ดาวโจนส์ปิดลบ 28.09 จุด ตลาดรอมาตรการกระตุ้นศก.สหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 28.09 จุด ตลาดรอมาตรการกระตุ้นศก.สหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (23 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่ตลาดยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดกับการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,335.57 จุด ลดลง 28.09 จุด หรือ -0.1%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,465.39 จุด เพิ่มขึ้น 11.90 จุด หรือ +0.34% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,548.28 จุด เพิ่มขึ้น 42.28 จุด หรือ +0.37%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 0.9%, S&P500 ลดลง 0.5% และ Nasdaq ปรับตัวลง 1.1%

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวในช่วงแคบๆ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ขยับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อหุ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย.นี้ แต่ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการเจรจากับวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน

ด้านปธน.ทรัมป์และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังตอบโต้ว่า นางเพโลซีต้องยอมประนีประนอมเพื่อผ่านมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่ายังคงมีความขัดแย้งที่สำคัญระหว่างสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดยังคงเชื่อว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงมาตรการเยียวยาดังกล่าว จะเหลือแค่เพียงคำถามเกี่ยวกับขนาดและกำหนดเวลาของการออกมาตรการ

การดีเบตรอบสุดท้ายระหว่างปธน.ทรัมป์และนายโจ ไบเดน ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตในวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐนั้น แทบไม่มีผลกระทบต่อตลาด

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้นมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดของบริษัทจดทะเบียน

หุ้นอินเทลร่วง 10.58% หลังเปิดเผยผลกำไรร่วงลง โดยผลประกอบการของอินเทลถูกกดดัน เนื่องจากผู้บริโภคหันไปซื้อแลปท็อปที่มีราคาถูกกว่า ขณะที่ภาคธุรกิจและรัฐบาลต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ปรับลดการใช้จ่ายด้านศูนย์ข้อมูล

หุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ร่วง 3.6% หลังเปิดเผยผลกำไรไตรมาส 3 ลดลงเกินคาด เนื่องจากลูกค้าใช้จ่ายน้อยลงท่ามกลางการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และบริษัทต้องกันสำรองเผื่อการผิดนัดชำระหนี้

แต่หุ้นกิลเลียด ไซแอนเซส บวก 0.2% หลังยา remdesivir ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตามโรงพยาบาลต่างๆ ในสหรัฐ

ทั้งนี้ จุดสนใจของตลาดในสัปดาห์นี้จะอยู่ที่การเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ อาทิ แอปเปิล, เฟซบุ๊ก, แอมะซอน และอัลฟาเบท

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ ไอเอชเอส มาร์กิตซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2562 โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 54.3 ในเดือนก.ย. ซึ่งดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐยังคงขยายตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *