จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.6930 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.6930 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS)ายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0080 หยวน แตะที่ 6.6930 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน

ดาวโจนส์ปิดร่วง 410.89 จุด วิตกแผนกระตุ้นศก.ไม่คืบก่อนเลือกตั้ง

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดร่วง 410.89 จุด วิตกแผนกระตุ้นศก.ไม่คืบก่อนเลือกตั้ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (19 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,195.42 จุด ร่วงลง 410.89 จุด หรือ -1.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,426.92 จุด ลดลง 56.89 จุด หรือ -1.63% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,478.88 จุด ลดลง 192.67 จุด หรือ -1.65%

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้กำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมง หลังการเจรจากับนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ เมื่อวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ โดยนางเพโลซีกล่าวว่า การกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมงดังกล่าวเพื่อให้สภาคองเกรสมีเวลาเตรียมการสำหรับการผ่านร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาเพียง 2 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ นายมนูชินยอมรับว่า การบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ถือเป็นเรื่องยาก โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น

ทั้งนี้ นางเพโลซีได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว โดยระบุว่า วงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19 ขณะที่พรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปรับตัวลงทุกกลุ่ม นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานที่ร่วงลง 2% โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 1.99% หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 2.21% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ทรุดลง 18.9% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ร่วงลง 2.7%

หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ดิ่งลง 3.2% หลังจากโคโนโคฟิลลิปส์ยืนยันเข้าซื้อกิจการบริษัท Concho Resources ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ของสหรัฐ ในวงเงิน 9.7 พันล้านดอลลาร์

ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.9% โดยหุ้นแอปเปิล ร่วงลง 2.55% หุ้นอัลฟาเบท ดิ่งลง 2.41% หุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 2.48% หุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 2.48% หุ้นแอมะซอนดอทคอม ปรับตัวลง 2%

นักลงทุนจับตาการเมืองสหรัฐขณะกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์ ก็จะเป็นการชี้ชะตาว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน หรือนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรคเดโมแครต จะได้ครอบครองทำเนียบขาว

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการดีเบตรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายระหว่างปธน.ทรัมป์และนายไบเดนจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค.เวลา 21.00-22.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันศุกร์ที่ 23 ต.ค.เวลา 08.00-09.30 น.ตามเวลาไทย โดยหัวข้อในการดีเบตรอบนี้ได้แก่ การแก้ปัญหาโควิด-19, ภาวะการเป็นผู้นำสหรัฐ, ความขัดแย้งด้านเชื้อชาติในสหรัฐ, การแก้ไขปัญหาโลกร้อน รวมทั้งประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติ และภาคครัวเรือนในสหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 2 จุด สู่ระดับ 85 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความสนใจมากขึ้นจากผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองอยู่ในระดับต่ำ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ย., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย., ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ย.จาก Conference Board, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนต.ค.จากมาร์กิต และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนต.ค.จากมาร์กิต

BTS-BEM ร่วงกว่า 4.28% รับ Sentiment ลบจากชุมนุมการเมืองยืดเยื้อ-ดาวกระจาย

BTS-BEM ร่วงกว่า 4.28% รับ Sentiment ลบจากชุมนุมการเมืองยืดเยื้อ-ดาวกระจาย

หุ้น BTS ร่วง 4.28% มาที่ 8.95 บาท หรือลดลง 0.40 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 304.06 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.35 น. ราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 9.00 บาท ราคาทำระดับสูงสุดที่ 9.05 บาท และทำระดับต่ำสุดที่ 8.85 บาท

หุ้น BEM ดิ่งลง 4.12% มาที่ 8.15 บาท หรือลดลง 0.35 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 254.99 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.35 น. ราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 8.45 บาท ราคาทำระดับสูงสุดที่ 8.45 บาท และทำระดับต่ำสุดที่ 7.95 บาท

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการเดินรถไฟฟ้าต้องปิดชั่วคราวเป็นบางช่วงของรัฐบาลภายใต้การบังคับใช้พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะเป็น Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นบมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) และบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซึ่งมองว่าผลกระทบยังไม่มากเนื่องจากการประกาศปิดในช่วงที่ผ่านมาเป็นการปิดแค่ช่วงเวลาและในบางวัน ปิดแค่บางสถานีในช่วงวันหยุดซึ่งมีการใช้รถไฟฟ้าไม่มาก

อย่างไรก็ตาม หากการชุมนุมประท้วงมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและกระจายไปเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิของ BTS และ BEM มากขึ้น โดยประเมินกรณีบริษัทประกาศปิดรถไฟฟ้าทุกสถานีชั่วคราวทุก ๆ 1 วัน (ปิดทั้งวัน) จะกระทบประมาณการกำไรสุทธิของทั้ง 2 บริษัทใกล้เคียงกันที่ราว -0.5% ถึง -0.6% สำหรับกลุ่ม Ground Transport ยังคงคำแนะนำ “Neutral”

สำหรับบมจ.วีจีไอ (VGI) มองว่าการปิดให้บริการของ BTS จะส่ง Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น โดย contract ที่ระยะเวลาสั้นสุด คือ 1-3 เดือน และมองว่าโอกาสการยกเลิกสัญญาเป็นไปได้น้อย เนื่องจากการยกเลิกสัญญาจะต้องมีการแจ้งล่วงหน้า ถ้า worst case กรณีการชุมนุมยืดเยื้อ ส่งผลให้ BTS อาจต้องงดให้บริการบางสถานีที่ใกล้บริเวณชุมนุมในช่วงเวลาที่ชุมนุมเท่านั้น ซึ่งมองว่าผู้ใช้บริการสื่อ Transit จะเลื่อนระยะเวลาการใช้บริการมากกว่าการยกเลิกสัญญา แม้มีการเลื่อนระยะเวลาสัญญา ประเมินว่าการจะรับรู้รายได้ส่วนที่เลื่อนไปจะไม่เกิน ปี 63/64 (สิ้นสุดมี.ค.64) โดยยังคงแนะนำ “ซื้อ” VGI ที่ราคาเป้าหมาย ปี 64 ที่ 8.00 บาท อิง SOTP

ขณะที่ราคาหุ้น VGI เช้านี้ อยู่ที่ 6 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 3.23%

นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 261.97 จุด รับความหวังแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 261.97 จุด รับความหวังแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าพุ่งขึ้น 261.97 จุด หรือ 1.12% แตะที่ 23,672.60 จุด

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มขนส่งทางทะเล กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ “This Week” ของสถานีโทรทัศน์ ABC ว่า แม้ขณะนี้พรรคเดโมแครตและคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในหลายประเด็นเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบโควิด-19 แต่เธอมีมุมมองเป็นบวกว่า มาตรการดังกล่าวจะได้รับการผลักดันให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.นี้

เพโลซียืนยันว่า เธอเองต้องการให้ร่างมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. แต่การที่จะมีผลบังคับใช้ได้นั้น พรรคเดโมแครตและคณะบริหารของปธน.ทรัมป์จะต้องบรรลุข้อตกลงกันให้ได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมงก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลง ตาม ตลาดหุ้นทั่วโลก ต่างปรับตัวลดลง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลง ตาม ตลาดหุ้นทั่วโลก ต่างปรับตัวลดลงวิตกโควิดกระทบศก.-การเมืองยังกดดัน

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยเช้านี้น่าจะอ่อนตัวลง แต่คงจะไม่ปรับตัวลงแรงเหมือนเมื่อวานนี้ ขณะที่ ตลาดหุ้นทั่วโลก ต่างปรับตัวลดลงทั้งตลาดสหรัฐและยุโรป โดยนักลงทุนยังรอติดตามปัจจัยจากสหรัฐในส่วนมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 การเลือกตั้งในสหรัฐ และการเข้าสู่ฤดูการประกาศผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐ ส่วนในยุโรป ยังต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 ที่กดดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวลง หลังนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ในยุโรป

ส่วนปัจจัยภายในประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ที่แม้จะมีการยุติการชุมนุมเมื่อวานนี้ แต่ก็มีการนัดรวมตัวครั้งใหม่ในวันนี้ รวมถึงต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของกลุ่มสถาบันการเงินที่ล่าสุดบมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) และบมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ประกาศออกมาไม่ได้สะท้อนเชิงบวกต่อตลาดมากนัก ทำให้น่าจะทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมากดดันตลาดอยู่

พร้อมให้แนวรับที่ 1,231 และ 1,230 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,250 และ 1,258 จุด

ฮั่งเส็งเปิดบวก 35.87 จุด นลท.ช้อนซื้อหลังตลาดร่วงหนักหลังจากดัชนีฮั่งเส็งร่วง

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ฮั่งเส็งเปิดบวก 35.87 จุด นลท.ช้อนซื้อหลังตลาดร่วงหนักหลังจากดัชนีฮั่งเส็งร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อวานนี้

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหลังจากดัชนีฮั่งเส็งร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อวานนี้ อันเนื่องมาจากความกังวลที่ว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดวันนี้ที่ 24,194.41 จุด เพิ่มขึ้น 35.87 จุด หรือ +0.15%

ดั๊บเบิ้ล เอ ขายหุ้นกู้เกินเป้า สะท้อนความแข็งแกร่งธุรกิจรับมือ New Normal

ดั๊บเบิ้ล เอ ขายหุ้นกู้เกินเป้า สะท้อนความแข็งแกร่งธุรกิจรับมือ New Normal

ดั๊บเบิ้ล เอประกาศความสำเร็จภายหลังการเสนอขายหุ้นกู้สามารถระดมทุนได้กว่า 4,021.2 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายเสนอขายที่ 3,000 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งในการขยายธุรกิจรับมือ New Normal

บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ(1991) ปรับตัวรับผลกระทบจากโควิด-19 เตรียมการขยายธุรกิจรองรับโอกาสใหม่ ทั้งอุปกรณ์สำนักงาน กระดาษบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย โดยยังคงเป้าหมายรักษาระดับการเติบโตของธุรกิจที่ 10% ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

Transform ธุรกิจกระดาษ ตลาดกระดาษบรรจุภัณฑ์หรือกระดาษคราฟท์ทั่วโลก กำลังเบ่งบานเติบโตเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ย 1.6% ต่อปีดั๊บเบิ้ล เอ จึงมีแผนขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์ โดยได้สร้างโรงงานผลิตเยื่อกระดาษกำลังการผลิต 270,000 ตันต่อปี โดยใช้กระดาษใช้แล้ว (Mixed Paper) เป็นวัตถุดิบในการผลิต โรงงานกระดาษบรรจุภัณฑ์ได้เริ่มผลิตตั้งแต่ไตรมาสแรกปีนี้ โดยบริษัทฯ มีสัญญาขายกระดาษให้กับพันธมิตรจากประเทศจีนเป็นเวลา 3 ปี

ขณะเดียวกันบมจ. ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) ได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยนำกระดาษใช้แล้วส่วนหนึ่งมาผสมกับเยื่อกระดาษคุณภาพสูง เพื่อผลิตเป็นกระดาษบรรจุภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยมขายให้กับลูกค้าในประเทศกำลังการผลิต 250,000 ตันต่อปี จึงทำให้ดั๊บเบิ้ล เอ สามารถผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ได้ทุกเกรดในราคาที่แข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ และได้ทำการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา การเปิดตลาดกระดาษบรรจุภัณฑ์นี้เป็นการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดที่มีการเติบโตสูงและช่วยกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี

Lenzing ขยายการลงทุนรับ New Normal ภายใต้ New Normal ธุรกิจต่าง ๆ จะต้องปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงวัตถุดิบและตลาด อาเซียนเองก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญของธุรกิจทั่วโลก บริษัท Lenzing ซึ่งเป็นบริษัทสิ่งทอชั้นนำจากประเทศออสเตรียจึงเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งฐานการผลิต โดย Lenzing ตัดสินใจลงทุน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อผลิตเส้นใย Lyocell ซึ่งเป็นนวัตกรรมเส้นใยอัจฉริยะที่ดีสุดในโลกที่ใช้เส้นใยจากเยื่อไม้ทดแทนเส้นใยพลาสติก พร้อมกับมีแผนลงทุนเส้นใยขนาดกำลังการผลิต 100,000 ตัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในปี 2564

ทั้งนี้ Lenzing เลือกตั้งโรงงานที่สวนอุตสาหกรรม 304 ในกลุ่มบริษัทพันธมิตรของดั๊บเบิ้ล เอ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานดี การคมนาคมขนส่งสะดวก และประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญยังเป็นแหล่งซัพพลายวัตถุดิบเยื่อไม้ที่สำคัญ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

แข็งแกร่งรับ New Normalดั๊บเบิ้ล เอเป็นหนึ่งในองค์กรที่พร้อมปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาดั๊บเบิ้ล เอได้นำแผนปรับปรุงการดำเนินงานมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการทุกส่วน ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนส่วนประสมของผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

นอกจากนี้ดั๊บเบิ้ล เอ ยังได้ปรับปรุงการบริหารจัดการภายใน อาทิ งานบัญชี การเงิน และฝ่ายปฏิบัติการให้ทันสมัย ใช้คนน้อยลง และที่สำคัญคือการปรับองค์กรให้พนักงานเข้ามาอยู่ในรูปแบบของ Digital Manpower รวมถึงการกระตุ้นให้พนักงานใช้งาน Social Media ในการทำงานมากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และเปิดโอกาสให้พนักงานในฝ่ายขายและการตลาดขายผลิตภัณฑ์ผ่านออนไลน์มากขึ้น

ผลที่เกิดขึ้นคือ บริษัทฯ ดีขึ้นในเกือบทุกด้าน โดยวัดจากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ที่ดีขึ้น EBITDA เพิ่มขึ้นจากระดับ 8.2% ในปี 2559 สู่ระดับ 20% ในปี 2561 และ 2562

บูรณาการธุรกิจครบวงจรอีกด้านหนึ่งดั๊บเบิ้ล เอ มีการวางโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์กระดาษแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตเยื่อกระดาษไปจนถึงการผลิตกระดาษ ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และช่วยควบคุมต้นทุนไม่ให้ผันผวน เนื่องจากเยื่อกระดาษเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความผันผวนสูง

การที่ดั๊บเบิ้ล เอ ทำโครงการส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกต้นกระดาษ ทำให้เป็นผู้ผลิตกระดาษที่มีวัตถุดิบรองรับอย่างเพียงพอ มีโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ และโรงงานผลิตกระดาษ ส่งผลให้ธุรกิจมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถผลิตกระดาษที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาด และยังสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่ธุรกิจข้างเคียง เช่น ธุรกิจผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ โดยที่ยังรักษาคุณภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันไว้ได้

ขายหุ้นกู้เกินเป้า 3,000 ล้านบาทในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาบมจ.ดั๊บเบิ้ลเอ(1991) ได้ออกเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 3,000 ล้านบาท และสำรอง (Greenshoe) มูลค่า 2,000 ล้านบาท บริษัทสามารถจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุด รวมกันทั้งสิ้น 4,021.2 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายหุ้นกู้หลักที่ตั้งเป้าไว้ 1,021.2 ล้านบาท

บริษัทจึงขอขอบคุณท่านผู้ลงทุนในหุ้นกู้ทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทที่จะสามารถบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องในระยะยาว และให้การสนับสนุนกิจการของบริษัทฯ ด้วยดีมาตลอด

ดัชนี SET ต้นภาคเช้าร่วงลดลง 10.16 จุด กังวลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินรับมือม็อบ

ดัชนี SET ต้นภาคเช้าร่วงลดลง 10.16 จุด กังวลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินรับมือม็อบ

ตลาดหุ้นต้นภาคเช้าร่วงไปกว่า 10 จุด ตอบรับความกังวลการเมืองในประเทศหลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขต กทม.เพื่อควบคุมเหตุการณ์ไม่ให้เกิดความวุ่นวายจากการชุมนุม ขณะที่ตลาดต่างประเทศต่างติดลบเพราะผิดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะมีความล่าช้า

เมื่อเวลา 9.57 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,253.83 จุด ลดลง 10.16 จุด (-0.80%)