TPS ร่วมมือ”ซูเพิร์บ คอมพ์”ตั้งบ.ร่วมทุนเข้าประมูลโครงการใหญ่ภาครัฐ-เอกชน

TPS ร่วมมือ”ซูเพิร์บ คอมพ์”ตั้งบ.ร่วมทุนเข้าประมูลโครงการใหญ่ภาครัฐ-เอกชน

นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยว่า บริษัทลงนามบันทึกข้อตกลงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (MOU) กับบริษัท ซูเพิร์บ คอมพ์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ซึ่ง TPS ถือหุ้น 50% ทั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมประมูลในโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งของภาครัฐและเอกชน

“จุดมุ่งหมายของการร่วมทุน คือ การเพิ่มโอกาสในการเข้าประมูลงานใหม่ๆ งานที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น เป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับบริษัทในการแข่งขัน รวมถึงสามารถขยายฐานลูกค้าของบริษัทได้อีกด้วย”นายบุญสม กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินงานช่วงที่เหลือของปี 63 บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานของภาครัฐซึ่งยังมีโปรเจ็คต์ใหญ่ และมีการเข้าร่วมประมูลงานกับพันธมิตรด้วย นอกจากนี้ ยังมีการปรับกลยุทธ์ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อช่วยรักษาระดับผลประกอบการของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้จะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทยังได้รับงานด้านการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งงานบริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย และมั่นใจว่าภายหลังสถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ ก็จะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ประกอบกับองค์กรต่างๆ มีการปรับตัวในการทำงานผ่านระบบ Video Conference จะมีการติดตั้งและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทันสมัยมากขึ้น อ่านเพิ่มเติม

SIRI ขายหุ้นกู้ Perpetual Bond เกลี้ยงทั้ง 3 พันลบ.พร้อมคาด H2/63 กำไรเพิ่มขึ้น

SIRI ขายหุ้นกู้ Perpetual Bond เกลี้ยงทั้ง 3 พันลบ.พร้อมคาด H2/63 กำไรเพิ่มขึ้น

นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บมจ.แสนสิริ (SIRI) เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond หรือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ที่นำเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป อัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกเท่ากับ 8.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน สำหรับการเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond ในครั้งนี้นักลงทุนให้การตอบรับเต็มจำนวนนำเสนอขาย 3,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อแสนสิริและความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริได้เป็นอย่างดี

“การวางแผนธุรกิจให้มีความพร้อมและรัดกุม พร้อมปรับเปลี่ยนตามทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน การนำเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่เป็นทางเลือกให้แก่บริษัทเอกชนสำหรับนำไปขยายธุรกิจ โดยแสนสิริและทั้ง 6 สถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย เดินหน้าปฏิบัติตามขั้นตอนการนำเสนอขายตลอดจนให้ข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส แก่ผู้สนใจ ดังนั้นเมื่อนักลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดครบถ้วนและเชื่อมั่นในความมั่นคงของบริษัท และความแข็งแกร่งของแบรนด์ จึงทำให้แสนสิริสามารถปิดการขาย Subordinated Perpetual Bond เต็มจำนวน 3,000 ล้านบาท” นายวันจักร์ กล่าว

ทั้งนี้ 6 สถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส

สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขาย Subordinated Perpetual Bond จะถูกนำมาขยายการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ที่มาพร้อมกับการมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยและสร้างไลฟ์สไตล์ที่ดีควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด Made for Life…Made for Everyone โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งในด้านโปรดักส์ – การบริการ (Sansiri Service) – Culture หรือพื้นที่แบ่งปันไลฟ์สไตล์รวมถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตระหว่างกัน และ Sustainability หรือการทำเพื่อสังคม ชุมชนรอบตัว ในทุกที่ที่แสนสิริเข้าไปพัฒนาโครงการเพื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคม ซึ่งเป็นจุดขายที่แสนสิริแตกต่างเหนือคู่แข่ง ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้ในทุกระดับราคา

พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าตามแผนด้านการเงินเพื่อรองรับการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งของการเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน” ในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง อ่านเพิ่มเติม

TMBAM Eastspring ขยายเวลาฟรีค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน

TMBAM Eastspring ขยายเวลาฟรีค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนไปถึง 31 ก.ค.63

นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่หลายภูมิภาคเกิดความกังวลว่าอาจจะมีการระบาดอย่างรุนแรงในระลอกที่สอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก จนทำให้ผู้ลงทุนต่างวิตกต่อสถานการณ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน บลจ.ทหารไทย จึงขยายระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) และค่าสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้าทุกกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบลจ.ทหารไทย จำกัด ตั้งแต่วันนี้-31 ก.ค.63 เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด อ่านเพิ่มเติม

