นิกเกอิปิดเช้าบวก 25.55 จุด ขานรับผลประกอบการแกร่ง

หุ้นโตเกียว

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิปิดเช้าบวก 25.55 จุด ขานรับผลประกอบการแกร่ง

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นที่เปิดเผยผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่การซื้อขายเพื่อไล่ราคาขึ้นนั้นเป็นไปอย่างระมัดระวัง หลังจากดัชนีนิกเกอิปิดตลาดวานนี้ที่ระดับนิวไฮในรอบ 30 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 29,531.48 จุด เพิ่มขึ้น 25.55 จุด หรือ +0.09%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง, กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง ufa

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นคนละความหมายกับ ‘ดัชนีนิเคอิ’ โดยนิเคอิจะเป็นเพียงดัชนีหุ้นดัชนีหนึ่งในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้น (JPX) ทั้งนี้ ตัวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Japan Exchange Group หรือ “JPX”

เดิมทีตลาดหุ้นของญี่ปุ่นมีให้เทรดกันมากกว่า 10 ตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ได้แก่ ตลาดหุ้น Tokyo, Osaka, Fukuoka, Jasdaq เป็นต้น ซึ่งภายหลังมีการควบรวมกันระหว่าง Tokyo Stock Exchange กับ Osaka Securities Exchange ทำให้เกิดเป็น JPX ที่ได้รับการยืนยันจาก Statista แล้วว่า มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และจากเหตุผลข้างต้นทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความสำคัญในแง่ของการประเมินภาพรวมของสภาวะการลงทุน ไม่ใช่เพราะว่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่สำคัญตรงที่ “ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” มันจึงถูกใช้เป็นดัชนีเพื่อประเมินสุขภาพการลงทุนของทั้งเอเชีย โดยจะพิจารณาผ่าน “ดัชนีนิเคอิ” ไอเดียคร่าวๆ ของการประเมินจะเป็นลักษณะนี้

  • ถ้าดัชนีนิเคอิ “ปิดบวก” ก็หมายความว่า ตลาดหุ้นเอเชียสดใส ซึ่งถ้าหุ้นสหรัฐ, ยุโรป ‘ปิดลบ’ ก็อาจหมายถึง กระแสเงินวิ่งหนีตายจากอเมริกามายังตลาดหุ้นเอเชีย เป็นต้น
  • ถ้าเกิดข่าวร้ายในเอเชีย เช่น เกิดระเบิด, ก่อการร้ายในประเทศจีน-ญี่ปุ่น หรือสถานที่ลงทุนสำคัญๆ ในเอเชีย นักลงทุนจะพิจารณา “ดัชนีนิเคอิ” ก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าราคาของดัชนีนิเคอิ หรือ Nikkei 225 เกิด ‘ปิดลบ’ ก็ชัดเจนว่า นี่เป็นข่าวที่กระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียจริงๆ แต่ถ้านิเคอิไม่ได้ลบแรงหรือแทบไม่ขยับเลย ก็แปลว่า ข่าวนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญอะไร

จะเห็นว่า ถ้าพูดลอยๆ ว่า ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ นักลงทุนจะคิดถึง “ดัชนีนิเคอิ” (Nikkei 225) ไม่ใช่ตัวตลาด JPX เหตุผลว่าทำไม “ดัชนีนิเคอิมีความสำคัญกว่า” นั้นจะได้อธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวของญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาด JPX จะมีอธิบายในหัวข้อท้ายๆ

ข้อดีของการลงทุนดัชนีนิเคอิ

สำหรับนักเทรดชาวไทย สิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของการเทรดนิเคอิ คือ พฤติกรรมของดัชนีนิเคอิเอง โดยหากบรรยากาศของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกำลังเป็นไปอย่างคึกคัก มีโอกาสสูงมากที่จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Nikkei 225 Index

ความหมายก็คือเราสามารถประเมินดัชนีนิเคอิได้จากบรรยากาศของคนในตลาดหุ้นไทย ทำให้เราได้เปรียบนักลงทุนในอเมริกาหรือยุโรป และในแง่ของการกระจายการลงทุน เมื่อตลาดหุ้นไทยดี เราก็อาจจะกระจายไปลงทุนดัชนีนิเคอิได้ด้วย แต่ที่เหนือกว่า คือ ดัชนีนิเคอิจะมีสภาพคล่องสูงกว่ามาก และมีความผันผวนที่พอเหมาะมากกว่า ทำให้เราคำนวณ Stop Loss ได้ง่าย (ศึกษาเพิ่มเติมที่บทความ Stop Loss คืออะไร) และสามารถเทรดทำรอบได้มากกว่าตลาดหุ้นไทย

อีกทั้งยังมีเรื่องของ QE ที่ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงอัดฉีดเงินเข้าระบบ ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินส่วนเกินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นญี่ปุ่นอยู่ตลอด และในทางกลยุทธ์ ดัชนีนิเคอิ มีการพักตัวเพียงระยะเวลาสั้นๆ และมี Pattern การกลับตัวที่สามารถมองเห็นได้ง่าย (เมื่อเทียบกับตลาดอื่น) ทำให้นักลงทุนที่เน้น “ซื้อและถือ” มีโอกาสขาดทุนน้อยกว่าตลาดหุ้นโหด ๆ ของประเทศอื่น

เริ่มต้นเทรด ดัชนีนิเคอิ ได้อย่างไร?

หัวข้อนี้จะเกี่ยวกับวิธีการเล่นดัชนีนิเคอิในแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (MT5) ซึ่งคุณสามารถ เปิดบัญชีทดลองเพื่อรับรหัสผ่านในการเข้าเล่นได้ทันที ไม่ได้บังคับต้องเติมเงินจริงๆ เข้าไปลงทุน สามารถฝึกฝนก่อนได้ จะอธิบายพื้นฐานปุ่มต่างๆ และการเปิดหาดัชนีนิเคอิ (ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ หรือกลยุทธ์ จะอยู่ในหัวข้อถัดไปอีก)

  • วิธีการเปิดหาดัชนีนิเคอิใน MT5
  • วิธีเปิดคำสั่ง Buy-Sell ดัชนีนิเคอิ ใน MT5

ปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ

ต้องเข้าใจก่อนว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาวะ “เงินฝืด” ต่อเนื่องและยาวนาน  และ “โยชิฮิเดะ สุงะ” (Yoshihide Suga) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ‘ชินโซ อาเบะ’ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2020 ที่ผ่านมา ได้ให้คำมั่นอย่างชัดแจ้งแล้วว่า จะมีการสานต่อนโยบายของ Abe อย่างแข็งขัน

ฉะนั้น ประเด็นหลักของปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีนิเคอิ จะเป็นลักษณะเฉพาะของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเอง นโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงนโยบายด้านการคลังของรัฐบาล โดยจะแบ่งอธิบายดังนี้คือ

  • ความสัมพันธ์ค่าเงินเยน (JPY) กับดัชนีนิเคอิ
  • นโยบายการเงินของ BOJ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *