang Seng Index (HSI) คืออะไร

ดัชนีหลักทรัพย์ฮั่งเส็ง หรือ Hang Seng Index (HSI) คือดัชนีหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของโลก ดัชนีหลักทรัพย์ฮั่งเส็ง (HSI) ประกอบไปด้วยหุ้น 50 ตัวที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และประกอบด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลักได้แก่ การเงิน อสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมและการค้า และสาธารณูปโภค โดยกว่าร้อยละ 50 ของสมาชิกในดัชนีเป็นบริษัทที่มาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

HSI น่าลงทุนอย่างไร

ฮ่องกงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินของทวีปเอเชียซึ่งเชื่อมต่อการค้าขายระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศอื่นๆ ด้วยเหตุนี้เองฮ่องกงจึงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในระดับโลกอยู่เป็นประจำ เช่น สงครามค่าเงิน การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน  รวมถึงเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองภายใน เป็นต้น โดยเหตุการณ์เหล่านี้มีผลต่อความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และดัชนีหลักทรัพย์ HSI และความผันผวนนี่เองที่เป็นตัวสร้างโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรจากการขึ้นลงของระดับดัชนี ทั้งนี้ดัชนี HSI มีค่าความผันผวนที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีอื่นๆ ร่วมถึงดัชนี SET50 ด้วย

อีกทั้งดัชนี HSI ยังประกอบไปด้วยประเภทธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายมากกว่าดัชนี SET50 เช่น ธนาคารระดับโลก HSBC บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ Tencent และบริษัทประกัน AIA เป็นต้น

HSI DW ทางเลือกใหม่ของการลงทุน

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อ้างอิงดัชนี HSI (HSI DW) นั้น นักลงทุนสามารถเก็งกำไรจากทิศทางการเคลื่อนไหวของ HSI ผ่าน HSI DW ได้ โดยสามารถส่งคำสั่งซื้อขาย HSI DW ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยใช้บัญชีการซื้อขายเดียวกับบัญชีการซื้อขายหุ้น หรือ DW ได้ และค่าซื้อขาย ร่วมถึงการรับชำระเงินสดส่วนต่างเป็นเงินบาท

นอกจากนั้น HSI DW ยังมีทั้งประเภท Call และ Put เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งการซื้อขาย DW จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนของการลงทุนไม่ว่านักลงทุนจะมีมุมมองในการซื้อขายในระยะสั้น หรือระยะยาวเพราะ DW เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราทด

ราคาของ HSI DW

ราคาของ HSI DW จะเคลื่อนไหวตามราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี HSI (HSI Futures) ที่ซื้อขายใน Hong Kong Futures Exchange (HKFE)  นักลงทุนสามารถดู ตารางราคาของ HSI DW และ ราคา HSI Futures ได้ที่ www.thaidw.com  อย่างไรก็ตาม ตารางราคาของ HSI DW อาจมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างวันเนื่องจากความผันผวนและอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท-ฮ่องกงดอลลาร์

ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

  1. ทำไมถึงเลือกลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
    • ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเป็นช่องทางในการระดมเงินทุนจากต่างประเทศเพื่อนำไปลงทุนในประเทศจีน โดยหุ้นของบริษัทในประเทศจีน นั้นจะจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในรูปแบบ H-Shares โดยได้รับอนุญาตจาก China Securities Regulatory Commission
    • ดัชนี Hang Seng เป็นดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ประเทศฮ่องกงซึ่งเป็นดัชนีสำคัญระดับโลก
    • ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเป็นตลาดหนึ่งในสิบที่ดีที่สุดด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
    • ประเทศฮ่องกงเป็นแหล่งที่ตั้งของธนาคาร และสถาบันการเงินที่สำคัญมากมาย
  2. หลักทรัพย์ในตลาดประเทศจีนมี 3 ประเภท

    A shares

    • หลักทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หลักของประเทศจีน คือ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ หรือ ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น โดยซื้อขายด้วยเงินสกุลหยวน ซึ่งนักลงทุนต่างชาติไม่สามารถทำการซื้อขายได้

     

    B shares

    • หลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายด้วยเงินตราต่างประเทศ
    • ใช้ดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และใช้ฮ่องกงดอลลาร์ในการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นเซินเจิ้น ซึ่งนักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้
    • มีสภาพคล่องต่ำ

     

    H shares

    • หลักทรัพย์ของบริษัทประเทศจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
    • ซื้อขายด้วยฮ่องกงดอลลาร์
    • เป็นหลักทรัพย์ของบริษัทที่ดำเนินงานในจีนแผ่นดินใหญ่
    • มีสัดส่วนจำนวนหุ้นประมาณ 10% ของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง แต่มีมูลค่าทางตลาดมากกว่า 50%
    • นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในบริษัทของประเทศจีน เช่น กองทุนต่างๆ จะลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทนี้

     

  3. การซื้อขายหลักทรัพย์

    นักลงทุนต้องทำการเปิดบัญชีหลักกับ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (Finansia) จากนั้น นักลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange : SEHK) ผ่านทางระบบ GT Live หรือ ผ่านทางเจ้าหน้าที่การตลาดของ บริษัทฯ

ฟุตซี่ปิดลบ 8.83 จุด ถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์

หุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดลบ 8.83 จุด ถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ แต่ตลาดปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความหวังว่าการฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ในวงกว้างจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น และการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนของอังกฤษช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,507.82 จุด ลดลง 8.83 จุด หรือ -0.14%

ตลาดปรับตัวลง โดยถูกกดดันจากหุ้นแกล็คโซ่สมิธไคลน์ซึ่งร่วงลง 6.3% หลังบริษัทเตือนว่า ผลประกอบการในปีนี้จะลดลงเกินคาด เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจเฮลธ์แคร์ในด้านต่างๆ

หุ้นแอสตร้าเซนเนก้า, หุ้นสมิธ แอนด์ เนฟิว และหุ้นฮิคมา ฟาร์มาซูติคอลส์ ถ่วงตลาดลงด้วย

นอกจากนี้ ตลาดถูกกดดันจากผลสำรวจที่บ่งชี้ว่า การล็อกดาวน์ประเทศรอบที่ 3 ทำให้เศรษฐกิจอังกฤษมีแนวโน้มหดตัวรุนแรงในช่วงต้นปีนี้ ufa

FTSE 100 : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเทรดดัชนีตลาดหุ้นอังกฤษ

คุณรู้หรือไม่ว่า? ในปี 1984 มีการร่วมมือกันระหว่างหนังสือพิมพ์ Financial Times กับตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (ตลาดหุ้นอังกฤษ) เพื่อที่จะจัดสร้างดัชนีเพื่อบ่งชี้ ‘สภาวะการลงทุน’ ของประเทศอังกฤษ ความร่วมมือดังกล่าวทำให้เกิดเป็นบริษัทใหม่ คือ FTSE Group (Financial Times and Stock Exchange Group) จนสุดท้ายกลายเป็นผู้ให้บริการข้อมูลดัชนีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอังกฤษ โดยดัชนีที่ใช้อธิบายสภาวะการลงทุนและอ้างอิงกับผลตอบแทนของตลาดหุ้นอังกฤษดังกล่าวนั้น มีชื่อว่า FTSE 100 Index

FTSE 100 Index : ดัชนีหุ้นอังกฤษ

FTSE 100 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Footsie เป็นดัชนีตลาดหุ้นที่คำนวณจากหุ้นของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรกตามมูลค่าตลาดในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) ดัชนีดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ FTSE Group โดยจะอัปเดตราคาทุกๆ 15 วินาที ไปตลอดชั่วโมงการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ซึ่งเปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 16.30 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 จะมีความคล้ายคลึงกับดัชนีในตลาดหุ้นอเมริกา เช่น S&P 500, Dow Jones 30 ซึ่งจะคำนวณราคาของดัชนีจากมูลค่าตลาดของบริษัทที่นำมาเป็นส่วนประกอบในดัชนี

  • เมื่อใดที่ดัชนีเพิ่มสูงขึ้น ย่อมหมายถึง มูลค่าโดยรวมของบริษัทในดัชนีเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่จำเป็นที่ทุกบริษัทในดัชนีจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
  • เมื่อใดที่ดัชนีลดต่ำลง ย่อมหมายถึง มูลค่าโดยรวมของบริษัทในดัชนีลดถอยลงเช่นกัน แต่ก็ไม่จำเป็นที่ทุกบริษัทในดัชนีจะมีมูลค่าลดลงเช่นกัน

วิธีการใช้โปรแกรมดูกราฟตลาดหุ้นอังกฤษ FTSE 100 Index

สำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนหลายๆ คน ที่ต้องการมองเห็นภาพรวมของตลาดหุ้นอังกฤษ FTSE 100 ได้แบบเร็วๆ จะเห็นว่า การเข้าไปพิจารณาราคาหุ้นของแต่ละ 100 บริษัท เป็นเรื่องยุ่งยากมาก ดังนั้น เทรดเดอร์และนักลงทุนหลายคนจึงเลือกวิธีที่เรียบง่าย นั่นคือการดูกราฟดัชนี FTSE100 แทน ซึ่งมันถูกคำนวณจากราคาหุ้นของทุกบริษัทที่อยู่ใน 100 อันดับในดัชนี

คุณสามารถกราฟราคานี้ได้อย่างง่ายดายโดยการดาวน์โหลด แพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่ให้บริการโดย Admiral Markets จากประเทศอังกฤษ โดยหลังจากที่คุณดาวน์โหลดเสร็จแล้ว คุณจะสามารถดูกราฟราคาย้อนหลังได้ และสามารถเลือกเทรดบนสินทรัพย์ที่หลากหลายประเภทได้ การดาวน์โหลดแพลตฟอร์มที่จะยิ่งประโยชน์อย่างมากในบทถัดไป ที่เราจะค่อยๆ เดินหน้าไปทีละขั้นตอนสำหรับวิธีการเทรดดัชนี FTSE100 รวมถึงหุ้นของบริษัทอื่นๆ ที่ถูกคำนวณไว้ในดัชนี

ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นอังกฤษและ UK FTSE 100 Index

มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาด FTSE100 แต่ปัจจัยหลักที่สำคัญ 2 อย่างได้แก่ เศรษฐกิจและการเมือง

โดยหากอยู่ในช่วงเวลาเศรษฐกิจกำลังเติบโต ตลาดหุ้นมักจะเคลื่อนไหวสอดรับไปในทิศทางที่สูงขึ้น เหตุผลก็คือ สภาพแวดล้อมดังกล่าวจะทำให้มีการจ้างงานที่มากขึ้น เกิดการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากขึ้น และบริษัทก็มีกำไรมากยิ่งขึ้น

ถ้าบริษัทเริ่มมีกำไร นักลงทุนก็มักจะซื้อหุ้นในบริษัทเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น

ดังนั้น นักลงทุนให้ความสำคัญกับข้อมูลทางเศรษฐกิจ เช่น

  • รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ
  • ตัวเลขการจ้างงาน
  • นโยบายของธนาคารกลางเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
  • ยอดค้าปลีกและตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภค
  • การเคลื่อนไหวของสกุลเงิน และปัจจัยอื่นๆ

ทำไมต้องเทรด FTSE100 Index กับ Admiral Markets?

ถ้าคุณเทรด FTSE100 กับ Admiral Markets คุณจะสามารถ

  • สามารถใช้ Leverage ได้สูงสุดถึง 1:500 สำหรับลูกค้าที่ในระดับมืออาชีพ และลูกค้ารายย่อยทั่วไป จะสามารถใช้ได้สูงสุด 1:30 ความหมายของ Leverage ก็คือ คุณสามารถเทรดสัญญาขนาดใหญ่ด้วยจำนวนเงินฝากที่น้อย คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงในการใช้ Leverage ได้ในบทความ “Leverage คืออะไรในการเทรด Forex”
  • เทรดกับบริษัทที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดจากองค์กรกำกับดูแลจากประเทศอังกฤษอย่าง Financial Conduct Authority, ที่ออสเตรเลีย Australian Securities and Investments Commission และจากองค์กร Cyprus Securities and Exchange Commission and the Estonian Financial Supervision Authority.
  • เข้าถึงแพลตฟอร์มการเทรดที่รวดเร็วและได้รับความนิยมสูงสุด MetaTrader ใช้ได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ PC, Mac, Android และ iOS
  • ได้รับการปกป้องบัญชีจากนโยบายการป้องกันบัญชีติดลบ ส่งผลในเชิงบวกต่อสุขภาพจิตใจ
  • เทรด FTSE100 แบบ ฟรีค่าคอมมิชชัน!

นิกเกอิเปิดบวก 116.43 จุด จากการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐ

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดบวก 116.43 จุด จากการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ และยังได้แรงหนุนจากการที่บริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นเปิดเผยผลประกอบการที่ฟื้นตัวขึ้น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ 28,207.48 จุด เพิ่มขึ้น 116.43 จุด หรือ +0.41%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก และกลุ่มขนส่งทางบก ขณะที่หุ้นลบนำโดยกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มเวชภัณฑ์ ufa

ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE)

นอกเหนือจากเงินกู้จากสถาบันการเงิน ถ้าพูดถึงแหล่งระดมเงินทุนระยะยาว ที่ผู้ประกอบการสามารถแสวงหาเพื่อนำไปใช้ในการก่อตั้งหรือขยายกิจการแล้ว คงหลีกไม่พ้นที่ต้องพูดถึง ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นตลาดทุนที่สำคัญของประเทศ

ตลาดหลักทรัพย์มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจส่วนรวมของแต่ละประเทศ  สำหรับตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) มีชื่อย่อเรียกว่า TSE ไม่เพียงเป็นตลาดหลักทรัพย์ศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย โดยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มเปิดดำเนินการซื้อขายเป็นทางการครั้งแรกขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมในปีเดียวกันโดยทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่หนึ่ง (First Section) เท่านั้น ทั้งนี้การซื้อขายหลักทรัพย์จะเป็นไปตามลำดับของราคาและเวลาที่ดีที่สุด (Price and Time Priority) ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวก็ได้เปิดทำการซื้อขายในส่วนกระดานที่สอง (Second Section) ขึ้น ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้มีการซื้อขายได้ทั้งหมด 4 ส่วน ดังนี้

  1. ส่วนกระดานที่หนึ่ง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ประสบความสำเร็จมาก และมีปริมาณการซื้อขายสูง หรือ ที่เรียกกันว่า หลักทรัพย์ Blue chips นั่นเอง
  2. ส่วนกระดานที่สอง สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดเล็ก และมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำ
  3. ส่วนกระดานต่างประเทศ (Foreign Section) ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเริ่มเปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นของบริษัทต่างชาติในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2516
  4. ส่วนกระดานแม่ (Mothers Section) เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตและพึ่งเกิดขึ้นใหม่ โดยเริ่มเปิดทำการซื้อขายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2542

สำหรับหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวนั้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารอนุพันธ์ โดยตลาดหลักทรัพย์โตเกียวได้จัดทำดัชนี TOPIX ขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2512 เพื่อทดแทนดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวประกาศหยุดใช้ ทั้งนี้ดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมซึ่งมีการคำนวณเหมือนกับการคำนวณดัชนีราคาหุ้นดาวน์โจนส์ (Dow formula-based average) ยังคงมีการใช้อยู่จนถึงปัจจุบันโดยหนังสือพิมพ์ชื่อดังทางการเงินที่เรียกว่า Nihon Keizai Shinbun เป็นผู้รับช่วงต่อ และปัจจุบันดัชนีราคาหลักทรัพย์เฉลี่ยเดิมนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า Nikkei Average

สำหรับดัชนี TOPIX ที่ตั้งขึ้นใหม่สามารถเป็นตัวแทนราคาหลักทรัพย์ที่แท้จริงของตลาดได้ ทั้งนี้เพราะคำนวณจากมูลค่าราคาตลาดจริงของหลักทรัพย์ทั้งหมดในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาด ซึ่งแตกต่างจาก Nikkei Average ที่คำนวณจากราคาเฉลี่ยตามทฤษฎีของหลักทรัพย์เพียงแค่ 225 หลักทรัพย์ในส่วนกระดานที่หนึ่งของตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ดัชนี TOPIX ยังแสดงค่าเป็นจุด (Point) ซึ่งเหมาะสมกว่า Nikkei Average ซึ่งแสดงค่าเป็นเงินเยน (Yen)

สำหรับบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีดังนี้

  1. เป็นแหล่งระดมเงินทุนที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น โดยทำให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนจากผู้ออมไปยังผู้ที่ต้องการเงินทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
  2. เป็นตลาดรองที่กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนระหว่างนักลงทุนด้วยกันเอง
  3. ให้การบริการที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่นักลงทุน และผู้ออกหลักทรัพย์
  4. กำหนดนโยบายในการดูแลให้การซื้อขายมีสภาพคล่อง ในราคาที่ถูกต้องและสมเหตุสมผล
  5. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจ รวมถึงราคาหลักทรัพย์ในตลาด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุน
  6. เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงด้านการลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ทั่วโลก

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวมีนโยบายส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในด้านการลงทุน และยังได้เปิดโถงนิทรรศการ ระเบียงข้อมูล ศูนย์การตลาดและการสื่อสาร ห้องจัดแสดงภาพ และพิพิธภัณฑ์ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเพื่อให้นักลงทุนผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าตลาดหลักทรัพย์โตเกียวไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งระดมเงินทุนที่มีความมุ่งมั่นในการที่จะเป็นตลาดทุนที่มีประสิทธิภาพของประเทศญี่ปุ่น แต่ยังได้ขยายการดำเนินงานโดยมุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียและของโลก โดยได้เปิดสำนักงานตัวแทนที่นิวยอร์ก ลอนดอน และสิงค์โปร์

                       ถ้าผู้อ่านมีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นและมีความประสงค์ที่จะไปเยี่ยมชมตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ก็สามารถติดต่อได้ที่

Public Relations Group
Tokyo Stock Exchange, Inc.
2-1 Nihombashi Kabutocho, Chuo-ku Tokyo 103-8220
Tel: 81-3-3665-1881
Fax: 81-3-3662-0547

Website: www.tse.or.jp

ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเปิดให้เข้าเยี่ยมชมและรับฟังคำบรรยายภาษาอังกฤษได้ทุกวันทำการตั้งแต่วันจันทน์ถึงวันศุกร์เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น.โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

IT จะบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองความเสียหาย 90 ลบ.ในงบปี 63 หลังพบการทุจริต

IT จะบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองความเสียหาย 90 ลบ.ในงบปี 63 หลังพบการทุจริต

บมจ. ไอที ซิตี้ (IT) แจ้งปัญหาเรื่องกรณีการประพฤติทุจริตของพนักงานของบริษัทผ่านระบบการรับชำระเงินจากช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ของบริษัท ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 90 ล้านบาท โดยจะมีการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายสำรองความเสียหายเต็มจำนวนในงบการเงินประจำปี 2563

ภายหลังจากที่บริษัทได้ตรวจสอบและควบคุมธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าวแล้ว บริษัทได้เลิกจ้างพนักงานรายดังกล่าว และจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุด เพื่อติดตามเรียกคืนเงินที่สูญเสียไปจากเหตุการณ์ดังกล่าวให้ได้มากที่สุด

แม้ว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นจะไม่ปรากฏข้อบกพร่องในสาระสำคัญของระบบควบคุมภายในของบริษัท แต่บริษัทได้ทำการทบทวน แก้ไข และปรับปรุงระบบการรับชำระเงินจากช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็ นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นได้อีก

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่า กรณีการประพฤติทุจริตของพนักงานของบริษัทผ่านระบบการรับชำระเงินจากช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ของบริษัทที่ตรวจพบนี้ไม่กระทบต่อความสามารถของบริษัทในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากบริษัทยังมีสภาพคล่องทางการเงินที่สามารถรองรับการประกอบธุรกิจในปัจจุบันได้ ufa

IT CITY The IT Superstore เมืองเทคโนโลยีครบวงจร
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน)

ปัจจุบันประกอบธุรกิจค้าปลีก Retail Superstore จำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต อุปกรณ์ต่อพ่วง
โทรศัพท์มือถือ รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องทางด้านไอทีและสมาร์ทโฟนแบบครบวงจร
ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า ไอที ซิตี้ ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบไอที ซูเปอร์สโตร์
ภายใต้สโลแกนว่า เมืองเทคโนโลยีครบวงจร The IT Superstore

วิสัยทัศน์และพันธกิจ
มุ่งสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ สินค้าประเภทไอที สมาร์ทโฟน และแท๊บเล็ต
อันจะก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อผู้ถือหุ้น
การเติบโตอย่างยั่งยืน

เราจะมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ อย่างยั่งยืนเพื่อความพึงพอใจสูงสุดต่อ ผู้ถือหุ้น คู่ค้า พนักงาน ลูกค้า และสังคม

การบริหารความเสี่ยง

เราจะดำรงไว้ซึ่งความเข้มแข็งทางด้าน การเงินและการบริหารความเสี่ยงอย่าง เหมาะสม

การทำงานร่วมกันเป็นทีม

เราจะทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

การพัฒนาบุคลากร

เราจะให้ความสำคัญและจะพัฒนา บุคลากรให้มีศักยภาพในการทำงาน และมีความรับผิดชอบ

การกำกับดูแลกิจการ

เราจะปฎิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ที่ดีอย่างเคร่งครัด

เพื่อสังคมและชุมชน

เราจะสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ แก่สังคมและชุมชน

บริการของเรา

ศูนย์บริการ SVOA เป็นศูนย์บริการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานมากว่า 30 ปี ทำหน้าที่ให้บริการหลังการขายให้กับลูกค้า ซึ่งเราพร้อมที่จะให้คำปรึกษาแนะนำต่างๆ จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจนมีคุณภาพของการให้บริการอยู่ในเกณฑ์ มาตราฐาน และเป็นที่ยอมรับกันในกลุ่มลูกค้า องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) มีศูนย์บริการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 12 สาขาทั่วประเทศ

มาตรฐานการบริการ

1.ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศูนย์บริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ (Authorized Service Provider) จากแบรนด์ชั้นนำในทุกประเภทผลิตภัณฑ์ไอที และ เกี่ยวเนื่อง เช่น APC, ASUS, BROTHER, Dell, EPSON, MSI, Huawei, NOKIA, CASIO,  Tefal เป็นต้น

2.เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตสินค้าพร้อมประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานของช่างซ่อม

3.ยึดมั่นในคุณภาพและบริการ โดยจัดหาอะไหล่ที่มีคุณภาพและเป็นของแท้ส่งตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์

ประเภทการบริการ

1.Warranty Service บริการซ่อมสินค้า ที่บริษัทฯเป็นตัวแทนบริการ (ASP-Authorized Service Provider) ตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ไม่ว่าท่านจะซื้อจากที่ใดในประเทศไทย เพียงนำเครื่องพร้อมเอกสารยืนยันการรับประกันสินค้า เช่น ใบรับประกันสินค้า ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้นมารับบริการได้ที่ศูนย์บริการ SVOA ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ( link ดูแบรนด์ที่เราเป็น ASP)

2.Out Warranty Service บริการซ่อมเครื่องสินค้าที่หมดประกันทุกแบรนด์ ในกรณีที่สามารถหาอะไหล่ซ่อมของผลิตภัณฑ์นั้นๆได้

3.Onsite Service บริการซ่อมเครื่องนอกสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วแก่ท่าน ณ สถานที่ที่ตั้งเครื่องเพียงติดต่อแจ้งซ่อมมายังศูนย์บริการของ SVOA เพื่อนัดหมายบริการ

4.Maintenance Agreement (MA) บริการในลักษณะการสัญญาบำรุงรักษาเครื่องหลังหมดประกันแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมช่าง และ อะไหล่ เพื่อพร้อมบริการให้กับลูกค้าเหมือนในระยะประกัน ทำให้ลูกค้าสามารถใช้งาน ITได้อย่างต่อเนื่อง

5.IMAC (Install Move Add Change) บริการให้กับลูกค้าที่ต้องการติดตั้งเครื่องใหม่ หรือ ติดตั้งเครื่องใหม่ทดแทนเครื่องเก่า และ ทำการย้ายเครื่องเก่าออก เป็นต้น

6.Genuine Parts บริการขายอะไหล่แท้สำหรับสินค้าที่บริษัทฯเป็นตัวแทนบริการ เช่น อะไหล่ Epson, Brother ตลอดจนแบตเตอรี่ของมือถือ เป็นต้น