แอร์เอเชีย เปิดโปรฯ “บินทั่วไทยไม่อั้น”  ตั๋วบินประเทศบุฟเฟต์ 2,999 บาท

แอร์เอเชีย เปิดโปรฯ “บินทั่วไทยไม่อั้น”  ตั๋วบินประเทศบุฟเฟต์ 2,999 บาทเดินทางไม่อั้น 20 ก.ค.-17 ธ.ค.63

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า แอร์เอเชียเปิดตัวตั๋วบินแบบบุฟเฟต์ “บินทั่วไทยไม่อั้น” (AirAsia Unlimited Pass) เป็นครั้งแรกราคาเพียง 2,999 บาทในจำนวนจำกัด สำหรับการเดินทางทุกเส้นทางภายในประเทศ เริ่มจำหน่าย 29 มิ.ย.ถึง 5 ก.ค.63 ระยะเวลาแลกเที่ยวบิน ตั้งแต่ 29 มิ.ย.-26 พ.ย.63 เพื่อเดินทางตั้งแต่ 20 ก.ค.ถึง 17 ธ.ค.63 พร้อมตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางเต็มที่เพื่อให้ทุกคนร่วมเดินทางอย่างมีสุขอนามัยที่ดีร่วมกัน

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถใช้สิทธิเพื่อเดินทางสู่หลากหลายเส้นทาง เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ น่าน อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น และอีกมากมายกว่า 23 จุดหมายปลายทาง

นายสันติสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างมาก โดยเฉพาะแผนการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายภายในประเทศที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ เราจึงต้องทำงานร่วมกับทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างเต็มที่ ให้ทุกคนสามารถเดินทางได้สะดวก มั่นใจ ในราคาที่คุ้มค่า แอร์เอเชียจึงริเริ่มตั๋วบินบุฟเฟ่ต์ สำหรับเส้นทางภายในประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อกระตุ้นการเดินทางและใช้จ่ายในช่วงครึ่งปีหลัง 63 นี้

“เราคาดหวังให้ตั๋วบินบุฟเฟต์สร้างโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทย ด้วยการสร้างความต้องการในการเดินทางในประเทศได้ง่ายและบ่อยขึ้น และมีการกระจายรายได้ตั้งแต่ชุมชน ภูมิภาค จนถึงระดับประเทศ เพื่อให้เราผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันได้อย่างดีที่สุด” นายสันติสุขกล่าว

สำหรับขั้นตอนการซื้อตั๋วบินบุฟเฟต์ของแอร์เอเชียนั้น สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ airasia.com/deals หรือแอร์เอเชีย โมบายแอพ แล้วเลือกเมนู Deals> กรอกอีเมลและรหัสผ่านสมาชิก BIG เพื่อเข้าสู่ระบบ>คลิกที่แบนเนอร์ “ตั๋วบินบุฟเฟต์แอร์เอเชีย(ดีลบินทั่วไทยไม่อั้น)” เพื่ออ่านข้อเสนอ>อ่านข้อเสนอและเงื่อนไขต่างๆ>คลิกซื้อตั๋วบินบุฟเฟ่ต์กับแอร์เอเชีย

สำหรับขั้นตอนการแลกเที่ยวบิน สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ airasia.com/deals หรือแอร์เอเชีย โมบายแอพ แล้วเลือกเมนู Deals> กรอกอีเมลและรหัสผ่านสมาชิก BIG>คลิกเมนู “ดีลที่คุณซื้อ” จากนั้นเลือก “ตรวจสอบ”>คลิก “ใช้เลย” เพื่อค้นหาเที่ยวบิน>ค้นหาและเลือกเที่ยวบินที่มีสัญลักษณ์ “ส่วนลด100%” ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่ใช้ได้กับดีลนี้>ดำเนินการชำระเงินค่าภาษีสนามบินหรือบริการเสริมอื่นๆ อ่านเพิ่มเติม

BJCHI พื้นฐานแน่นปึ๊ก! หลังเข้าคำนวณดัชนี sSET รอลุ้นงานเพิ่มจากลูกค้ารายเดิม

BJCHI พื้นฐานแน่นปึ๊ก! หลังเข้าคำนวณดัชนี sSET รอลุ้นงานเพิ่มจากลูกค้ารายเดิม ขณะที่ยังเดินหน้าประมูลงานใหม่อีกหลายโครงการ

BJCHI ได้รับคัดเลือกให้เข้าคำนวณดัชนี sSET รอบใหม่ หลังหุ้นมีซื้อขายสม่ำเสมอ สภาพคล่องดีนักลงทุนสนใจคึกคัก “หยัง เจิน ลี “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุ มั่นใจปี 63 ผลงานโตโดเด่น จากงานในมือที่รอรับรู้รายได้กว่า 4.2 พันล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี และทยอยรับรู้ต่อเนื่อง ขณะที่รอลุ้นงานเพิ่มจากโครงการเดิม พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่อีกหลายโครงการ

นาย หยัง เจิน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ BJCHI เปิดเผยว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศให้หุ้น BJCHI เข้าไปอยู่ในกลุ่มดัชนี sSET ในรอบครึ่งปีหลังของปี 2563 แสดงให้เห็นว่าหุ้นของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการซื้อขายที่สม่ำเสมอ และสามารถใช้เป็นตัวอ้างอิงในการลงทุนได้ ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

“ในส่วนของการดำเนินธุรกิจนั้น ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าปัจจุบันสำหรับงานเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมก๊าซและเหมืองแร่ ซึ่งบริษัทคาดว่า มีโอกาสได้รับงานเพิ่มเติมอีก 15-20% จากมูลค่าโครงการเดิม เนื่องจากที่ผ่านมา ลูกค้าพึงพอใจกับการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง”

“ขณะที่ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยังดำเนินต่อไป กลับสร้างโอกาสให้แก่บริษัท ซึ่งด้วยชื่อเสียง ประสบการณ์ทำงานโครงการขนาดใหญ่ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้ที่ผ่านมามีลูกค้าหลายรายติดต่อเข้ามา หาบริษัทเพื่อเชิญเข้าร่วมประมูลงาน โดยเฉพาะโครงการในสหรัฐฯ ซึ่งบางโครงการทราบผลภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า อ่านเพิ่มเติม

GULF เข้าถือ INTUCH กว่า 5% พร้อมเล็งซื้อหุ้นเพิ่ม

GULF เข้าถือ INTUCH กว่า 5% พร้อมเล็งซื้อหุ้นเพิ่ม-บจ.อื่น หวังผลตอบแทนลงทุนช่วงดบ.ต่ำ

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าถือหุ้นในบมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ในสัดส่วนกว่า 5% เพื่อหวังผลตอบแทนจากการลงทุน หลังปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในตลาดนับว่าอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% แต่การลงทุนใน INTUCH คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับ 5-6% ถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ดี ขณะเดียกวันบริษัทก็ไม่ได้ปิดโอกาสหากว่าดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลงต่ำ หรือหากมีความเหมาะสมในการลงทุน บริษัทก็พร้อมที่จะลงทุนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น INTUCH หรือบริษัทจดทะเบียนอื่น ๆ ด้วย

“การลงทุนในครั้งนี้เป็นเพียงการลงทุนเพื่อที่จะหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเท่านั้น ไม่ได้หวังจะเข้าไปบริหารงานแต่อย่างใด โดยในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลงมาก ๆ เราก็ได้เข้าไปลงทุนแล้วบางส่วน ซึ่งได้ราคาค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับราคาในปัจจุบัน”นางสาวยุพาพิน กล่าว อ่านเพิ่มเติม

“อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป”ยื่นไฟลิ่ง 90 ล้านหุ้นเข้า mai ใช้ลงทุน IT

“อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป”ยื่นไฟลิ่ง 90 ล้านหุ้นเข้า mai ใช้ลงทุน IT-ทุนหมุนเวียน

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ filing) แบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

ปัจจุบัน IND มีทุนจดทะเบียนจำนวน 175.00 ล้านบาท ซึ่งเป็นทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 130.00 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และอีกส่วนหนึ่งรองรับการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 90 ล้านหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการภายในปี 65 รวมทั้งใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในปี 64 อ่านเพิ่มเติม

BGRIM เซ็นสัญญาเช่าที่ราชพัสดุรองรับพัฒนาโรงไฟฟ้าป้อนโครงการอู่ตะเภา

BGRIM เซ็นสัญญาเช่าที่ราชพัสดุรองรับพัฒนาโรงไฟฟ้าป้อนโครงการอู่ตะเภา

บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น ในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่โครงการ ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร ธุรกิจการขนส่งสินค้า ธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน ศูนย์กลางธุรกิจ E-Commerce และศูนย์เทคโนโลยีด้านอากาศยาน

กองทัพเรือในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้คัดเลือก BGRIM เป็นผู้เช่าที่ราชพัสดุ พื้นที่ 100 ไร่ เพื่อดำเนินการด้านสาธารณูปโภค โครงการงานระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยจะผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid Power Plant) ระหว่างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Co-Generation Power Plant) โดยใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (PV Solar Farm) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดตามแนวคิดหลักของพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขนาดกำลังการผลิตรวม 95 เมกะวัตต์ (MW) พร้อมด้วยระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ (Energy Storage :ESS) ขนาด 50 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh)

รวมถึงจัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม เมื่อสนามบินมีการพัฒนาสูงสุดและมีความต้องการพลังงานไฟฟ้ามากกว่า 95 เมกวัตต์ และเสริมความมั่นคงด้วยการสำรองไฟฟ้า 100% ทั้งนี้ ความร้อนที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าได้นำมาเปลี่ยนเป็นระบบน้ำเย็น สำหรับระบบปรับอากาศสนามบิน ทำให้มีการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่านเพิ่มเติม

UREKA เผยกิจการร่วมค้าฯลงนามผูกพัน 2 สัญญากับกปภ.

UREKA เผยกิจการร่วมค้าฯลงนามผูกพัน 2 สัญญากับกปภ. มูลค่าโครงการรวม 1.04 พันลบ.

บมจ.ยูเรกา ดีไซน์ (UREKA) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) รับทราบการเข้าลงนามผูกพันสัญญาระหว่างบริษัท กิจการร่วมค้า ยูเรก้า ยูยู จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย กับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป จำนวน 2 สัญญา มูลค่าโครงการรวม 1.04 พันล้านบาท

สัญญาดังกล่าว ประกอบด้วย สัญญาซื้อน้ำประปาเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปา ณ สถานีจ่ายน้ำหนองกะขะ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพนัสนิคม มูลค่าโครงการ 521.22 ล้านบาท และสัญญาซื้อน้ำประปาเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปา ณ สถานีจ่ายน้ำพานทอง การประปาส่วนภูมิภาคสาขาพนัสนิคม มูลค่าโครงการ 520.34 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่เริ่มส่งมอบน้ำให้กับการประปาส่วนภูมิภาค อ่านเพิ่มเติม

กรุงไทยขายพันธบัตร 200 ล้านบาท หมดใน 99 วินาที ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม

กรุงไทยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ขายพันธบัตร 200 ล้านบาท หมดใน 99 วินาที ด้วย ดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ธนาคารกรุงไทยปลื้ม ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ในการขายพันธบัตรผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การซื้อขายพันธบัตรผ่าน ดิจิทัลแพลตฟอร์ม เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เผยเป็นการนำพลานุภาพของระบบดิจิทัลมาสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ช่วยให้ประชาชนทุกภาคส่วน สามารถเข้าถึงการลงทุนได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เตรียมใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม เป็นช่องทางในการซื้อขายพันธบัตรในอนาคต

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงรายละเอียดการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นวอลเล็ต สบม. ของกระทรวงการคลัง วงเงินรวม 200 ล้านบาท ผ่านวอลเล็ต สบม. (วอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง) บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ว่าได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชน สามารถจำหน่ายได้หมดภายใน 99 วินาที เฉลี่ยวินาทีละ 2.02 ล้านบาท ยอดลงทุนเฉลี่ย 145,560 บาทต่อคน จำนวนผู้ซื้อทั้งสิ้น 1,374 คน จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 45% ต่างจังหวัด 55% เป็นเพศหญิงในสัดส่วน 67% เป็นเพศชาย 33% โดยผู้ซื้อที่อายุน้อยที่สุด 15 ปี อายุมากที่สุด 83 ปี ยอดซื้อน้อยที่สุด 100 บาท มากที่สุด 500,000 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดิจิทัลแพลตฟอร์ม เป็นช่องทางที่สอดคล้องกับ New Normal และช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับประชาชน โดยธนาคารจะใช้ช่องทางดังกล่าว สนับสนุนการซื้อขายพันธบัตรรุ่นอื่นๆ ตลอดจนรองรับการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรอง

“การจำหน่ายพันธบัตรผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตังในครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนระบบการเงินในโลกแห่งอนาคต ซึ่งเป็นการนำพลานุภาพของระบบดิจิทัล มาสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ด้วยระบบการจองก่อนได้ก่อน ลดขั้นตอนต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการออกพันธบัตร ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกภูมิภาค สามารถจองซื้อได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ที่สำคัญทำให้ประชาชนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 100 บาท อีกทั้งยังสนับสนุนให้เยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มีโอกาสออมเงินเพื่อลงทุน ด้วยขั้นตอนการซื้อขายที่ง่ายดาย สะดวกสบาย และสามารถทำได้ด้วยตนเอง” อ่านเพิ่มเติม